ตอนที่ 352

"เฮ้อ"

หยางไท่เฉียนที่อยู่โรงแรมก็ได้ถอนหายใจออกมา เขาเอามือขึ้นมาบีบตรงขมับบริเวณคิ้วทั้งสองข้าง การเจรจาครั้งนี้ดูเหมือนจะทำให้หยางไท่เฉียนปวดหัวไม่ใช่น้อย

นี่เป็นการเจรจาที่ยุ่งยากที่สุดตั้งแต่ที่หยางไท่เฉียนเข้ามาทำงานกับบริษัทสิทธิบัตรฮั่วถง สิทธิบัตรต่างๆมากมายที่ผ่านมานั้นไม่มีสิทธิบัตรไหนซื้อยากเท่ากับที่นี่อีกแล้ว

ขนาดที่เป็นของอีริคสันยังง่ายกว่านี้เยอะเลย ดูเหมือนหยางไท่เฉียนจะเจอปัญหาใหญ่เข้าให้แล้ว

"แต่.."

หยางไท่เฉียนพูดกับตัวเองเบาๆ

"ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น จะต้องเอาสิทธิบัตรเครื่องยนต์มาให้ได้"

เขาไม่รู้ว่าทำไมเจ้านายใหญ่ที่อยู่เบื้องหลังทุกอย่างถึงให้ความสำคัญกับบริษัทรถยนต์พวกนี้มาก บริษัทรถยนต์เหล่านี้เป็นเพียงบริษัทรถยนต์ธรรมดาๆเท่านั้น แทบจะไม่มีใครในยุโรปรู้จักด้วยซ้ำ

ยอดขายรถทั้งในยุโรปและอเมริกาก็ต่ำจนน่าตกใจ เรียกได้ว่าเป็นบริษัทที่อยู่หางแถวด้วยซ้ำ

แถมเจ้านายยังยืนยันหัวเด็ดตีนขาดว่าทำยังไงก็ได้ให้ได้มา หากว่าซื้อไม่ได้ก็ห้ามกลับเซียงเจียง

เราควรทำยังไงดี?

หนีไปเลยดีไหม?

หยางไท่เฉียนรีบสลัดความคิดพวกนั้นออกจากหัว จากนั้นเขาก็พยายามคิดต่อ

แม้ว่าอีริคสันจะไม่ได้ทำธุรกิจเกี่ยวกับประเภทรถยนต์ แต่พวกเขาก็พอมีชื่อเสียงอยู่บ้างในฝั่งยุโรป บริษัทรถยนต์เห็นว่าทางหยางไท่เฉียนได้ร่วมมือกับอีริคสัน พวกเขาเลยโก่งราคาจนมันสูงเกินที่หยางไท่เฉียนจะรับไหว

พวกนั้นคิดว่าเราเป็นโง่อย่างงั้นเหรอ?

ถึงแม้ว่าเจ้านายจะไม่สนใจเรื่องราคา แต่การที่อีกฝ่ายเรียกร้องมากเกินไปขนาดนี้มันก็ไม่สมควรรึเปล่า? ถ้ารู้ตัวว่าจะถูกโกงจะไปยอมให้เขาโกงไหม?

"เจ้านายครับ!!"

ระหว่างที่หยางไท่เฉียนกำลังคิดนั้น ก็มีเสียงเรียกเขาดังมาจากข้างนอก

ด้วยการอัดฉีดทุนอย่างต่อเนื่องจากว่านเซี่ยงกรุ๊ป รวมไปถึงการก่อตั้งห้องวิจัยที่ร่วมมือกับทางอีริคสันอันมีมูลค่ามหาศาลอีก

ปัจจุบันบริษัทสิทธิบัตรฮั่วถงก็ไม่ใช่บริษัทเล็กๆอีกต่อไป ด้วยเม็ดเงินที่เข้ามามหาศาลนั้นทำให้บริษัทได้เติบโตแบบก้าวกระโดด

จำนวนพนักงานในบริษัทเองก็เพิ่มขึ้นทุกๆวัน หยางไท่เฉียนเริ่มมีภาระเยอะขึ้นเลยแล้ว ดังนั้นเขาจึงได้หาผู้ช่วยมา

ก่อนหน้านี้หยางไท่เฉียนเคยโดนหลอกจากผู้หญิงมา ครั้งนี้เขาจึงได้จ้างผู้ช่วยที่เป็นผู้ชายแทน แถมยังเป็นเด็กที่เพิ่งเรียนจบได้ไม่นานอีกด้วย

หยางไท่เฉียนยืนขึ้นและเดินไปเปิดประตู

"คุณหยางครับ"

ทันทีที่ประตูเปิดออก ผู้ช่วยของเขาก็ได้พูดอย่างตื่นเต้นทันที

"เมื่อสักครู่ผมได้รับข่าวมาว่า บริษัทรถยนต์ในประเทศข้างๆพวกเขาวางแผนที่จะขายบริษัทครับ แถมตัวบริษัทยังมีการวิจัยเกี่ยวกับตัวเครื่องยนต์เป็นของตัวเองอีกด้วย"

หยางไท่เฉียนเบิกตากว้างออกทันทีด้วยความตื่นเต้น

"พระเจ้า!!"

"มีบริษัทรถยนต์อื่นประกาศขายด้วยอย่างงั้นเหรอ?"

"เอ่อ…"

ผู้ช่วยเห็นว่าหยางไท่เฉียนกำลังมีความสุขอยู่เลยไม่อยากจะขัดสักเท่าไหร่

บริษัทรถยนต์ที่ประกาศขายบริษัทนั้น ไม่ได้มีเพียงแค่บริษัทสิทธิบัตรฮั่วถงบริษัทเดียวที่อยากจะซื้อ แต่ยังมีบริษัทสัญชาติญี่ปุ่นอีกมากที่เล็งบริษัทรถยนต์ในยุโรปเหมือนกัน

ปีนี้เศรษฐกิจของประเทศญี่ปุ่นเองก็เติบโตอย่างรวดเร็ว บริษัทภายในประเทศญี่ปุ่นก็เริ่มมองหาลู่ทางขยับขยายออกไปต่างประเทศมากขึ้น

โดยเพราะอย่างยิ่งการซื้อธุรกิจต่อจากคนอื่น ซึ่งเป็นสิ่งที่เจอได้บ่อยที่สุดสำหรับบริษัทสัญชาติญี่ปุ่นในยุคนี้

นอกจากนี้แล้วอุตสากรรมภายในประเทศญี่ปุ่นเองก็กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด ไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมเกี่ยวกับเกม รถยนต์ อสังหาริมทรัพย์ ฯลฯ

ซึ่งบริษัทใหญ่ๆที่ทำธุรกิจเหล่านี้ก็ได้ซื้อกิจการบริษัทที่ดูมีอนาคตจำนวนมาก ทำให้บริษัทใหญ่ๆเองก็จะไม่มีคู่แข่งทางการตลาดคนใหม่

การซื้อขายที่มีชื่อเสียงมากสุดก็หนีไม่พ้นการซื้อสตูดิโอถ่ายทำหนังแห่งหนึ่ง ซึ่งบริษัทที่ซื้อไปก็ได้เติบโตเป็นบริษัทภาพยนต์ที่มีชื่อเสียงมากในอนาคต

"นับเป็นข่าวดีในรอบหลายวันที่ผ่านมาเลย"

หยางไท่เฉียนพูดด้วยรอยยิ้มสบายๆ

"เราจำเป็นต้องการข่าวพวกนี้ก่อนเป็นอันดับแรก เท่านี้พวกเราก็จะได้เปรียบในการเจรจามากขึ้น นายรีบไปกระจายข่าวเดี๋ยวนี้เลย"

ปัจจุบันบริษัทรถยนต์ที่หยางไท่เฉียนกำลังเจรจาอยู่นั้น พวกเขายังไม่ได้ติดต่อกับบริษัทสัญชาติญี่ปุ่นสักแห่ง

หากมีการกระจายข่าวมากเกินไปมันจะส่งผลกระทบต่อราคาหุ้นของพวกเขา ดังนั้นเรื่องพวกนี้จำเป็นต้องรู้เฉพาะวงในเท่านั้น

ข่าววงในจะรู้กันในยุโรปก่อน ซึ่งหยางไท่เฉียนก็มีเส้นสายอยู่ที่นี่ บริษัทยักษ์ใหญ่จากเยอรมันและอิตาลีก็ได้ติดต่อมายังบริษัทนี้เหมือนกัน แต่พวกเขาก็เลือกที่ไม่สนใจข้อเสนอพวกนั้น

ในใจลึกๆบริษัทรถยนต์นี้ยังต้องการราคาที่สูงกว่านี้อีกหน่อย เนื่องจากผลขาดทุนในช่วงปีที่ผ่านมาทำให้บริษัทรถยนต์เริ่มมีสภาพคล่องทางการเงินติดลบ

บริษัทยักษ์ใหญ่จากเยอรมันหรืออิตาลีเองก็ไม่ได้สนใจเล่นตามเกมของบริษัทรถยนต์เล็กๆอยู่แล้ว ถ้าโก่งราคามากพวกเขาก็ไม่สนใจแค่นั้น

หยางไท่เฉียนจึงกลัวการมาของบริษัทสัญชาติญี่ปุ่นซะมากกว่า เศรษฐกิจของพวกเขากำลังอยู่ในช่วงขาขึ้นสุดๆ ใครๆต่างก็รู้ว่าพวกเขามีเงินทุนหนาแค่ไหน

ถ้าบริษัทสัญชาติญี่ปุ่นได้ติดต่อมาจริงๆ หยางไท่เฉียนคงคิดว่าเขาน่าจะสู้ราคาของบริษัทพวกนั้นไม่ไหว

"ครับ ผมจะรีบไปกระจายข่าวทันที"

ผู้ช่วยพยักหน้า

จากนั้นเขารีบไปกระจายข่าวอย่างที่เขาบอกทันที บริษัทรถยนต์ที่ติดต่อกับหยางไท่เฉียนอยู่นั้นก็รู้ข่าวเรื่องบริษัทอื่นได้ประกาศขายกิจการเหมือนกัน แถมยังมีราคาที่ต่ำกว่าพวกเขาอีก

ในทวีปยุโรปนั้นมันฟังดูเหมือนจะยิ่งใหญ่ก็จริง แต่จริงๆแล้วอาณาเขตของแต่ละประเทศนั้นเล็กนิดเดียว เพียงวันเดียวก็สามารถนั่งรถไฟข้ามเป็นประเทศๆได้เลย

หากว่าบริษัทสิทธิบัตรฮั่วถงต้องการจะล้มเลิกการเจรจานี้แล้วไปหาบริษัทอื่นก็สามารถทำได้ในเวลาเพียงไม่กี่วัน

นอกจากนี้ด้วยราคาบริษัทที่พวกเขาตั้งนั้นสูงเกินไปทำให้ผู้บริหารเริ่มตื่นตระหนกและกลัวว่าจะต้องล้มละลายจริงๆ

โชคทุกอย่างกำลังเข้าข้างทางบริษัทสิทธิบัตรฮั่วถงอย่างมาก

ระหว่างการเจรจาของหยางไท่เฉียนกับบริษัทรถยนต์อยู่นั้น จู่ๆบริษัทรถยนต์ก็จัดการประชุมด่วนขึ้นมาทันที หยางไท่เฉียนรู้ได้เลยว่าพวกเขากำลังจะทำอะไร

"เสร็จฉันล่ะ!!"

รอยยิ้มเล็กๆที่แสนชั่วร้ายก็ได้ปรากฏขึ้นที่มุมปากของหยางไท่เฉียน จากนั้นเขาก็ขอตัวกลับไปยังโรมแรมที่เขาพักอยู่ทันทีพร้อมกับผู้ช่วย