ตอนนี้ซูข่านยังไม่อยากที่จะบอกเรื่องที่ลู่กั๋วเฉียงต้องทำ เพราะยังไม่รู้ว่าคนที่คิดไม่ดีกับลู่กั๋วเฉียงนั้นได้ติดตามอะไรเขาแค่ไหน อาจจะมีข้อมูลรั่วไหลไปหาอีกฝ่ายได้
ถ้าหากข่าวของฝ่ายเรารั่วไหลไปก่อน เกรงว่าอีกฝ่ายน่าจะใช้แผนตอบโต้เช่นเดียวกัน ยังไงค่อยพูดวันที่จะให้ลู่กั๋วเฉียงทำก็ยังไม่เสียหาย
จากนั้นก็แค่รอผลที่จะตามา
ซูข่านพยายามซ่อนรอยยิ้มของเขาขณะคิดเรื่องนี้
นี่จะเป็นการโฆษณาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในและคลาสสิกที่สุดในประวัติศาสตร์ มันจะต้องถูกนำเอาไปใส่ไว้ในตำราเรียนของคนรุ่นหลังแน่นอน
นี่อาจจะเป็นก้าวเล็กๆที่จะทำให้โรงงานอิเล็กทรอนิกส์กั๋วเฉียงได้เข้าไปอยู่ใน 1 ใน 500 บริษัทที่มูลค่าที่สุดในโลกก็เป็นได้
หากว่าไม่รุ่งก็ร่วงไปเลย นี่เป็นการเดิมพันที่โอกาสสำเร็จค่อนข้างสูงทีเดียว หากว่าล้มเหลวไม่เป็นตามแผนที่ซูข่านได้คิดเอาไว้ อย่างมากก็แค่ปิดกิจการโรงงานอิเล็กทรอนิกส์กั๋วเฉียงเท่านั้น
"เหลาสู กั๋วเฉียง"
ซูข่านได้พูดพร้อมกับมองทั้งสองคน
"พวกนายไปดูว่าหนังสือพิมพ์ฉบับไหนได้ลงข่าวเรื่องของตู้เย็นก่อน ไปสืบดูว่านักข่าวพวกนั้นได้ข่าวมาจากใคร"
ทั้งสูเจิ้งเหมาและลู่กั๋วเฉียงพยักหน้า
"พี่สามไม่ต้องห่วง ผมจะรีบสืบให้ได้ว่าใครเป็นคนทำเรื่องนี้ มันจะต้องคิดผิดแล้วที่กล้ามายุ่งกับพวกเรา"
ลู่กั๋วเฉียงพูดด้วยความโกรธ
ถ้าไม่มีพี่สาม วิกฤตการณ์ในครั้งนี้เขาจะต้องติดกับดักที่อีกฝ่ายได้วางเอาไว้แน่ๆ ไม่ว่ามันจะเป็นใครมันจะต้องได้รับโทษอย่างสาสม
"ผมจะรีบไปสืบดูครับ"
สูเจิ้งเหมาพยักหน้าเล็กน้อย
จากนั้นซูข่านก็ได้พูดอะไรต่อกับทั้งสองคนอีกสักพัก ก่อนที่ทั้งสองคนจะแยกย้ายกลับและปล่อยให้ซูข่านได้พักผ่อนหลังจากที่เดินทางมาไกล
สามวันต่อมา พิธีเปิดตึกซิงซีก็ได้มาถึง
"พี่สามครับ เราจะไปกันเลยไหม?"
ซงหมิงเจียงได้เดินเข้ามาหาซูข่านและถามด้วยความเคารพ
"อืม เรารีบไปกันเถอะ"
ซูข่านพยักหน้าเล็กน้อย
จากนั้นซูข่านก็เดินนำออกจากห้องของเขา ทุกคนได้ตามซูข่านลงยังมาด้านล่างของโรงแรมแล้วก็เห็นขบวนรถหลายคันจอดอยู่ หนึ่งในนั้นเป็นรถคราวน์
รถคราวน์ถือเป็นรถหรูอันดับต้นๆในยุคนี้
สูเจิ้งเหมาได้จัดหารถให้ซูข่านใช้ในช่วงที่เขาได้มาอยู่ที่เผิงเฉิง ซูข่านได้ขอให้สูเจิ้งเหมาจัดหาคนขับมาให้กับเขาด้วย เขาไม่อยากให้ซงหมิงเจียงหรือกั๋วเฟ่ยขับรถที่นี่สักเท่าไหร่
พวกเขายังไม่คุ้นชินทางกับสภาพถนนในเผิงเฉิง ถ้าพวกเขาขับอาจจะต้องใช้เวลามากกว่าปกติเล็กน้อย
คนขับรถได้มาเปิดประตูให้ซูข่านและคนอื่นขึ้นไปนั่ง ไม่นานรถก็ได้ออกจากโรงแรมและมุ่งหน้าไปในตัวเมืองเผิงเฉิง
ประมาณ 5 นาทีต่อมา ซูข่านมองผ่านกระจกรถออกไปก็เห็นตึกสูงใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางตึกอื่นๆ ความสูงของตึกนี้ทำให้ตึกโดยรอบๆที่มีขนาดมากกว่า 10 ชั้นดูเตี้ยไปเลย
นี่จะต้องเป็นตึกซิงซีอย่างไม่ต้องสงสัย
20 นาทีต่อมารถก็ได้หยุดลง ซูข่านและคนอื่นๆก็ลงจากรถและมุ่งหน้าไปยังใต้ตึกซิงซี เมื่อเดินไปได้สักพักหนึ่งก็มีพนักงานต้อนรับกับหน่วยรักษาความปลอดภัยเข้ามาหาพวกเขา
ซงหมิงเจียงได้พูดคุยกับพนักงานพวกนั้นเล็กน้อยก่อนที่ พนักงานต้อนรับจะก้มหัวให้และเดินนำพวกซูข่านเข้าไปในงาน
เมื่อเข้ามาในงานแล้วซูข่านก็เห็นที่นั่งที่เต็มไปด้วยผู้คนนับร้อย จากนั้นพนักงานต้อนรับก็ได้พาซูข่านและคนอื่นๆไปนั่งในกลุ่มคนพวกนั้น
ที่นั่งของซูข่านไม่ได้อยู่หน้าสุด แต่ที่นั่งของเขาก็สามารถมองเห็นงานพิธีเปิดได้โดยไม่มีอะไรขวาง เรียกได้ว่าเป็นสถานที่ที่ดีที่สุดในการรับชมรองจากที่นั่งด้านหน้า
ที่ตรงนี้ซูข่านเป็นคนบอกให้สูเจิ้งเหมาเตรียมให้เขาเอง ไม่อย่างงั้นสูเจิ้งเหมาคงจะเตรียมที่นั่งด้านหน้าให้กับซูข่านไปแล้ว
ซูข่านเองไม่อยากนั่งด้านหน้าสักเท่าไหร่ ส่วนใหญ่แล้วที่นั่งด้านหน้าจะเต็มไปด้วยคนที่มีชื่อเสียงต่างๆ หรือไม่ก็เป็นพวกผู้ที่มีอิทธิพลในเมืองเผิงเฉิง
คนเหล่านี้ซูข่านคุ้นหน้าอย่างมาก
ถ้าหากซูข่านได้ไปนั่งรวมกับพวกเขา พวกเขาอาจจะต้องแปลกใจเล็กน้อยที่ทำไมซูข่านถึงได้มานั่งตรงนี้ ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่ซูข่านไม่อยากให้เกิดสักเท่าไหร่
นอกจากคนที่มีอิทธิพลต่างๆหรือคนที่มีชื่อเสียงในเมืองเผิงเฉิงแล้ว ซูข่านยังสังเกตเห็นนักธุรกิจชื่อดังต่างๆมาในงานพิธีเปิดครั้งนี้ด้วย
งานนี้เป็นที่น่าจับตามองของใครหลายคนจริงๆ
แล้วซูข่านก็ยังเห็นนักข่าวที่หน้าคุ้นๆกำลังรายงานข่าวต่อหน้ากล้องอยู่ ซูข่านมองแล้วก็ยิ้มอย่างช่วยไม่ได้
"ท่านผู้ชมคะ วันนี้เรามาอยู่กันในงานพิธีเปิดของตึกซิงซี…."
เธอคนนี้เป็นนักข่าวมืออาชีพจริงๆ คำพูด สำเนียง น้ำเสียงที่นุ่มนวลนั้น เวลาที่เธอรายงานข่าวอะไรก็ฟังดูรื่นไหลไปหมดทุกอย่าง
บทความหรือข้อมูลที่เธอรายงานเกี่ยวกับตึกซิงซีนั้นก็ถูกต้องทั้งหมด ซูข่านยอมรับเลยว่าทักษะด้านการเป็นนักข่าวของเธอคนนี้นั้นดีเยี่ยมจริงๆ
ไม่แปลกเลยที่ในอนาคตจะมีคนเปิดโทรทัศน์มาเพื่อฟังเธอรายงานข่าวในแต่ละวัน
จากนั้นไม่นานสูเจิ้งเหมาก็ได้ขึ้นกล่าวสุนทรพจน์เล็กน้อยเกี่ยวกับตึกซิงซีของเขา
กล้องมากมายจากสื่อหลายสำนักก็ได้ลั่นชัตเตอร์กันรัวๆ สื่อเหล่านี้เป็นทั้งสื่อหลักในประเทศ สื่อท้องถิ่น รวมไปถึงสื่อ CCTV อีกด้วย
นอกจากสื่อรายการโทรทัศน์แล้ว ซูข่านก็สังเกตเห็นสื่ออื่นๆที่เป็นทางวิทยุและพวกสื่อสิ่งพิมพ์อีกด้วย
มองไปทางไหนก็มีแค่คนต้องการจะนำข่าวของตึกซิงซีไปรายงานในสังกัดของพวกเขา
ประเทศจีนในปีนี้ยังมีสภาพเศรษฐกิจไม่ค่อยดีเท่าไหร่ถ้าเทียบกับในยุโรปหรืออเมริกา การที่จะป่าวประกาศให้โลกภายนอกรู้มีเพียงอย่างเดียวคือสื่อจากสำนักต่างประเทศ
"มีสื่อเยอะแบบนี้ล่ะดีแล้ว"
ซูข่านพูดกับตัวเองพร้อมแอบยิ้มที่มุมปากอย่างชั่วร้าย
สื่อมารวมตัวกันมากมายแบบนี้แหละ จะเป็นช่องทางที่สามารถกระจายข่าวไปยังทั่วทั้งโลกได้
แต่สิ่งเดียวที่ซูข่านยังไม่แน่ใจคือคนกันแน่ที่เป็นคนส่งข่าวให้กับสื่อหนังสือพิมพ์พวกนี้ แต่สูเจิ้งเหมากับลู่กั๋วเฉียงก็ได้ส่งคนไปตรวจสอบแล้ว
ซูข่านรู้สึกสงสัยมาก
อีกไม่นานก็น่าจะได้รู้คำตอบว่าใครกันแน่ที่ได้วางแผนเรื่องราวทั้งหมด ซูข่านได้เตรียมพร้อมมือกับทุกสถานการณ์ที่เขาคิดว่ามันจเกิดขึ้นได้แล้ว
เป็นไปได้ว่าแผนการนี้จะไม่ได้มีคนทำแค่เพียงคนเดียวเนี่ยสิ เพราะนี่คือการทำธุรกิจยังไงล่ะ มันเป็นการแข่งขันที่รวบรวมผู้ทะเยอทะยานมาไว้ที่เดียว
"และต่อไปก็ขอเรียนเชิญคุณสูเจิ้งเหมา ประธานซิงซีกรุ๊ป ตัดริบบิ้นเพื่อที่จะเปิดตึกซิงซีอย่างเป็นทางการครับ"
หลังจากสูเจิ้งเหมากล่าวสุนทรพจน์เสร็จแล้ว พิธีกรก็ได้พูดขึ้นมา จากนั้นก็มีคนนำกรรไกรมามอบให้กับสูเจิ้งเหมา
สูเจิ้งเหมาหยิบกรรไกรขึ้นมาและตัดไปที่ริบบิ้นทันที
"กรึ๊บ"
ทันทีที่ริบริ้นล่วงลงสู่พื้น ก็มีพลุดังตามมา
เผิงเฉิงยังไม่มีนโยบายในการห้ามจุดพลุหรือประทัดในตัวเมือง แต่น่าเสียดายที่ตอนนี้ยังเช้าอยู่ ไม่อย่างงั้นคงจะได้เห็นพลุที่แสนสวยงามแล้ว
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved