HSBC ต้องการร่วมมือกับทางว่านเซี่ยงกรุ๊ปอีกงั้นเหรอ?
บางทีคุณหวางอาจจะมาที่นี่เพื่อคุยเรื่องการลงทุนในหุ้นหรือฟิวเจอร์อีกก็ได้ คงไม่ได้มาเพื่อคุยเรื่องส่วนตัวกับเจ้านายอย่างเดียวหรอก
การร่วมมือก่อนหน้านี้ระหว่าง HSBC กับว่านเซี่ยงกรุ๊ปก็ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม ที่ว่านเซี่ยงกรุ๊ปก้าวมายืนอยู่ในจุดนี้เป็นเพราะ HSBC ล้วนๆ
โดยเฉพาะครั้งล่าสุดในการเล่นฟิวเจอร์น้ำมัน เงินที่ได้รับจากฟิวเจอร์น้ำมันครั้งนี้ มันทำให้ว่านเซี่ยงกรุ๊ปเติบโตอย่างก้าวกระโดด
หวางหมันหยูมองไปที่ซูข่านและพูดกับเขาด้วยรอยยิ้ม
"ด้วยภาวะตลาดอสังหาฯในเซียงเจียงได้ตกต่ำในช่วงที่ผ่าน ส่งผลให้บริษัทที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับอสังหาฯหลายแห่งมีหนี้สะสมเยอะขึ้น บางบริษัทก็ประกาศล้มละลายและปิดตัวลง"
"ครับ"
ดวงตาของซูข่านจับจ้องไปที่หน้าของหวางหมันหยู
หัวใจของหยางหมันหยูหวิวเล็กน้อยก่อนจะพูดต่อด้วยรอยยิ้ม
"บริษัทอสังหาฯที่ล้มละลายบางแห่งก็ได้นำทรัพย์สินของพวกเขามาจำนองกับธนาคาร HSBC หลังจากที่พวกเขาประกาศล้มละลาย ทรัพย์สินพวกนั้นก็ตกเป็นของ HSBC ทันที"
"คุณหวางต้องการให้ว่านเซี่ยงกรุ๊ปซื้ออสังหาฯพวกนี้ต่อจาก HSBC เหรอคะ?"
จางหม่านถามหวางหมันหยูด้วยความสงสัย
ซูข่านเองก็มองไปที่หวางหมันหยูเพื่อรอคำตอบเช่นเดียวกัน
นี่คงเป็นโอกาสที่ทาง HSBC มองเห็น
HSBC เป็นธนาคารชั้นนำและมีชื่อเสียงอย่างมากในเซียงเจียง ไม่แปลกที่พวกเขาจะได้รับการไว้วางใจในการให้กู้ยืมเงินไปลงทุน แน่นอนว่าบริษัทอสังหาฯนับไม่ถ้วนก็ได้กู้เงินกับ HSBC
ไม่เพียงแต่บริษัทที่ทำอสังหาฯอย่างเดียวเท่านั้น บริษัทตั้งแต่ขนาดเล็กไปจนถึงยักษ์ใหญ่ต่างก็กู้เงินกับทาง HSBC เช่นกัน
บริษัทส่วนใหญ่ก็มักทรัพย์ต่างๆในบริษัทเป็นสิ่งจำนองให้กับ HSBC ในการกู้ยืมเงิน บริษัทพวกนี้จำเป็นต้องใช้เงินในการหมุนเวียนบริษัท พวกเขายอมที่จะจ่ายดอกเบี้ยคืนให้ HSBC
และหลังจากที่ตลาดอสังหาฯได้พังทลายลง บริษัทที่กู้ยืมเงินจาก HSBC มาก็ไม่สามารถชดใช้เงินหรือดอกเบี้ยคืนได้ ทรัพย์สินที่ได้จำนองไว้ก็ถูก HSBC ยึดไปโดยปริยาย
ในฐานะธนาคารที่มีชื่อเสียงแล้ว การที่พวกเขาได้รับอสังหาฯหรือทรัพย์สินต่างๆที่ได้มาจากการยึดทรัพย์นั้นไม่ใช่เป็นสิ่งที่ดีเลย แถมยังขายออกไปยากอีกต่างหาก
แล้วทางธนาคารเองก็ต้องการที่จะแปลงทรัพย์สินที่ยึดมาให้เป็นเงินที่เร็วที่สุด ไม่อย่างงั้นพวกเขาก็จะไม่มีเงินเพียงพอที่จะให้ลูกค้าของเขากู้ยืมเงินเพื่อกินดอกเบี้ยได้
ทั้งที่ดินต่างๆและทรัพย์ที่ยึดมาในมือของ HSBC ล้วนแล้วแต่เป็นหนี้สูญ ถ้าไม่รีบจัดการให้เร็วที่สุด มันจะกลายเป็นสิ่งที่เลวร้ายมาก
ในฐานะที่หวางหมันหยูเพิ่งได้เลื่อนตำแหน่งมาเป็นรองประธาน HSBC เธอจำเป็นต้องรับผิดชอบในการขจัดหนี้สูญเหล่านี้
และถ้ายิ่งเธอไม่สามารถจัดการได้ดี บางทีมันอาจจะส่งผลกระทบต่อตำแหน่งที่เธอทำอยู่ได้ ดังนั้นหวางหมันหยูจึงต้องการที่จะกำจัดที่ดินและทรัพย์สินที่ยึดมาเหล่านั้นให้เร็วที่สุด
หวางหมันหยูรู้ว่าซูข่านต้องการอสังหาฯในเซียงเจียงจำนวนมาก เขาเป็นคนเดียวที่เธอรู้จักที่ตระเวณซื้ออสังหาฯในช่วงเวลานี้ ที่ผ่านมาซูข่านน่าจะใช้เงินซื้ออสังหาฯไปแล้วกว่าพันล้าน
"ใช่ค่ะ"
หวางหมันหยูมองไปที่จางหม่านและพยักหน้าช้าๆ
"ในเซียงเจียงมีเพียงว่านเซี่ยงกรุ๊ปเท่านั้นที่สามารถซื้ออสังหาฯปริมาณเยอะขนาดนี้ได้"
จางหม่านหัวเราะเบาๆและพูดกับหวางหมันหยู
"ฉันดีใจนะคะที่คุณหวางคิดถึงพวกเราก่อน แต่การที่ว่านเซี่ยงกรุ๊ปประกาศจะใช้เงิน 5,000 ล้านในการช่วยเหลือตลาดอสังหาฯ ไม่ได้แปลว่าพวกเราจะต้องมาซื้ออสังหาฯพวกนี้ต่อจาก HSBC นะคะ"
ซูข่านไม่ได้พูดอะไร เขาได้แต่นั่งมองจางหม่านกับหวางหมันหยูเผชิญหน้ากัน
จางหม่านตอนนี้เองที่เผชิญหน้ากับหวางหมันหยู เธอไม่ได้มีท่าทีที่หวาดกลัวหรือเกรงใจใดๆกับหวางหมันหยูเลย กลับกันเธอแสดงความฉลาดและเฉียบแหลมออกมาได้อีก
ความสามารถนี้เหมาะกับตำแหน่งประธานว่านเซี่ยงกรุ๊ปที่ยิ่งใหญ่แล้ว
จางหม่านเองก็ได้เติบโตและเริ่มมีวิสัยทัศน์เกี่ยวกับเรื่องธุรกิจมากขึ้นแล้ว ไม่ว่าจะเป็นคำพูดหรือเล่ห์เหลี่ยมของเธอ ซูข่านพอใจมากๆกับจางหม่านตอนนี้
"ประธานจางคะ"
"ด้วยเงื่อนไขที่ตั้งไว้ ทำให้ HSBC ขายอสังหาฯราคาที่ต่ำมาก ซึ่งราคาต่ำกว่าตลาดทั่วไปอีกนะคะ"
หวางหมันหยูเริ่มหุบยิ้มของเธอและพูดด้วยน้ำเสียงที่ดูจริงจัง
"แล้วทางว่านเซี่ยงกรุ๊ปเองก็ต้องการที่จะซื้ออสังหาฯมากมายในช่วงเวลานี้ ถ้าถือครองอสังหาฯที่ทาง HSBC ได้ปล่อยขาย อนาคตว่านเซี่ยงกรุ๊ปก็จะทำกำไรได้อย่างแน่นอนค่ะ"
"นี่เป็นข้อเสนอที่ win-win ทั้งสองฝ่ายเลยนะคะ"
เมื่อเห็นว่าซูข่านไม่ได้พูดอะไร หวางหมันหยูเลยรู้ได้ทันทีว่าเขาต้องการให้จางหม่านจัดการเรื่องนี้ หวางหมันหยูเลยหันมาเกลี้ยกล่อมจางหม่านทันที
ตั้งแต่ก่อตั้งธนาคารมา โดยทั่วไปแล้วจะมีแต่คนอื่นที่มาขอความช่วยเหลือจากธนาคาร แต่ครั้งนี้ ธนาคารเองจะเป็นฝ่ายที่ต้องการความช่วยเหลือจากคนอื่นบ้าง
นี่อาจจะเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของธนาคาร HSBC เลยก็ได้ ว่านเซี่ยงกรุ๊ปได้เปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่ของธนาคารไปซะแล้ว
หวางหมันหยูแอบถอนหายใจเมื่อคิดถึงเรื่องนี้ จากนั้นเธอก็เห็นว่าจางหม่านแสดงความสนใจออกมาเล็กน้อย หวางหมันหยูเลยสูดหายใจเข้าลึกๆและพูดอย่างใจเย็น
"โดยทางธนาคาร HSBC จะขายอสังหาฯที่ยึดมาได้ต่ำกว่าตลาด 5% ค่ะ"
"10% ค่ะ"
จางหม่านรีบต่อรองตัวเลขทันทีด้วยรอยยิ้มอย่างมีเลศนัย
"เกรงว่าจะไม่ได้นะคะ"
หวางหมันหยูรีบส่ายหัวอย่างรวดเร็ว
"หากว่าขายต่ำกว่าตลาดถึง 10% ทาง HSBC เองก็ไม่สามารถกู้คืนค่าเสียหายที่เสียไปได้เลย"
"หึๆ"
จางหม่านหัวเราะเบาๆ
"คุณหวางคะ"
"ธนาคาร HSBC ที่ยิ่งใหญ่ได้ปล่อยให้คนอื่นมากู้เงินเพื่อกินดอกเบี้ยมาเป็นเวลานานแล้วนะคะ ฉันคิดว่าธนาคาร HSBC น่าจะทำกำไรจากจุดนี้ได้มากกว่า 10% อยู่แล้ว"
"ลองคิดดูดีๆนะคะหากว่า HSBC ไม่สามารถขายอสังหาฯพวกนั้นได้ หากถูกตรวจสอบละก็…"
จางหม่านเข้าใจถึงหลักกการทำงานของ HSBC เป็นอย่างดี ในฐานะธนาคารแล้ว พวกเขาไม่ชอบหนี้เสียแบบนี้เอามากๆ พวกเขาต้องรีบขจัดออกไปให้เร็วที่สุด
หลังจากที่ได้ยินจางหม่านพูด ซูข่านก็พึงพอใจในตัวเธอมากขึ้น
เธอได้ใช้คำพูดไม่กี่ไม่คำเท่านั้นในการตอบกลับหวางหมันหยู เธอสามารถพลิกมาเป็นผู้คุมเกมอย่างได้อย่างรวดเร็ว
ตอนแรกซูข่านก็เป็นกังวลในตัวเธอ แต่จางหม่านเองก็พัฒนาตัวมาได้อย่างรวดเร็ว ถึงแม้ว่าวิสัยทัศน์ของเธอจะไม่กว้างไกลซะเท่าไหร่ แต่เรื่องไหวพริบและการแสดงของเธอนั้นนับว่าเยี่ยมยอด
ท้ายที่สุด จากการเติบโตแบบก้าวกระโดดของบริษัท มันจะดึงดูดผู้คนที่มีความสามารถจะหลั่งไหลเข้าสู่บริษัทจำนวนมาก มีทั้งคนดีตั้งใจทำงานและคนไม่ดีที่พร้อมจะแลกทุกอย่างเพื่อของที่เขาต้องการ
หากว่าจางหม่านเองไม่มีทักษะในการบริหารคนพวกนี้ ซูข่านเองอาจจะต้องพิจารณาเรื่องเปลี่ยนประธานบริษัท
บริษัทของเขานั้นไม่ได้ต้องการคนที่เชื่อฟังเพียงอย่างเดียว แต่คนที่เชื่อฟังเองก็จะต้องมีสมองที่คิดแทนเขาได้บ้าง ไม่ใช่ว่าจะรอให้สั่งการไปหมดทุกเรื่อง
"6% ได้ไหมคะ"
หวางหมันหยูกัดฟันแล้วพูด
"9% ค่ะ"
จางหม่านตอบช้าๆ
"ทางเราจะยอมซื้อที่ 9% เท่านั้นค่ะ"
"ได้ค่ะ 9% ก็ 9%"
หวางหมันหยูรีบพูดอย่างรวดเร็ว
"ขอบคุณมากนะคะ"
เมื่อเห็นว่าหวางหมันหยูตอบรับตัวเลขนี้ จางหม่านก็รู้สึกถึงชัยชนะและหัวเราะออกมาเบาๆ
หวางหมันหยูชะงักเล็กน้อย ทันทีที่จางหม่านหัวเราะออกมา หวางหมันหยูก็รู้ทันทีเลยว่าถูกหลอกซะแล้ว ตัวเลขที่ลดลงกว่า 4% นั้น สำหรับว่านเซี่ยงกรุ๊ปคือเป็นสิบๆล้าน
หากว่าขายอสังหาฯให้ทางว่านเซี่ยงกรุ๊ปมูลค่า 1,000 ล้าน พวกเขาก็จะได้ส่วนลดทันทีเลยถึงเกือบ 100 ล้าน!!
แล้วพวกเขาซื้อแค่ 1,000 ล้านรึเปล่าล่ะ? ถ้าอย่างงั้นว่านเซี่ยงกรุ๊ปก็จะได้ส่วนลดมากกว่า 100 ล้าน!!
"ว่านเซี่ยงกรุ๊ปนั้นล้วนเต็มไปด้วยคนที่มีความสามารถ บางทีฉันจะต้องเรียนรู้เพิ่มเติมซะหน่อยแล้ว"
"ฮ่าๆๆ"
ซูข่านหัวเราะออกมาเสียงดัง
"คุณหวางไม่ต้องกังวลไปหรอกครับ นี่เป็นข้อเสนอที่ win-win ทั้งสองฝ่ายแบบที่คุณพูดมานั่นแหละ"
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved