ตอนที่ 429

"เข้าใจแล้วค่ะเจ้านาย ฉันจะรีบให้คนไปจัดการเรื่องนี้ให้เร็วที่สุด"

จางหม่านพยักหน้า

แม้ว่าเธอจะไม่รู้ว่าเจ้านายจะต้องการซื้อหุ้นบริษัทแอปเปิ้ลไปทำไมเยอะแยะ แต่เธอมีหน้าที่แค่ทำตามสิ่งที่เจ้านายได้สั่งเธอ

"หลังจากจดทะเบียนบริษัทเสร็จแล้ว นอกจากหุ้นบริษัทแอปเปิ้ลที่จะซื้อ ให้ไปจัดการซื้อพวกหุ้นที่เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์หรืออินเตอร์เน็ตไว้ด้วย"

ซูข่านได้สั่งต่อ

"ให้ซื้ออีกเหรอคะ?"

จางหม่านชะงักและถามต่อด้วยความสงสัย

"ทางบริษัทการเงินและการลงทุนเฉียนฟ่านก็ได้ทำการซื้อหุ้นที่เจ้านายว่ามาอยู่แล้วนะคะ"

"ซื้อไว้เยอะรึเปล่าล่ะ?"

ซูข่านถามด้วยรอยยิ้ม

ถ้าไม่เพราะกลัวบริษัทการเงินและการลงทุนอื่นๆ ป่านนี้คงได้ลงทุนอะไรต่างๆได้เยอะไปแล้ว ไม่อย่างงั้นจะต้องตกเป็นเป้าของการวิพากษ์วิจารญ์ต่อสาธารณะแน่

ดังนั้นจำเป็นต้องใช้บริษัทอื่นร่วมด้วยในแผนการครั้งนี้

และนี่ก็ไม่เป็นเพียงบริษัทแห่งเดียวที่ซูข่านจะก่อตั้งเพื่อทำเรื่องแบบนี้ แต่ซูข่านต้องการที่จะก่อตั้งบริษัทและแยกกันไปซื้อหุ้นที่ต้องการอย่างเช่นหุ้นของไมโครซอร์ฟที่กำลังจะเข้าสู่ตลาดในอีกไม่กี่ปีหน้าข้าง

หรือจะเป็น Cicso ผู้นำในเรื่องของเน็ตเวิร์คและอินเตอร์เน็ต และในอนาคตก็ยังขยายไปยัง Yahoo,Amazon,Facebook ฯลฯ ได้อีกด้วย

บริษัทการเงินและการลงทุนเฉียนฟ่านก็รับหน้าในการถือส่วนหนึ่ง และบริษัทย่อยก็ทำการถือหุ้นพวกนี้อีกส่วนหนึ่ง แค่ได้มากกว่า 5% ก็ไม่รู้จะตีมูลค่าได้เท่าไหร่แล้ว

ตัวอย่างพวกบริษัทไมโครซอร์ฟหรือแอมะซอน ทั้งสองบริษัทนี้ก็จะมีมูลค่าในตลาดเป็นล้านล้านไม่ต่างจากบริษัทแอปเปิ้ลเลย ลองคิดดูว่าหากได้หุ้น 5% ของทั้งสามบริษัทนี้มาจะเป็นยังไง

ตีเป็นเลขกลมๆก็บริษัทละ 5 หมื่นล้าน การได้หุ้น 5% ของทั้งสามบริษัทนี้มาอาจจะมีมูลค่าสูงถึง 1.5 แสนล้านดอลล่าห์เลยก็ได้

และนี่ยังเป็นแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น

ถ้ารวมกับหุ้นไมโครซอรฟ์ที่บริษัทการเงินและการลงทุนเฉียนฟ่านได้ลงทุนไปในตอนแรกอีก บอกได้เลยว่ามันเยอะกว่า 1.5 แสนล้านดอลล่าห์แน่นอน

ไหนจะยังบริษัทแอมะซอนอีก หากแอมะซอนเปิดระดมทุนหาคนมาลงทุนเมื่อไหร่ ซูข่านจะไม่พลาดโอกาสนี้อย่างแน่นอน

แค่เป็นเพียงแค่ตัวอย่างของบริษัทไม่กี่บริษัทเท่านั้นที่สามารถทำเงินได้อย่างมหาศาล ในอนาคตบริษัทของพวกเขาจะเติบโตจนกลายเป็นยักษ์ใหญ่ของวงการเทคโนโลยีชั้นนำของโลก

แต่สิ่งเดียวที่น่ากังวลในตอนนี้ ก็คือทางประเทศอเมริกามักจะมีกฏหมายแปลกๆที่ห้ามนักลงทุนต่างชาติ ดังนั้นซูข่านจำเป็นต้องวางแผนล่วงหน้าและเตรียมพร้อมในเรื่องแบบนี้ด้วย

"ได้ค่ะเดี๋ยวฉันจะรีบไปจัดการทันที"

จางหม่านพยักหน้าเล็กน้อย

จากนั้นจางหม่านก็คุยต่อกับซูข่านไปจนถึงเวลาประมาณ 3 ทุ่ม แล้วเธอก็ขอตัวกลับก่อน

ขณะที่เดินอยู่ในสวนหน้าบ้านนั้น จางหม่านก็ได้หันกลับมามองที่ตัวบ้านสักพักหนึ่ง จนกระทั่งมีเสียงเท้าหนักๆมาพร้อมกับเสียงเปิดประตู

"เป็นผู้ชายที่เข้าใจได้ยากจริงๆ"

จางหม่านส่ายหน้าเล็กน้อยและขึ้นในรถ ไม่นานรถก็ได้สตาร์ทและเคลื่อนตัวออก

ในตอนแรกจางหม่านจะมาหาซูข่านในตอนที่ดึกกว่านี้ แต่ซูข่านก็ได้บอกว่ามันดึกเกินไปและให้เธอมาเร็วกว่านั้นหน่อย ซึ่งจางหม่านไม่ชอบเลย เธออยากมาคุยกับซูข่านตอนดึกมากกว่า

แต่ซูข่านก็ไม่ได้สนใจอะไรในเรื่องนี้ แถมตอนกลับเขาก็ยังไม่ได้มาส่งจางหม่านขึ้นรถอีก

จางหม่านได้แต่นั่งมองกระจกบนรถโดยไม่มีคำพูดอะไรหลุดออกมาสักคำเดียว

เมื่อได้ยินเสียงของรถยนต์ข้างนอกหายใจ ซูข่านหลับตาลงแล้วก็คิดอะไรต่อเล็กน้อย จากนั้นเขาก็ลุกขึ้นและกลับไปยังห้องนอนของเขา

จางหม่านและหลู่เฉียนซานได้ไปทำตามคำสั่งของซูข่านหลายวันติดต่อกัน พวกเธอทั้งสองไม่ได้มาที่บ้านของซูข่านอีกเลยนับตั้งวันนั้น

ช่วงเวลาที่พวกเธอไม่มาที่บ้านของซูข่านนั้น ซูข่านรู้สึกมีความสุขมาก เขาได้ช่วยเวลานี้พักผ่อนกับตัวเองเต็มที่

"พร้อมแล้วครับพี่สาม"

เสียงของซงหมิงเจียงดังขึ้น

"ไปกันเถอะ"

ซูข่านหันไปมองซงหมิงเจียงและพูดกับเขาเบาๆ

เมื่อเดินออกมาจากตัวบ้าน ซูข่านก็เห็นรถเบนท์ลีย์จอดรอเขาอยู่ ซงหมิงเจียงรีบเดินเร็วกว่าเดิมเพื่อไปเปิดประตูรถให้กับซูข่าน

ขณะที่จับรถเบนท์ลีย์ ซงหมิงเจียงต้องเก็บอาการของเขาไว้ในใจ

ถึงแม้ว่าตัวของซงหมิงเจียงจะมาที่เซียงเจียงพร้อมกับซูข่านหลายครั้งแล้วก็ตาม แต่เขาก็ยังไม่ชินกับความหรูหราและฟุ่มเฟือยแบบนี้สักเท่าไหร่

เขารู้ดีว่าราคาของรถเบนท์ลีย์นั้นสูงมากแค่ไหน จะมีสักกี่คนบนโลกใบนี้ที่เวลาพักผ่อนก็นั่งรถเบนท์ลีย์

ฟุ่มเฟือยเกินไป

เกินไปจริงๆ

ไม่นานรถเบทย์ลีย์ก็ได้สตาร์ทและเคลื่อนตัวออกจากบ้านของซูข่านมายังด้านล่างของภูเขา อากาศในช่วงนี้กำลังร้อนพอดี การพักผ่อนในอากาศร้อนกับแม่น้ำเนี่ย ไม่มีอะไรดีไปกว่านี้อีกแล้ว

น้ำที่ไหลลงมาจากภูเขานั้นก็เย็นเป็นพิเศษ แถมยังเป็นต้นน้ำอีกด้วย น้ำทั้งใส ทั้งเย็น ทั้งสวยงาม สภาพแวดล้อมกับบรรยากาศเองก็ดีมากๆเช่นกัน

ไม่นานรถก็ได้ขับมายังบ้านสวน เมื่อซูข่านก้าวลงจากรถ เขาก็เห็นกิ่งก้านของต้นไม้และเถาวัลย์ที่เจริญเติบโตอย่างเต็มที่และยึดครองพื้นที่ของบ้านไปเกือบหมด

ถึงแม้ว่าซูข่านจะไม่ได้มาที่นี่เป็นเวลาหนึ่งปี แต่ก็มีการรักษาสภาพของบ้านสวนหลังนี้ไว้เป็นอย่างดี ซูข่านมองดูรอบๆก็รู้สึกพอใจมาก

ซงหมิงเจียงและบอดี้การ์ดคนอื่นลงจากรถก็ได้เตรียมอุปกรณ์ตกปลาและเตาย่างบาร์บีคิว ส่วนซูข่านเดินไปยังทางเดินไม้ริมแม่น้ำและเข้าไปยังศาลาอย่างรวดเร็ว

ซูข่านเข้ามายังศาลาก็มองลงไปในแม่น้ำทันที เขาเห็นปลาตัวใหญ่ 2-3 ตัวที่ตกใจเขาและว่ายหนีจนน้ำกระเด็นขึ้นมา

ช่วงที่ซูข่านไม่ได้มาที่ศาลาแห่งนี้ ซูข่านได้บอกให้คนแวะมาให้อาหารปลาที่นี่เป็นช่วงๆ เป็นเวลากว่า 1 ปีที่เขาไม่ได้กลับมาปลาที่นี่จึงได้มีแต่ตัวโตๆ

"หึ"

ซูข่านยกมุมปากขึ้นมาแสดงให้เห็นรอยยิ้มเล็กน้อย

ซงหมิงเจียงและบอดี้การ์ดคนอื่นก็รีบยกอุปกรณ์ทุกอย่างตามซูข่านมาที่ศาลา พวกเขามาถึงก็รีบวางและเอาอุปกรณ์ตกปลามาเกี่ยวเหยื่อและยื่นให้ซูข่านทันที

ซูข่านไม่รอช้าเหวี่ยงเบ็ดตกปลาลงแม่น้ำ เขามองดูแม่น้ำที่สงบนิ่งแล้วจิตใจของเขาก็สงบนิ่งตาม ไม่นานก็มีบอดี้การ์ดคนหนึ่งกางเก้าอี้ตัวเล็กๆออก ซูข่านจึงนั่งลงและเอนหลังด้วยความสบายใจ

จากนั้นก็มีโต๊ะมากางพร้อมกับกาต้มน้ำชาและถ้วยเล็กๆ

การได้จิบชาพร้อมกับตกปลาในแม่น้ำที่สวยงามแบบนี้ ทำให้ซูข่ายรู้สึกผ่อนคลายมาก

ช่างเป็นวันที่ดีจริงๆ

แล้วซูข่านก็เพลิดเพลินไปกับการพักผ่อนของเขาในศาลา

"ตึ้กๆ"

ผ่านไปได้สักพักใหญ่ ซงหมิงเจียงก็ได้เดินเข้ามาหาซูข่านในศาลาและพูดเบาๆ

"คุณหยางไท่เฉียนมาหาครับ"

"ให้เขาเข้ามา"

ซูข่านพูดอย่างใจเย็น

ดูเหมือนว่าหยางไท่เฉียนน่าจะได้ข้อมูลของตระกูลชุ่นแล้วสินะ