ตอนที่ 214

"เขาตามฉันมาตลอดทางเลย ฉันให้ซงหมิงเจียงไปจัดการแล้วอีกไม่นานก็น่าจะเรียบร้อย"

"ครับพี่สาม"

หวางเซียวหมันพยักหน้าอย่างรวดเร็ว

จากนั้นทั้งสองคนเดินเข้าไปในบ้าน

ชูเฟิงที่เฝ้าดูร่างของซูข่านอยู่ เขามองแผ่นหลังของซูข่านที่ค่อยๆเดินเข้าบ้านไป สีหน้าของชูเฟิงดูผิดหวังอย่างเห็นได้ชัด มีน้ำตาเอ่อเต็มดวงตาทั้งสองของเขา ชูเฟิงอยากจะวิ่งหนีกลับบ้านเหลือเกิน

แต่ถึงเป็นแบบนั้นเขาก็กัดฟันและสะบัดหน้าตัวเองอย่างแรง เขาปักหลักดักรอซูข่านอยู่ตรงที่เดิมด้วยแววตาที่มุ่งมั่น

ระหว่างที่ซูข่านเข้าไปในบ้าน กลิ่นของเหล้าเหมาไถก็ได้แรงขึ้นเรื่อยๆ จนเขาได้กลิ่นเหล้าตัวอื่น มันเป็นกลิ่นแตกต่างไปจากเหมาไถโดยสิ้นเชิง

"พี่สามครับ นั่นคือเหล้าที่พี่จางเฉียงได้นำมาเพิ่มครับ"

หวางเซียวหมันชี้ไปยังเหล้าที่อยู่ตรงหน้าเขา

"อืม"

ซูข่านพยักหน้าและเดินเข้าไปเพื่อดูใกล้ๆ เขามองดูเหล้าที่อยู่ตรงหน้าเขา มันถูกใส่ไว้ในกล่องเหมือนกับเหล้าเหมาไถ

ซูข่านได้หยิบเหล้าขวดหนึ่งขึ้นมาเขาอ่านรายละเอียดจากฉลากบนขวด

"เอ่อร์กั่วโถว"

นอกจากเหล้าเอ่อร์กั่โถวแล้วซูข่านก็ได้หยิบเหล้าอีกขวดที่มีฉลากไม่เหมือนกับขวดแรกที่เขาหยิบขึ้นมา

"อู่เหลียงเย่"

เมื่อเห็นซูข่านเดินเข้ามาเพื่อดูขวดเหล้าอันใหม่แล้ว หวางเซียวหมันก็ได้เดินตามเข้าไปและอธิบาย

"พี่สามครับ พี่จางเฉียงได้นำเหล้าพวกนี้มาหลายสิบขวดเลย เหล้าพวกนี้ผมยังไม่เคยเห็นมาก่อนเลยในชีวิต"

"เห็นพี่จางบอกเอาไว้ว่าเหล้าพวกนี้มีอายุอย่างน้อย 30 ปี"

"30 ปี?"

ซูข่านรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยที่ได้ยิน มันไม่ใช่เหล้าที่ผลิตในปี 1979-1980 หรอกเรอะ? ถึงมันจะไม่ได้เป็นเหล้าที่มีชื่อเสียงมาก แต่รสชาติของมันที่บร่มไว้ถึง 30 ปีจะต้องดีแน่นอน

ขนาดเหล้าผ่านไปเพียง 10 ปีก็ยังมีรสชาติที่ล้ำลึกเลย มันจะต้องเป็นเหล้าที่มีมูลค่ามหาศาลแน่ๆ

"จัดการเหล้าพวกนี้ให้ดีๆด้วย"

ซูข่านหันไปพูดกับหวางเซียวหมัน จากนั้นเขาก็วางเหล้ากลับที่เดิมของมัน

"ครับพี่สาม"

หวางเซียวหมันตอบซูข่านด้วยความภาคภูมิใจ

"ผมจะดูแลเหล้าพวกนี้ให้ดีที่สุดเลยครับ ผมพอจะรู้ว่าต้องเก็บเหล้าแบบนี้ยังไงครับ"

หวางเซียวหมันพูดด้วยรอยยิ้ม

ระหว่างนั้นซูข่านก็ได้เดินดูรอบๆบ้านของเขาต่อ เขายังคงเห็นเหล้าเหมาไถเรียงรายอยู่เต็มเหมือนเดิม แต่การจัดวางจะแตกต่างไปจากตอนแรกอยู่เล็กน้อย

จนทั้งสองเขาได้เดินเข้ามาห้องๆหนึ่ง ห้องนี้ถูกเรียงรายไปด้วยเหล้าเหมาไถทั้งห้อง

"มีประมาณเท่าไหร่?"

ซูข่านเห็นว่าขวดเหล้าห้องนี้ยังดูใหม่มาก มันดูเหมือนเพิ่งจะผลิตเมื่อไม่เดือนที่ผ่านมา เขาจึงชี้ไปที่เหล้าและหันไปถามกับหวางเซียวหมัน

"ประมาณ 1 ตันครับ"

หวางเซียวหมันรีบตอบอย่างรวดเร็ว

"เท่าที่ผมจดมานะครับ เหล้าพวกนี้ถูกส่งเพิ่มมาทีหลังโดยพี่จางเฉียงครับ"

"ฉันขอดูสมุดจดของนายหน่อย"

ซูข่านอยากรู้ว่าหวางเซียวหมันจดอะไรลงในสมุดบ้าง

"ได้ครับ"

หวางเซียวหมันหันกลับไปและหยิบสมุดสีเหลืองออกมา จากนั้นเขาก็ยืนให้กับซูข่านอย่างรวดเร็ว

ซูข่านหยิบสมุดขึ้นมาดู ที่ปกด้านหลังของสมุดยังก็ใหม่อยู่ แต่ปกด้านหน้าเริ่มมีร่องรอยการใช้งานเล็กน้อย มันบ่งบอกว่าหวางเซียวหมันได้เปิดสมุดเล่มนี้บ่อยมาก

ซูข่านได้เปิดสมุดโดยไม่สนว่าจะหน้าไหน เขาอ่านที่ด้านบนของสมุดทันที

"วันที่ 21 กุมภาพันธ์ พี่จางเฉียงได้นำเหล้าเหมาไถมาเพิ่มอีก 50 ขวด โดยปีที่ผลิตของ 50 ขวดนั้น…"

ซูข่านประหลาดใจมาก เขาไม่คิดเลยว่าหวางเซียวหมันจะจดรายละเอียดของขวดเหล้าทั้งหมดขนาดนี้

"ทำได้ดีมาก"

ซูข่านคืนสมุดเล่มเหลืองให้กับเซียวหมัน จากนั้นเขาก็เอามือตบไปที่ไหล่ของหวางเซียวหมัน 2-3 ที และหัวเราะเล็กน้อย

"ขอบคุณครับพี่สาม ขอบคุณ"

หวางเซียวหมันได้รับคำชมจากซูข่านอีกครั้ง มันทำให้เขารู้สึกดีใจมาก การที่ซูข่านได้เอามือมาตบที่ไหล่ของเขาอีก มันแสดงออกว่าซูข่านไม่ได้ปฏิบัติการหวางเซียวหมันเหมือนกับเป็นคนนอก

หวางเซียวมันยังจำวันที่ซู่เฟิงได้มาโอ้อวดวันที่พี่สามได้ตบไหล่เขาอยู่เลย ซู่เฟิงเล่าเรื่องนี้ซ้ำไปซ้ำมาทั้งวัน ตอนนี้เขาเข้าใจความรู้สึกของซู่เฟิงแล้ว

จากนั้นซูข่านก็ได้เดินไปรอบๆบ้านอีกครั้งเพื่อดูเหล้าทั้งหมดที่เขามี เมื่อซูข่านดูจนพอใจแล้วเขาก็เดินออกไปข้างนอก

ที่ด้านนอกของตัวบ้าน ซูข่านก็ได้หันไปถามกับหวางเซียวหมัน

"ทำไมชูเฟิงถึงไม่ได้ไปโรงเรียน พ่อแม่เขาอยู่ไหน?"

ชูเฟิงเขาเป็นหัวหน้าของเหล่าเด็กๆในซอยนี้ ไม่แปลกที่คนในซอยจะไม่รู้จักชูเฟิง

หวางเซียวหมันก็ได้อธิบายเกี่ยวกับชูเฟิง

"พี่สามครับ บ้านของชูเฟิงมีฐานะที่ยากจนมาก ตอนที่เขายังเป็นเด็กอยู่ พ่อกับแม่ของเขาก็เสียด้วยอาการป่วย เขาใช้ชีวิตอยู่กับน้องสาวที่บ้านญาติของเขา"

"เฮ้อ"

ซูข่านขมวดคิ้วพร้อมกับถอนหายใจ

พ่อแม่ของเด็กคนนี้เสียไปแล้วอย่างงั้นรึ?

ซูข่านได้นึกถึงตอนวันตรุษจีน วันนั้นเขาได้แบ่งประทัดให้กับพวกชูเฟิงได้เล่น ถึงมันไม่ได้เป็นเงินจำนวนมากเลย แต่สำหรับเด็กที่ยากจนแบบนี้แล้ว มันอาจจะเป็นเรื่องยิ่งใหญ่ที่สุดที่พวกเขาเคยได้รับ

ด้วยภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน ไหนจะรัฐบาลอีก สำหรับครอบครัวของคนที่ยากจน การที่พวกเขาจะหาเงินได้ถึง 10 หยวนนั้นก็เป็นเรื่องที่ยากมาก ด้วยเงินจำนวนนี้บางครอบครัวอาจอยู่ได้เป็นอาทิตย์ๆเลย

เด็กคนนี้ค่อนข้างมีประวัติที่น่าสนใจเล็กน้อย แต่เขาไม่ยอมไปโรงเรียนนี่สิ

ถ้าหากว่าไม่ไปโรงเรียน ก็ต้องออกมาหางานทำ แต่การที่อายุแค่นี้จะไปทำอะไรได้ จะมีใครจ้างงานเด็กตัวแค่นี้

ซูข่านส่ายหัวอย่างช่วยไมไ่ด้

จากนั้นเขาก็ได้บอกว่าจะกลับก่อน โดยไม่ต้องให้หวางเซียวหมันเดินไปส่ง ให้เขาอยู่ที่บ้านหลังนี้ทำงานต่อไป ระหว่างที่ซูข่านเดินไปในซอย เขาก็เห็นชูเฟิงยืนดักรอเขาอยู่

ชูเฟิงจ้องมองมาที่ซูข่านโดยไม่กระพริบตา ส่วนตัวซูข่านนั้นไม่สนใจชูเฟิงแม้แต่น้อย เขาเดินผ่านตัวชูเฟิงไปโดยไม่ได้พูดอะไรสักคำ

ซูข่านเดินต่อเพื่อมุ่งหน้าไปยังบ้านของเขา แต่เขาก็รู้สึกว่ามีคนเดินตามอยู่เรื่อยๆ

ซูข่านไม่รู้จะทำยังไงกับเด็กคนนี้แล้ว อย่างน้อยเขาก็แค่เดินตาม มันไม่ได้รบกวนชีวิตประจำวันอะไรของเขามาก

ระหว่างกลับไปที่้บ้าน ซูข่านก็เห็นหญิงชราคนหนึ่ง ในมือของเธอถือไม้ขนไก่ปัดฝุ่นไว้แน่น

ซูข่านได้หันไปมองยังชูเฟิงที่อยู่ด้านหลัง ตอนนี้เขากำลังตัวสั่นเหมือนกลัวอะไรบางอย่าง