ตอนที่ 268

จางเฉียงมองไปที่ซูข่าน สายตาของเขาเต็มไปด้วยความหวังกับชื่อของโรงแรม

ซูข่านเองก็ยิ่มและพูดกับจางเฉียงเบาๆ

"จะต้องเป็นชื่อที่เรียบง่าย ไม่ซ้ำซ้อน ผู้คนจะสามารถได้ยินแล้วก็จำมันได้อย่างขึ้นใจ"

"ฮั่นหยู่ เอ็กเพรส"

น่าเสียดายเหมือนกันที่ตั้งชื่อยาวๆเหมือนกับโรงแรมหรูๆไม่ได้ แต่ก็อย่างว่าแหละ นี่เป็นโรงแรมที่สร้างไว้สำหรับรองรับคนที่ไม่อยากจะพักโรงแรมหรูๆ แต่ก็ไม่อยากนอนโรงแรมเล็กๆหรือพวกเกสต์เฮ้า

และด้วยคำว่าเอ็กเพรสซึ่งหมายความว่าเร่งด่วน มันยังรวมไปถึงคำว่าสะดวกสบายดีอีกด้วย การใช้ชื่อโรงแรมนี้แหละมันดูเหมาะสมอย่างยิ่งแล้ว ในอนาคตโรงแรมในเครือก็ใช้คำว่าเอ็กเพรสได้เช่นกันอีก

"โรงแรมฮั่นหยู่ เอ็กเพรส"

จางเฉียงพูดทวนชื่อโรงแรม ดวงตาของเขาเบิกกว้างและพูดด้วยรอยยิ้ม

"มันหมายถึงเร็ว ไม่สิมันฟังดูสะดวกและรวดเร็วเลยนะครับพี่สาม"

"เดี๋ยวผมจะรีบกลับไปลงทะเบียนชื่อโรงแรมฮั่นหยู่ เอ็กเพรสก่อนนะครับ"

"อืม ไปเถอะ"

ซูข่านโบกมือลาจางเฉียง

ถ้าหากว่าจางเฉียงไม่มีแนวคิดที่จะสร้างโรงแรม ซูข่านเองก็คงไม่คิดจะทำเช่นเดียวกัน

กว่าที่โรงแรมที่พักชั่วคราวแบบเร่งด่วนจะนิยมนั้นก็กินเวลาในยุคหลังปี 2000 ไปแล้ว แนวโน้มที่โรงแรมแนวนี้นิยมก็ต้องรอพวกนักท่องเที่ยวซะก่อน

ในภายหลังจากที่นักท่องเที่ยวเริ่มเดินทางเข้าประเทศจีนมากขึ้น พวกเขาจะนิยมหาโรงแรมแนวเอ็กเพรสนอนกันซะมากกว่า การที่สะสมชื่อเสียงให้กับโรงแรมก็ไม่ได้เป็นเรื่องที่แย่ซะทีเดียว

ถึงแม้ว่ามันจะยังเร็วไปหน่อยก็จริง แต่เรื่องเงินก็ไม่ใช่ปัญหาสักหน่อย

ถ้าโรงแรมฮั่นหยู่จะขาดทุนจริงๆจนไม่สามารถทำกำไรได้ แต่มันก็เป็นแค่เงินเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ซูข่านเองก็จะไม่ปิดโรงแรมเพียงเพราะเรื่องแค่นี้หรอก

หากว่าโรงแรมฮั่นหยู่ตั้งอยู่ในทำเลที่เหมาะสม ถึงขายแค่ที่ดินอย่างเดียวในอีก 20 ปีข้างหน้าก็ทำกำไรแล้ว ไหนจะยังมีโรงแรมที่สูง 10 ชั้นอีก

ก่อนที่อสังหาริมทรัพย์ในหนานจิงจะเริ่มมีมูลค่าสูงขึ้นก็กินเวลาหลังจากปี 1990 เป็นต้นไป ในตอนนั้นที่ดินต่างๆในหนานจิงจะเริ่มมีมูลค่าสูงขึ้น

เช่นเดียวกันกับธุรกิจโรงแรมเอ็กเพรส ในช่วงก่อนหน้านี้มูลค่าทางการตลาดของธุรกิจประเภทนี้น้อยซะยิ่งกว่าน้อยอีก แต่ถ้าสามารถอยู่รอดไปจนถึงปีหลัง 2000 ได้ละก็ บางทีมูลค่าของมันอาจจะสูงถึงพันล้านหยวนเลยทีเดียว

ถ้าได้ธุรกิจโรงแรมมาเพิ่มนี่ละก็ มันก็จะเป็นการลงทุนที่ครอบคลุมทุกภาคส่วนแล้ว แต่ละอย่างก็สามารถทำเงินของมันได้ยกเว้นในภาคของธุรกิจสิ่งทอ

ตอนนี้ทางซิงซี กรุ๊ปกำลังเป็นผู้นำสิ่งนี้อยู่ และเป็นผู้ถือครองส่วนแบ่งตลาดรายใหญ่จากต่างประเทศอีกด้วย แล้วส่วนแบ่งทางการตลาดของพวกเขาก็กำลังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

โรงงานตัดเย็บเสื้อผ้าเกือบทั้งหมดในประเทศและรอบๆ รวมไปถึงในฮ่องกงบางส่วนก็ได้เข้าร่วมกับทางซิงซี กรุ๊ป

ซูข่านคิดว่าโรงแรมฮั่นหยู่ก็สามารถพัฒนาไปอยู่ตรงจุดนั้นได้เช่นกัน ความเร็วในการพัฒนาของโรงแรมฮั่นอยู่น่าจะเร็วกว่าโรงงานตัดเย็บเสื้อผ้า โดยเฉพาะตอนนี้ยังไม่มีคู่แข่งที่ทำเกี่ยวกับทางด้านนี้

เรียกได้ว่าโรงแรมฮั่นหยู่ไม่มีคู่แข่งทางการตลาดเลย ในตอนที่คู่แข่งเริ่มทำตามก็จะโดนแซงไปไกลเรียบร้อยแล้ว

ไม่ต้องพูดถึงคนที่อยู่ในเมืองใหญ่ๆเลย แม้ว่าคนเหล่านั้นจะมีเงินทุนจะสร้างโรงแรมแบบนี้ได้ แต่พวกเขาก็ไม่น่ามีความคิดแบบจางเฉียงได้หรอก

บอกได้เลยว่าปีนี้จางเฉียงยังทำงานได้เงินเยอะกว่านักลงทุนบางคนในเมืองใหญ่ๆซะอีก เขาได้ขยายช่องการขายของเพิ่มอีกเรื่อยๆ

ส่วนธุรกิจเกี่ยวกับอาหารของซูข่านก็ยังมีฟาสต์ฟู้ดจากต่างประเทศอีก โดยเฉพาะ KFC ตอนนี้มีทั้งหมด 3 สาขาแล้ว ดูเหมือนว่ากำลังจะเปิดอีก 2 สาขาอีกด้วย

ทางด้านหวางเอ๋อกับเสี่ยวหู่พวกเขาเติบโตขึ้นมาก เขาสามารถบริหาร KFC ทั้งสามได้อย่างดีเลย ในอนาคตเองพวกเขาก็สามารถเปิดสาขาเพิ่มได้โดยไม่ต้องเพิ่งซูข่านแล้ว ปีหน้าอาจจะมี KFC 10 สาขาก็เป็นได้

ทั้งสองคนต้องรีบขยายสาขาก่อนที่ตัวจริงจากอเมริกาจะมา ทั้ง KFC หรือ แมคโดนัลด์

นอกจากอาหารฟาสต์ฟู้ดแล้วซูข่านเองก็ยังมีร้านอาหารวังหลวงอีกด้วย

ซึ่งรายได้ของร้านอาหารวังหลวงในหนานจิงนั้นดีมากๆ ทำเลที่ตั้งของร้านก็ยังดีอีกต่างหาก ไหนซูข่านยังจะมีบ้านแถบนั้นที่เรียกได้ว่าทำเลทองอีกตั้งมากมาย

สถานฑูตบางประเทศเองก็ยังได้มากินที่ร้านอาหารวังหลวงแถมยังให้คำชมร้านอาหารวังหลวงของเฒ่าจางอีกต่างหาก

ต้องขอชมเชยเฒ่าจริงๆในเรื่องนี้ เขาสามารถบริหารร้านและควบคุมคุณภาพรสชาติได้อย่างดี ฝีมือของเขาได้รับคำชมจากนักชิมหลายสำนักทีเดียว

เริ่มมีฉายาตั้งให้กับเฒ่าจางแล้วว่า เทพเจ้าแห่งการทำอาหาร

ตอนที่ซูข่านเองได้ยินก็กลอกตามองบนอย่างช่วยไม่ได้ เขาไม่รู้ว่าทำไมนักชิมอาหารถึงตีข่าวแบบนั้นลงสื่อได้

แต่ด้วยโฆษณาที่ชวนเชื่อแบบนี้ มันทำให้ร้านได้รับความนิยมมากขึ้น

และด้วยจิตวิญญาณในการเป็นพ่อครัวของเฒ่าจางบวกกับฝีมือของเขาอีก ทำให้ธุรกิจร้านอาหารวังหลวงไปถึงจุดสูงสุดได้อย่างรวดเร็ว

ต้องบอกว่าตอนนี้คนที่จะมากินร้านอาหารวังหลวงอาจจะต้องจองล่วงหน้ากันแล้วในบางวัน บางครั้งเฒ่าจางเองก็ได้รับเชิญให้ไปทำอาหารสำหรับงานเลี้ยงขนาดใหญ่

ซึ่งราคาของคนที่จ่ายพวกเขาสามารถจ่ายไหวอยู่แล้ว ถึงแพงแต่แขกในงานก็สามารถได้กินอาหารฝีมือของเฒ่าจางนั้นนับว่าคุ้มจริงๆ

สำหรับคนที่มีชื่อเสียงเวลาพวกเขาจัดเลี้ยงงานอะไรต่างๆ รสชาติของอาหารนั้นต้องมาเป็นอันดับหนึ่ง การที่พวกเขาจ้างเฒ่าจางไปจัดการนั้นทำให้พวกเขาสามารถไว้วางใจเรื่องนี้ได้อย่างดี

ถามว่าเฒ่าจางไปทำแค่อาหารอย่างเดียวไหม? ไม่แน่นอน

เขาได้พาทีมงานไปจัดการเสิร์ฟและบริการแขกในงานอีกด้วย เรียกได้ชื่อเสียงของร้านอาหารวังหลวงตอนนี้อยู่ในจุดที่ดังพอๆกับร้านอาหารดาวมิชลินไปแล้ว

ขนาดยังไม่มีอินเตอร์เน็ตนะเนี่ย แต่ร้านอาหารร้านหนึ่งกลับมีชื่อเสียงได้ขนาดนี้ ถ้าไม่ใช่เพราะรสชาติก็ไม่มีอย่างอื่นอีกแล้ว

ทุกวันนี้ผู้คนต้องการปัจจัยในการใช้ชีวิตเพียงแค่ไม่กี่อย่างเท่านั้น นั่นก็คือ เสื้อผ้า อาหาร ที่อยู่ และการคมนาคมขนส่ง

เมื่อคิดถึงเรื่องพวกนี้แล้วซูข่านเองก็ยิ้มอย่างช่วยไม่ได้

"ที่อยู่อาศัย….ใกล้ถึงเวลาแล้วสินะ นี่ก็เดือนพฤศจิกายนแล้ว"

ตอนนี้ซูข่านมองไปยังท้องฟ้า แต่ความคิดของเขาตอนนี้ได้ทะลุก้อนเมฆพวกนั้นตรงไปที่เซียงเจียงแล้ว เขากำลังคิดภาพอสังหาริมทรัพย์ในเซียงเจียงที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่ช้า

เวลาได้ผ่านไปอย่างช้าๆ

ณ ตอนนี้ก็เป็นช่วงสิ้นเดือนของธันวาคมแล้ว ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในเซียงเจียงเริ่มมีทีท่าที่จะหยุดนิ่งลง

แล้วพอถึงเดือนมกราคม ตอนนั้นแหละตลาดอสังหาริมทรัพย์ในเซียงเจียงก็จะเริ่มพังทลายทีละนิด ทีละนิด

ซูข่านเองก็ได้รับข่าวจากจางหม่านว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์ในเซียงเจียงเริ่มมีแนวโน้มลดลงเรื่อยๆ ข่าวล่าสุดที่เขาได้รับก็คือลดลงไป 5% ในเวลาเพียงไม่กี่วัน

ทำให้หุ้นฮ่องกงเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ลดลงตามไปด้วย มันได้รับผลกระทบเป็นวงกว้างทั้งหมด

ซูข่านเองได้รับข่าวก็ยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย

"ดูเหมือนว่าจะเริ่มแล้วสินะ เป็นไปตามคาดเลย"