ตอนที่ 236

"มันคืออะไรครับ"

ซุนเจิ้งยี่มองไปยังจางหม่านด้วยใบหน้าที่อยากรู้อยากเห็น สำหรับซุนเจิ้งยี่เขายอมแทบทุกอย่างบนโลกนี้ อีกฝ่ายรับข้อเสนอหุ้น 10 % ในราคา 100,000 ดอลล่าห์

ตอนนี้ถ้าจางหม่านขอให้เขาคุกเข่าลงไปกราบที่เท้า ซุนเจิ้งยี่ก็พร้อมที่จะทำตามข้อตกลงนั้น

ซุนเจิ้งยี่อดใจไม่ไหวที่จะรอแล้ว เขาจึงได้ถามจางหม่านรอบที่สอง

"ประธานจางครับ ผมยอมรับทุกคำขอของคุณ"

ประโยคนี้ได้พูดขึ้นมาด้วยตัวของซุนเจิ้งยี่เอง

หลี่เสว่เอ๋อถอนหายใจด้วยความโล่งอก เมื่อรู้ว่าจางหม่านตอบรับข้อเสนอนี้โดยมีข้อแลกเปลี่ยนอยู่

ไม่อย่างงั้นการลงทุนดังกล่าวจะเป็นฝ่ายเราที่เสียผลประโยชน์อย่างมาก

ประธานจางได้ทำงานกับเจ้านายที่อยู่เบื้องหลังบริษัทมาเป็นเวลานาน เธอน่าจะเข้าใจจุดประสงค์ของเจ้านายใหญ่ของเราได้ดี ยิ่งไปกว่านั้น ประธานจางเป็นคนที่รู้จักกับเจ้านายดีที่สุดในบริษัท

เมื่อคิดอย่างนั้นแล้วขนของหลี่เสว่เอ๋อก็ลุกขึ้นมาทันทีพร้อมกับเย็นสันหลังวาบ

เจ้านายของเราบริหารบริษัทใหญ่ขนาดนี้โดยผ่านประธานจางทั้งหมด เขาให้คนมาจัดการบริษัทของเขาเองโดยไม่ต้องเสียเหงื่อแม้แต่หยดเดียว ยิ่งไปกว่านั้นยังไม่มีพนักงานคนไหนรู้ถึงข้อเท็จจริงอันนี้

ขนาดเธอเองเป็นเลขาของประธานบริษัทยังไม่รู้เลยด้วยซ้ำ เจ้านายช่างเป็นคนที่ลึกลับและน่ากลัวอย่างมาก

จางหม่านยิ้มที่มุมปากเล็กน้อยก่อนพูดช้าๆ

"ง่ายมากเลยค่ะ เงื่อนไขไม่ยากเลย"

"ได้โปรดบอกผมเถอะ"

ซุนเจิ้งยี่พูดขึ้นอย่างรวดเร็ว

จางหม่านพูดต่อด้วยรอยยิ้ม

"เปอร์เซ็นของหุ้นส่วนแบ่งนี้จะต้องเป็น 10% ตลอดโดยไม่มีลดทอนค่ะ"

"อะไรนะครับ"

ซุนเจิ้งยี่อ้าปากค้าง เขามองจางหม่านด้วยความตกใจ

ประธานจางคนสวยที่อยู่ต่อหน้าเขาตอนนี้ ตอนแรกเขาคิดว่าเธอจะเป็นคนที่ต่อรองอะไรไม่เก่ง แต่เขาไม่คิดเลยว่าเธอจะยื่นข้อเสนอที่ทำให้เขาหนักใจได้ขนาดนี้

"ไม่ลดตามมูลค่าของบริษัทเลยเหรอครับ?"

หากว่าตกลงยอมรับข้อเสนอนี้แล้ว ในอนาคตถ้าบริษัทจะระดมทุน ไม่ว่ายังไงหุ้นก็ตกเป็นของบริษัทเฉียนฟ่าน 10% ทันที

จะสามารรถระดมทุนได้เพียง 90% เท่านั้น

แล้วหุ้นของเขาก็จะน้อยลงอีก 90% เนื่องจากต้องแบ่งให้กับอัตราผู้ลงทุนเจ้าอื่นอีกด้วย

การทำแบบนี้มันเหมือนกับการปักหลักเป็นภูเขาที่ยิ่งใหญ่เลย มันจะอยู่ที่เดิมเสมอไม่เปลี่ยนแปลง

"ทำไมล่ะ? ไม่เอาเหรอคะ?"

จางหม่านมองไปยังซุนเจิ้งยี่ที่กำลังเขินอาย เธอเลยพูดด้วยรอยยิ้มต่อ

"รู้ไหมเงิน 100,000 ดอลล่าห์สามารถลงทุนบริษัทสตาร์ทอัพที่อยู่ในอมเริกาได้เยอะขนาดไหน? โดยเฉพาะบริษัทที่มีผลงานออกมาอย่างชัดเจน พวกเขาพร้อมที่จะแลกหุ้นส่วนเพื่อนำเงินส่วนนี้ไปต่อยอดผลิตภัณฑ์ของพวกเขา"

"แล้วบริษัทของคุณก็ไม่สามารถรับประกันว่าจะได้กำไรได้อย่างแน่นอน ฉันจึงต้องการที่จะยืนยันเปอร์เซ็นต์หุ้นให้มั่นใจหน่อย"

"ขนาดบริษัทเฉียนฟ่านของเราที่เพิ่งก่อตั้งได้ไม่นาน แต่ไมโครซอร์ฟก็ยังยินดีที่จะยอมให้พวกเราไปลงทุนด้วยเลย"

"เพราะฉะนั้นแล้ว ข้อเสนอนี้คุณลองคิดให้ดีๆก่อนนะคะ"

จางหม่านไม่ใช่เพียงคนธรรมดาทั่วไป ขนาดคนอย่างสูเจิ้งเหมายังเกือบถูกเธอหลอกมาแล้วเลยในเซียงเจียง

ทักษะการโน้มน้าวของจางหม่านนั้นยอดเยี่ยมมาก ซูข่านได้เล็งเห็นถึงข้อดีข้อนี้จากเธอจึงได้เลือกให้เธอเป็นประธานบริษัทว่านเซี่ยง

เขามั่นใจกับศักยภาพของเธอมาก

และตอนนี้การเผชิญหน้ากับซุนเจิ้งยี่ ผู้หญิงตัวเล็กๆคนนี้ที่โดนซูข่านควบคุมทำการอยู่เบื้องหลังเธอมาตลอด กำลังแสดงท่าทางของประธานบริษัทออกมาจริงๆจังๆแล้ว

จางหม่านได้พูดต่ออีกว่า

"เมื่อเทียบกับส่วนที่เหลือแล้ว ยังมีอยู่อีกตั้ง 90% ของพวกเรามันเป็นแค่ส่วนเป็น 1 ส่วนเท่านั้นเอง"

"แล้วหุ้น 10% ของเราจะสามารถทำอะไรได้?"

"90% ที่เหลือของคุณก็ยังมากกว่าของเราอยู่ดี ไม่ว่าคุณจะมีนโยบายอะไรในบริษัทก็ยังเป็นเสียงข้างมากจากหุ้นที่ถืออยู่ ทางพวกเราออกเสียงไปคุณก็สามารถปัดตกได้โดยใช้เหตุผลของผู้ถือหุ้นที่ใหญ่ที่สุดได้"

น้ำเสียงของจางหม่านพูดจาหว่านล้อมซุนเจิ้งยี่เรื่อยๆ เธออธิบายถึงเหตุและผลอย่างละเอียดและถี่ถ้วน เธอกำลังพูดจาเปรียบเทียบให้ซุนเจิ้งยี่คิดหนักถึงข้อดีของหุ้น 90%

แน่นอนซุนเจิ้งยี่กำลังคิดหนักอยู่ เขาได้มองไปที่จางหม่านด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป เขากำลังคิดถึงคำพูดของจางหม่านอยู่

แล้วซุนเจิ้งยี่ก็พบว่าที่จางหม่านพูดทั้งหมดนั้นเป็นเรื่องจริง

แต่การระดมทุนครั้งต่อไปจะต้องทำการระดมแค่ 90% เท่านั้น และยังต้องส่วนให้กับ 10% ตลอดอีกด้วย แต่ถ้าเทียบกับ 90% แล้ว นี่ก็เป็นแค่ส่วนเล็กๆเท่านั้น

เมื่อคิดจบซุนเจิ้งยี่ก็ได้มองไปที่จางหม่านและพูดขึ้นมา

"โอเคครับ ผมยอมรับรับเงื่อนไขนี้"

ในที่สุดซุนเจิ้งยี่ก็พยักหน้าตกลงตามเงื่อนไขของจางหม่าน

ตอนนี้เงิน 100,000 ดอลล่าห์ก็พร้อมสำหรับการลงทุนแล้ว โดยถ้าเอาไปแลกเปลี่ยนเป็นเงินของประเทศญี่ปุ่นจะได้หลายต่อหลายล้านเลย หากไม่มีเงินจำนวนนี้ก็ไม่สามารถเข้าถึงแผนการของเขาได้

"ดีเลยค่ะ"

จางหม่านพยักหน้าและยิ้ม

"ตอนนี้ก็เหลือเพียงอย่างเดียวแล้วนะคะ ทำสัญญาเพื่อยืนยันเงื่อนไขที่เราเพิ่งคุยกันไป"

"ครับ"

ซุนเจิ้งยี่ตกตะลึง เขารู้แล้วว่าเขาติดกับดักของจางหม่านเข้าเต็มๆแล้ว เขาได้เงิน 100,000 ดอลล่าร์ก็จริงแต่มันก็มีเงื่อนไขตามมาอีก

ถ้าในอนาคตตอนที่บริษัทได้ระดมทุนอีก บางทีบริษัทเฉียนฟ่านก็อาจจะลงทุนเพิ่มเพื่อถือหุ้นให้เยอะกว่าเขาก็ได้

"ไม่ต้องกังวลหรอกค่ะ"

เมื่อเห็นสีหน้าที่เป็นกังวลของซุนเจิ้งยี่ จางหม่านก็ได้พูดด้วยรอยยิ้ม

"เราสามารถลงข้อตกลงในสัญญาเพิ่มก็ได้โดยให้ต่อการซื้อหุ้มเพิ่มครั้งหนึ่งได้ไม่เกิน 20% และมากสุดที่สามารถถือได้คือ 30%"

"เฮ้อ"

เมื่อได้ยินจางหม่านพูด ซุนเจิ้งยี่ก็ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก ถ้าเป็นกรณีนี้บริษัทเฉียนฟ่านก็ไม่สามารถถือหุ้นใหญ่ในบริษัทได้

แต่เขาไม่เคยเห็นบริษัทลงทุนใดในสหรัฐอเมริกาเสนอเงื่อนไขที่เอื้ออำนวยแก่เขาได้มากขนาดนี้ นี่เป็นข้อเสนอดีสุดที่เขาเคยเห็น

"ตกลงครับ ผมตกลงเซ็นสัญญากับคุณ"

ซุนเจิ้งยี่พยักหน้าของเขา ถ้าเขาพลาดโอกาสนี้ไป บางทีแผนของเขาก็อาจจะไม่เกิดขึ้นได้

การได้เงินลงทุนก้อนนี้ไปมันทำให้เขาสามารถเริ่มต้นอะไรได้หลายๆอย่าง ซุนเจิ้งยี่ที่กำลังคิดถึงเรื่องนี้อยู่เขาก็ได้เผลอยิ้มออกมาที่มุมปากโดยไม่ได้ตั้งใจ เป็นรอยยิ้มที่ดูเจ้าเล่ห์มาก

"ยินดีที่ได้ร่วมงานกันนะคะ"

จางหม่านพูดด้วยรอยยิ้มพร้อมกับหัวเราะเบาๆ

สัญญากับทางซุนเจิ้งยี่คือหุ้นที่บริษัทเฉียนฟ่านสามารถคือได้คือไม่เกิน 30% จริงๆแล้วจางหม่านเองก็ไม่ได้ชอบเงื่อนไขนี้สักเท่าไหร่ แต่ก็เป็นเพียงบริษัทรองของเครือว่านเซี่ยงกรุ๊ปเท่านั้น

เครือว่านเซี่ยงกรุ๊ปตอนนี้มีทรัพยากรทางการเงินไม่ได้ด้อยไปกว่าบริษัทชั้นนำใน Wall Street เลย