ตอนที่ 224

"ชูเฟิง นายตั้งใจเรียนรู้และทำงานที่นี่ดีๆล่ะ ถ้าเลิกงานดึกก็ย้ายมาพักอยู่ที่ร้านได้"

ซูข่านหันไปพูดกับชูเฟิง

ร้านอาหารวังหลวงแต่เดิมนั้นเป็นบ้านที่มีขนาดใหญ่อยู่แล้ว โซนที่ทำเป็นร้านอาหารเป็นโซนหน้าบ้านเท่านั้น ยังมีโซนของหลังบ้านที่เป็นห้องพักของพนักงาน ไม่อย่างงั้นเวลาเลิกงานดึกๆพนักงานจะไม่มีรถกลับบ้าน

"ครับพี่สาม ผมจะไม่ทำให้พี่ผิดหวัง"

ชูเฟิงพูดด้วยน้ำเสียงที่มั่นใจ จากนั้นเขาก็เดินไปคุยอะไรไม่รู้ต่อกับเฒ่าจาง ชูเฟิงดูมีไฟในการทำงานอย่างมาก เด็กๆไฟก็แรงแบบนี้แหละ อย่าเพิ่งมอดเร็วก็พอ

ซูข่านเดินออกจากร้านพร้อมกับซงหมิงเจียง เขาทิ้งให้ชูเฟิงอยู่คุยกับเฒ่าจางต่อเป็นการส่วนตัว ทั้งสองได้เดินออกจากร้านละมุ่งไปยังป้ายรถเมล์

"เฮ้ยยย หลบไป"

ทันใดนั้นก็มีเสียงตะโกนดังขึ้น ซูข่านได้ยินเสียงก็หันไปมอง เขาเห็นชายหนุ่มใส่เสื้อสีขาววิ่งมาอย่างรวดเร็วราวกับสายฟ้าฟาด จากนั้นชายหนุ่มก็ได้ผ่านซูข่านไปอย่างเฉียดชิว เกือบจะชนกับซูข่านแล้ว

ซงหมิงเจียงรีบเข้ามาดูซูข่านด้วยความตกใจ

"พี่สามเป็นอะไรหรือเปล่า?"

"ไม่เป็นไร"

ซูข่านส่ายหัวและพูดต่อด้วยรอยยิ้ม

"กลับกันเถอะ ฉันนึกอะไรบางอย่างออกพอดี"

เมื่อมาถึงป้ายรถเมล์ซูข่านก็เห็นร่างของชายหนุ่มที่ใส่เสื้อสีขาวกำลังจะลับสายตาไปจากสุดขอบถนน

ชายคนนั้นทำไมต้องรีบร้อนขนาดนั้นด้วย?

จากนั้นรถเมล์ก็ได้มาถึงป้าย ซูข่านและซงหมิงเจียงก็ขึ้นรถเมล์และมุ่งสู่บ้านของเขา

เมื่อมาถึงที่บ้านซูข่านก็ได้นั่งที่มุมน้ำชา ส่วนซงหมิงเจียงก็ไปนำหม้อต้มน้ำพร้อมกับชุดน้ำชาลายครามมาให้ซูข่าน

ซงหมิงเจียงรู้นิสัยของซูข่านอยู่แล้ว เขาต้องการดื่มชาพร้อมกับพักผ่อนที่เก้าอี้ตัวนี้

"นายลองไปถามคนอื่นดู มีใครอยากมาทำงานเหมือนกับนายมั่งไหม ประจำอยู่ที่บ้านหลังนี้"

ซูข่านมองไปที่ซงหมิงเจียงพร้อมกับพูดเบาๆ

ตอนนี้ซงหมิงเจียงทำหน้าที่เป็นคนคุ้มกันให้กับซูข่าน ตำแหน่งสำคัญขนาดนี้ ถ้าให้ซงหมิงเจียงทำคนเดียวมันก็จะดูตึงมือของเขาหน่อย

หากในอนาคตซงหมิงเจียงมีเหตุจำเป็นต้องเดินออกทางออกจากหนานจิง จะเป็นเรื่องยากที่จะหาคนได้ทันท่วงที

หากว่ามีคนคอยเฝ้าระวังให้กับซูข่านอยู่แล้ว บางมีซงหมิงเจียงอาจจะอาสาเดินทางไปยังพรมแดนรัฐเซียก่อนพวกไทเกอร์ซะอีก

ซงหมิงเจียงพยักหน้าและพูดขึ้นมา

"พี่สาม เดี่ยวผมจะลองถามกับพวกพี่น้องของผมดูให้อีกที ว่ามีใครสนใจมาทำงานกับพี่สามไหม"

การทำงานกับพี่สามเป็นเรื่องดีมาก หากว่าใครปฏิเสธมาร่วมงานกับเขา คนๆนั้นจะต้องเป็นพวกสมองขึ้นสนิทแน่ๆ งานที่ใครก็ต่างแย่งกันมาทำ

เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว

ซงหมิงเจียงได้พาชายคนหนึ่งมาหาซูข่าน เขาดูอายุยังไม่เยอะมาก ประมาณ 25-26 ดูแล้วเด็กกว่าซงหมิงเจียงเล็กน้อย แต่ความแข็งแกร่งของเขาดูสูสีกับซงหมิงเจียงเลยทีเดียว

"สวัสดีครับพี่สาม"

ชายคนนั้นได้ทำความเคารพต่อซูข่าน ซูข่านได้แต่พยักหน้าให้เล็กน้อย จากนั้นซงหมิงเจียงก็ได้รีบแนะนำ

"พี่สามครับ ชายคนนี้ชื่อหลี่เจียงเฝิง ผมเป็นคนเลือกเขามาเองกับมือ เขาเป็นคนที่มีความสามารถรอบด้าน"

หลังจากที่ซงหมิงเจียงได้แนะนำเสร็จ ซูข่านก็ได้พยักหน้าและพูดกับซงหมิงเจียงและหลี่เจียงเฝิง

"ฝากด้วยนะ พวกนายทั้งสองไปตกลงกันเองหรือวันและเวลา"

"ขอบคุณครับพี่สาม"

เมื่อได้ยินคำพูดของซูข่าน หลี่เจียงเฝิงก็รีบขอบคุณด้วยความดีใจ เขาได้ก้มหัวลงขอบคุณซูข่านด้วย

หลี่เจียงเฝิงรู้สึกซาบซึ้งอย่างมากที่ซูข่านรับเขาเข้ามาทำงานด้วย เขารู้ว่าซูข่านเป็นเจ้านายของพี่จางเฉียงที่มีชื่อเสียงของเมืองหนานจิงแห่งนี้ และยังเป็นเจ้านายของซงหมิงเจียงอีก

ใครๆที่อยู่ในหนานจิงต่างก็ต้องรู้จักพี่จางเฉียง แต่เขากำลังทำงานให้กับชายที่ชื่อซูข่านคนนี้

ซงหมิงเจียงได้ติดต่อมาว่า เขากำลังหาใครสักคนมาทำงานกับซูข่าน ตอนแรกก็มีหลายคนสนใจ แต่การทำงานที่เป็นการติดตามเจ้านายเนี่ย มันดูไม่ค่อยมีอนาคตสักเท่าไหร่

แต่ก็มีหลายคนที่สนใจมาทำ พวกเขาล้วนเป็นคนที่กลับมาจากสงครามทั้งนั้น ยังไม่ค่อยมีคนเปิดใจยอมรับพวกเขาทำงานซะเท่าไหร่ และในที่สุดซงหมิงเจียงก็ได้เป็นคนเลือกหลี่เจียงเฝิงมาทำงานคู่กับเขา

"พี่สามครับ"

ซงหมิงเจียงได้พูดต่อ

"เสี่ยวจุนกับไทเกอร์ที่ตัดสินใจไปรัฐเซีย พวกเขาจะมารายงานกับพี่ในตอนบ่ายครับ"

"อืม"

ซูข่านเอนหลังบนเก้าอี้และผ่อนคลายอารมรณ์ของเขา

จากนั้นซงหมิงเจียงก็ได้หันหน้าไปและส่งสัญญาณให้กับหลี่เจียงเฝิง พวกเขาทั้งสองก็รีบเดินออกจากมุมของซูข่านไปอย่างรวดเร็ว

ขณะที่อยู่ในบ้านหลี่เจียงเฝิงก็ได้แอบมองซูข่านที่กำลังพักผ่อนอยู่ที่มุมน้ำชาของเขา เจ้านายคนนี้ดูท่าทางจะทำตัวสบายเกินไปไหม? มันค่อนข้างต่างจากภาพในหัวของเขาเล็กน้อย

"เฒ่าซง"

หลี่เจียงเฝิงเห็นซงหมิงเจียงเดินเข้ามาก็ถามกับเขาด้วยความประหลาดใจ

"นั่นคือเจ้านายของเราจริงๆหรือ เขาดู…"

"อย่าเดาสุ่มสี่สุ่มห้าถ้ายังไม่ได้รู้ความจริงเกี่ยวกับพี่สาม นายปิดปากแล้วก็อย่ายุ่งเรื่องนี้ดีกว่า"

ซงหมิงเจียงเตือนด้วยความเป็นหวังดี

หลี่เจียงเฝิงไม่ได้รับการฝึกสอนจากบริษัทรักษาความปลอดภัยในเซียงเจียงแบบซงหมิงเจียง เขายังไม่รู้ข้อห้ามหรือระเบียบข้อบังคับของการทำงานรักษาความปลอดภัยให้กับบุคคลสำคัญ

ซงหมิงเจียงคิดว่าถ้าเขามีเวลา เขาจะถ่ายทอดความรู้นี้ให้กับหลี่เจียงเฝิงด้วย

เมื่อได้ยินคำเตือนของซงหมิงเจียง หลี่เจียงเฝิงก็เลิกคิดเกี่ยวกับตัวตนของซูข่านทันที กลุ่มของพวกเขาชื่นชมในตัวซงหมิงเจียงมาก หากไม่ได้ซงหมิงเจียง พี่น้องบางคนก็อาจจะอดตายไปแล้ว

ไม่ก็ต้องไปทำนาหาเลี้ยงตัวเองไปวันๆ แต่การที่ซงหมิงเจียงได้เรียกพวกเขามาที่หนานจิง ตอนแรกก็คิดว่าจะมีเรื่องเดือดร้อนให้ต้องช่วย แต่ซงหมิงเจียงกลับหางานให้กับพี่น้องทุกคนที่นี่

แล้วยังได้ค่าแรงที่สูงกว่าปกติอีก สวัสดิการในการกลับบ้านช่วงวันหยุดก็มี และเกือบทุกเดือนก็มีการเลี้ยงฉลองด้วยการพาไปกินของอร่อยทุกเดือน

ในตอนบ่ายซูข่านได้นั่งพักผ่อนอยู่ที่เก้าอี้ตัวเดิม ใบไม้ก็เริ่มงอกเต็มต้นไม้ใหญ่แล้ว อากาศก็เริ่มอุ่นขึ้น ต้นไม้ก็บดบังแสงแดดได้อย่างดี มีเพียงแค่แสงเล็กน้อยเท่านั้นที่เล็ดลอดผ่านมาได้

ซูข่านได้งีบหลับไปด้วยความสบาย อากาศที่แสนสดชื่นพร้อมบรรยากาศอบอุ่นภายใต้แสงแดดอ่อนๆ จากนั้นเขาก็รับรู้ได้ถึงคนที่กำลังเดินมาหาเขาอย่างช้าๆ

ซูข่านได้ลืมตาขึ้นมาก็เห็นเสี่ยวจุนและไทเกอร์ยืนอยู่ ที่ด้านหลังของพวกเขามีคนยืนอยู่อีก

"มากันหมดรึยัง?"

ซูข่านบิดขี้เกียจเล็กน้อย

"สวัสดีครับพี่สาม"

ทุกคนทักทายซูข่านอย่างรวดเร็ว ซูข่านมองไปยัง 5 คนด้านหลังเสี่ยวจุนกับไทเกอร์

"นี่คือคนที่พวกนายเลือกแล้วใช่ไหม?"

เหล่าคนพวกนี้คือคนที่ตั้งใจจะเดินทางไปยังภาคตะวันออกของประเทศพร้อมกับเสี่ยวจุนและไทเกอร์

ซูข่านได้อ่านรายชื่อและที่มาที่ไหนของแต่ละคนแล้ว

มีคนสองที่เป็นคนท้องถิ่นที่เกิดจากที่นั่น มีอีกสองคนที่เป็นคนมาจากที่อื่น และก็เป็นคนที่มีความเชี่ยวชาญอีกหนึ่งคน