ตอนที่ 405

หลังจากจุดพลุเสร็จสิ้น พิธีเปิดตึกซิงซีก็ได้สิ้นสุดลง

ทางซิงซีกรุ๊ปได้จองโรงแรมที่แพงที่สุดในเผิงเฉิงเอาไว้ด้วย พวกเขาจะจัดงานเลี้ยงอาหารกลางวันให้กับแขกที่มาร่วมงานในวันนี้

แต่ซูข่านไม่ได้ไปที่งานเลี้ยงนั้น เมื่อพิธีสิ้นสุดเขาก็ดิ่งตรงกลับโรงแรมทันที

ที่งานเลี้ยงนั่นเต็มไปด้วยคนจำนวนมาก ซูข่านไม่อยากไปเจอหน้ากับพวกคนเหล่านั้นสักเท่าไหร่ เขายอมกลับไปกินอาหารที่โรงแรมของเขาดีกว่า

มากลับมาถึงโรงแรม ซูข่านก็สั่งอาหารจีนกวางตุ้งจากห้องอาหารของโรงแรมมากิน

โรงแรมที่ซูข่านพักนั้นเป็นโรงแรมระดับสูง ห้องอาหารของที่นี่จึงเต็มไปด้วยวัตถุดิบสดใหม่หลากหลายชนิด ดังนั้นรสชาติของอาหารจึงอร่อยเป็นพิเศษ

นอกจากอาหารจีนกวางตุ้งแล้ว ซูข่านยังได้สั่งอาหารซีฟู้ดมากินอีกด้วย

ในเมืองหนานจิงหาอาหารซีฟู้ดกินค่อนข้างลำบาก ยุคนี้ยังไม่มีคมนาคมที่ดีเท่าไหร่ การขนส่งอาหารสดจึงเป็นไปได้ยากมาก

ส่วนอาหารซีฟู้ดที่เผิงเฉิงนั้นขึ้นชื่อเรื่องความสดอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็น กุ้ง หอย ปู ปลา หมึก ฯลฯ ทุกอย่างซูข่านสั่งมาจนเต็มโต๊ะอาหารของเขา

ขนาดกุ้งล็อบเตอร์ยังถูกนำมาเสิร์ฟในครั้งนี้ด้วยเลย เบ็ดเสร็จแล้วค่าอาหารทั้งหมดที่ซูข่านและคนอื่นๆได้กินนั้น รวมๆแล้วไม่ถึง 200 หยวน

ราคามันถูกจนน่าตกใจเลยทีเดียว

ยุคนี้นั้นสามารถกินซีฟู้ดหรือของดีๆได้ในราคาเพียงแค่ไม่กี่หยวนเท่านั้น

จากนั้นลู่กั๋วเฉียงที่นั่งรออยู่ที่ห้องโถงของโรงแรมก็ได้ขึ้นมาหา เขามารอซูข่านที่นี่ตั้งแต่เช้าตรู่แล้ว

"พี่สามครับ"

ลู่กั๋วเฉียงได้เดินเข้าห้องซูข่านพร้อมกับยืนแน่นิ่งราวกับเป็นเด็กที่ยอมรับความผิดจากคุณครู

"เตรียมพร้อมรึยัง?"

ซูข่านถามเบาๆ

"เตรียมเรียบร้อยแล้วครับ ผมได้เช่าลานกว้างขนาดใหญ่แล้วก็เอาตู้เย็นในโรงงานไปไว้แล้วครับ"

ลู่กั๋วเฉียงตอบอย่างรวดเร็ว

"อืม"

ซูข่านพยักหน้าเล็กน้อยและถามต่อด้วยรอยยิ้ม

"แล้วนายเตรียมค้อนที่ฉันบอกแล้วรึยัง?"

"เตรียมแล้วครับ ผมให้ต้าชุนซื้อค้อนคุณภาพดีมาเตรียมไว้ 2-3 อันแล้วครับ"

ลู่กั๋วเฉียงตอบด้วยรอยยิ้มแห้งๆ

เขาไม่เข้าใจว่าทำไมพี่สามถึงได้ขอให้เขาเตรียมค้อนด้วย? พี่สามจะเอาไปทุบใครอย่างงั้นเหรอ?

สิ่งนี้ทำให้ลู่กั๋วเฉียงสับสนไม่น้อย

"พวกนักข่าวล่ะ?"

ซูข่านได้ถามต่อ

"พวกเขาก็พร้อมแล้วเช่นกันคับ"

ลู่กั๋วเฉียงตอบอย่างรวดเร็ว

ซูข่านพยักหน้าเล็กน้อย ทุกอย่างได้เตรียมพร้อมหมดแล้ว นักข่าวเองก็อยู่ที่นั่นแล้วด้วย เป็นเรื่องยากมากที่จะได้เห็นนักข่าวทั้งในและต่างประเทศได้มารวมตัวกัน

ไม่นานซงหมิงเจียงก็ได้เดินเข้ามาบอกว่ารถได้เตรียมพร้อมแล้ว ซูข่านจึงมองไปที่ลู่กั๋วเฉียงแล้วพูดด้วยน้ำเสียงสบายๆ

"ไปกันเถอะ"

ซูข่านและคนอื่นๆได้เดินออกจากโรงงานมาที่ด้านหน้า เมื่อมาถึงเขาก็เห็นรถหลายคันจอดเรียงกันอยู่ มีคนเปิดประตูให้ซูข่านก่อนที่เขาจะขึ้นไปนั่ง ไม่นานรถได้ออกจากโรงแรม

"พี่สามจะให้ผมทำยังไงต่อครับ"

ขณะอยู่บนรถ ลู่กั๋วเฉียงก็ได้ถามซูข่านด้วยความร้อนลน

ตั้งแต่วันที่เขารายงานเรื่องตู้เย็นจนถึงวันนี้ ซูข่านไม่ได้บอกอะไรกับเขาสักคำเดียวนอกซะจากให้ไปเตรียมอะไรบ้าง

ช่วงที่ผ่านมานั้นลู่กั๋วเฉียงเอาแต่คิดทั้งคืนว่าจะแก้ปัญหาพวกนี้ยังไง

พี่สามได้บอกว่าจะเองเมื่อถึงเวลา แล้วตอนนี้มันถึงเวลานั้นแล้วรึยังล่ะ?

พี่สามหายโกรธแล้วรึยังนะ?

ท่าทางที่กระวนกระวายของลู่กั๋วเฉียงตอนนี้ หากว่าพนักงานในโรงงานของเขามาเห็นจะต้องหัวเราะจนตกเก้าอี้แน่

ลู่กั๋วเฉียงวางมาดของเขาไว้เข้มมาก เขาพยายามเลียนแบบให้เหมือนกับซูข่านมากที่สุด แต่บางอย่างเขาก็เอาไปปรับให้เข้ากับบุคลิคของเขา

ภาพจำของลู่กั๋วเฉียงในโรงงานคือ เจ้านายที่มีท่าทีเคร่งขรึม จริงจังกับงาน และสบายๆเมื่องานเสร็จ

มันเป็นภาพลักษณ์ที่น่าเกรงขามและสง่างามไปพร้อมๆกัน แต่ตอนนี้ลู่กั๋วเฉียงที่ดูสง่างามคนนั้นได้หดคอราวกับเป็นเต่าที่มุดหัวอยู่ในกระดอง

"เรื่องง่ายๆ"

ซูข่านมองไปที่ลู่กั๋วเฉียงและพูดแบบสบายๆ

"ในเมื่อตู้เย็นที่ผลิตจากโรงงานของนายทำงานผิดปกติ นายก็แค่ทุบตู้เย็นเหล่านั้นทิ้งให้หมดก็สิ้นเรื่อง"

"อะไรนะครับ"

ลู่กั๋วเฉียงอุทานออกมาเสียงดังด้วยความตกใจ

ทุบตู้เย็นเหล่านั้นเนี่ยนะ? ตู้เย็นพวกนั้นไม่ได้มีข้อผิดพลาดจนต้องทุบทิ้งทั้งหมดเลย แค่ซ่อมแซมนิดหน่อยก็สามารถใช้งานได้แล้ว

การทุบตู้เย็นจะเป็นการเอาเงินที่เสียไปเป็นล้านคืนได้ยังไงกัน?

"นายทำไม่ได้เหรอ?"

ซูข่านมองไปที่ลู่กั๋วเฉียงและถาม

ลู่กั๋วเฉียงรีบส่ายหัวอย่างรวดเร็ว

"ไม่ครับพี่สาม พี่สามบอกให้ทุบผมก็จะทุบครับ

ถึงปากของลู่กั๋วเฉียงจะพูดแบบนั้นก็เถอะ แต่ภายในใจของเขารู้สึกเจ็บใจมาก

ซูข่านพูดต่อด้วยรอยยิ้ม

"จริงๆฉันก็ไม่อยากจะทุบตู้เย็นพวกนั้นทิ้งสักหน่อย แต่หลังจากที่นายทุบตู้เย็นเป็นล้านๆไปแล้ว ต่อไปโรงงานของนายจะสามารถทำเงินขึ้นได้เป็น 10-100 ล้านเลย"

"100 ล้าน!!"

ลู่กั๋วเฉียงอุทานเสียงดังออกมาอีกครั้งหนึ่ง

เขาไม่เข้าใจว่าการที่ทุบตู้เย็นไปแล้วโรงงานจะทำเงินเพิ่มเป็นล้านๆได้ยังไง ที่สำคัญเลยไม่ใช่แค่ 10 ล้านแต่เป็น 100 ล้าน

ลู่กั๋วเฉียงอ้าปากค้างด้วยความตกใจ

มูลค่าของโรงงานอิเล็กทรอนิกส์กั๋วเฉียงนั้นมีอยู่แค่ไม่เท่าไหร่เอง ถ้าหากว่ายอดขายของโรงงานสามารถทำไปจนถึง 100 ล้านได้ มูลค่าของโรงงานจะเป็นเท่าไหร่?

แล้วถึงตอนนั้นลู่กั๋วเฉียงที่เป็นเจ้าของจะยิ่งใหญ่ขนาดไหนกันเชียว?

"นายไม่เชื่อฉันงั้นเหรอ?"

ซูข่านขมวดคิ้วและถามลู่กั๋วเฉียงเบาๆ

"ไม่ๆๆครับ ผมเชื่อในสิ่งที่พี่สามพูดทุกอย่างครับ"

ลู่กั๋วเฉียงรีบพูดพร้อมกับส่ายกัวอย่างรวดเร็ว

แม้ว่าในใจลึกๆเขาจะไม่เชื่อซูข่านก็ตาม การทุบตู้เย็นจะทำเงินให้มากขนาดนั้นยังไง

"นายไม่เข้าใจสินะ"

ซูข่านส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้และอธิบายลู่กั๋วเฉียง

"การทุบตู้เย็นจะเป็นการสร้างภาพลักษณ์ให้กับโรงงานอิเล็กทรอนิกส์กั๋วเฉียงของนาย ผลลัพธ์ของมันจะมัดใจผู้คนได้เป็นจำนวนมาก ถึงแม้ว่ามันจะต้องใช้เงินเยอะก็ตาม"

"นายรู้อะไรไหมว่าการสร้างภาพลักษณ์นั้นไม่ได้สร้างขึ้นมาง่ายๆเลยนะ ขนาดบางคนใช้เงินไปเป็นร้อยล้านแล้วก็ตาม ภาพลักษณ์ของบริษัทหรือโรงงานพวกเขาคืออะไรยังไม่มีใครรู้เลย"

"การทุบตู้เย็นในครั้งนี้ มันจะอยู่ในภาพจำของคนไปอีกเป็นสิบๆปี"