ตอนที่ 358

หวางเอ๋อรู้สึกว่าเขาได้พบกับเทพเจ้าเข้าให้ซะแล้ว ความเสื่อมใสในตัวของซูข่านก็เพิ่มมากขึ้นเวลาที่หวางเอ๋อได้รับคำชี้แนะจากเขา

เหมือนกับพระองค์ได้ทรงชี้ทางสว่างให้แก่ลูกแกะหลงทางตัวนี้ ปัญหาที่เขาคิดไม่ตกมาหลายอาทิตย์ถูกแก้ง่ายๆเพียงคำพูดไม่กี่ประโยคเท่านั้น

ด้วยเงินและชื่อเสียงที่หวางเอ๋อมี เขาสามารถติดต่อไปยังเซฟมากฝีมือได้จากทั่วทุกมุมโลก หรือจะเจาะจงเป็นเซฟอาหารกวางตุ้ง อาหารเสฉวนก็ยังได้

แม้กระทั่งเซฟที่มีชื่อเสียงที่สุดในหนานจิงอย่างเฒ่าจาง หากว่าหวางเอ๋อติดต่อไปเฒ่าจางก็ยินดีที่จะช่วยเขา ซึ่งพวกเขาทำงานให้กับพี่สามอยู่แล้วทุกอย่างจึงเป็นไปอย่างง่ายดาย

ทำไมถึงคิดวิธีนี้ไม่ออก

"พี่สามยังเป็นที่พึ่งให้กับเราได้เสมอจริงๆ"

หวางเอ๋อแอบคิดในใจของเขา

เขาสามารถคิดหาทางออกให้กับพวกเราได้เวลาที่เจอทางตัน

จากนั้นหวางเอ๋อก็ได้พูดว่า

"พี่สามครับ งั้นเดี๋ยวผมจะรีบไปรับสมัครเซฟเพื่อมาช่วยพัฒนาสูตร KFC ก่อนนะครับ แล้วก็ค่อยๆปรับเปลี่ยนรสชาติเรื่อยๆให้เข้ากับลิ้นของคนที่นั่น"

"ในมณฑลเสฉวนและเหอเป่ยจะเน้นกินรสชาติที่เผ็ดร้อน แต่ถ้าจะไปขายที่กวางตุ้งเราจำเป็นต้องทำรสชาติให้อ่อนลง"

"ดีมาก"

ซูข่านได้ชมหวางเอ๋อ

"ขอบคุณสำหรับคำชมครับพี่สาม"

เมื่อได้ยิ้มคำชมของซูข่าน หวางเอ๋อรู้สึกดีใจจนอยากจะกระโดดโลดเต้นออกมา คำชมของคนทั้งเมืองเขายังไม่รู้ยินดีเท่ากับคำชมสั้นๆของพี่สามคำเดียว

"สำหรับเรื่องนี้นายจะต้องให้ความสำคัญกับมันมากหน่อย เซฟที่มาพัฒนาสูตร KFC จะต้องอยู่พัฒนาจนได้รสชาติที่เหมาะสม"

ซูข่านพูดด้วยน้ำเสียงที่จริงจังเล็กน้อย

ในช่วงที่ผ่านมานั้น ถึงแม้ว่า KFC จะประสบความสำเร็จในยอดขายมากมาย แต่เมนูอาหารของ KFC นั้นก็ไม่ได้หลากหลายเท่าที่ควร

ถึงซูข่านจะจำเมนูของ KFC ได้เกือบทั้งหมด แต่เขาก็ไม่สามารถแกะสูตรรสชาติบางอย่างของ KFC ออกมาได้ เมนูในร้าน KFC ของหวางเอ๋อยังมีปัญหาเล็กๆน้อยๆอีก

ซูข่านรู้เรื่องนี้แต่เขาก็ไม่ได้ให้ความสำคัญกับมันเท่าไหร่

ตอนที่เศรษฐกิจในประเทศเริ่มดีขึ้น เมนูของ KFC ก็ยังมีไม่หลากหลายเท่าที่ควร ไม่นานเดี๋ยวก็จะถูกแทนที่ด้วยอาหารฟาสฟู้ดแบบอื่น

ที่ชาติที่แล้วของซูข่าน KFC เป็นร้านที่อยู่ในประเทศจีนมาอย่างยาวนาน ชื่อเสียงของร้านเองก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าร้านอื่นสักเท่าไหร่ ดังนั้นจึงเป็นที่นิยมในประเทศจีนมาก

อาหารของ KFC นั้นได้ผสมผสานเอกลักษณ์ของประเทศจีนลงไป นอกจากนี้ยังมีเมนูใหม่ประจำฤดูกาลหรือเทศกาลมาตลอด

ผู้คนเลยอยากจะลิ้มลองรสชาติใหม่ๆของ KFC อยู่เสมอ ซึ่งส่วนใหญ่ก็มักจะถูกใจและขึ้นเป็นเมนูใหม่ในร้าน

จากนี้ไปร้าน KFC ของซูข่านจะต้องเตรียมรับมือเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ หากไม่พร้อมกับมือกับเศรษฐกิจที่จะโตข้างหน้า ร้าน KFC ก็จะเหลือเพียงแต่ชื่อเท่านั้น

"ครับพี่สาม"

หวางเอ๋อพยักหน้าและตอบด้วยความเคารพ

ซูข่านได้พูดอีกว่า

"ตั้งแต่เดือนมีนาคมปีหน้าเป็นต้นไป KFC จะต้องออกเมนูใหม่ทุกเดือน ถ้าเมนูไหนยอดขายดีให้เอาเมนูนั้นขายประจำ"

"หากว่าเมนูนั้นยอดขายไม่ดีก็เอาเมนูนั้นออกในเดือนต่อไปได้เลย ไม่ว่าจะยังไงทุกเดือนจะต้องมีเมนูใหม่ในร้านเสมอ"

"เมนูใหม่? ถ้าอย่างงั้น KFC ก็จะมีเมนูเยอะเลยสิครับ"

หวางเอ๋อถามด้วยความประหลาดใจ

ซูข่านส่ายหัวและตอบช้าๆ

"ไม่หรอก ตรงกันข้ามเลยต่างหาก"

"ช่วงแรกๆ KFC จะออกเมนูใหม่ทุกเดือนเพื่อลองตลาดเท่านั้น หลังจากที่เริ่มมีเมนูในร้านเยอะขึ้นแล้ว ตอนนั้นก็เปลี่ยนเป็น 3-4 เดือนออกเมนูใหม่ทีหนึ่ง"

"เมนูไหนที่อยู่ในร้านแล้วขายไม่ดีก็นำออกไปแค่นั้น เท่านี้เมนูอาหารในร้าน KFC ก็จะไม่เยอะอีกต่อไป"

"ครับพี่สาม"

หวางเอ๋อพยักหน้าและพูดต่อว่า

"ผมจะรีบกลับไปรับสมัครเซฟทันทีเลยครับ จากนั้นจะทุ่มเวลาทั้งหมดไปกับการพัฒนาสูตรที่จะไปขายที่เผิงเฉิงครับ"

"อืม"

ซูข่านพยักหน้าเล็กน้อย

ปัจจุบันยอดขายต่อวันของ KFC นั้นมีตัวเลขที่น่าตกตะลึงอย่างมาก และจำนวนสาขาของ KFC ก็มีมากกว่าเป็นสิบแห่ง

หวางเอ๋อยังคงทำตามคำแนะนำของซูข่านอยู่เสมอ ร้าน KFC สาขาอื่นๆที่หวางเอ๋อได้เปิดนั้น เขาไม่ได้เช่าพื้นที่บริเวณนั้นเพื่อทำร้าน แต่หวางเอ๋อได้ซื้อตึกหรือบ้านตรงนั้นไว้สำหรับเปิดร้าน KFC โดยเฉพาะ

บางสาขาก็เป็นตึกแถวที่มีขนาด 2 ชั้น บางสาขาก็เป็นบ้านพักขนาดเล็กโดยมีหน้าร้านเปิดเป็นร้าน KFC

ที่ดินตรงนั้นก็จะเป็นทรัพย์สินของร้าน KFC

หลังจากนี้อีกสัก 10-20 ปี อาคารหรือที่ดินเหล่านี้จะเป็นทรัพย์สินสำคัญให้กับร้าน KFC หากว่ามีสาขาอยู่ทั่วประเทศสัก 100 แห่ง แค่มูลค่าที่ดินอย่างเดียวก็ปาเข้าไปเป็นหมื่นล้านแล้ว

เมื่อเห็นหวางเอ๋อเดินออกจากประตูบ้านไป ซูข่านก็หรี่ตาลงเล็กน้อยและคิดเกี่ยวกับการตั้งโรงงานผลิตรถยนต์ต่อ

จากนั้นดวงตาของซูข่านก็เบิกกว้างออก

ถ้า KFC กำลังจะไปเปิดสาขาที่เผิงเฉิง อย่างงั้นก็ไปตั้งโรงงานรถยนต์ที่นั่นด้วยสิ!!

ที่เผิงเฉิงเองก็มีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมในการตั้งโรงงานอยู่เหมือนกัน หลายๆอย่างที่อยู่ตรงนั้นก็เอื้ออวยให้เกือบทั้งหมด

โรงงานของสูเจิ้งเหมารวมไปถึงโรงงานกั๋วเฉียงอิเล็กทรอนิกส์เองก็ตั้งอยู่ที่เผิงเฉิง หากมีโรงงานรถยนต์ไปตั้งที่นั่นก็จะได้รับความช่วยเหลือจากโรงงานพวกนี้ได้

คมนาคมในเมืองเองก็ค่อนข้างสะดวก พื้นที่แถวนั้นก็ยังไม่ได้มีมูลค่าสูงมากนัก หากว่าครอบครองที่ดินบริเวณ ในอนาคตก็ยังสามารถขายเพื่อทำกำไรได้เหมือนกันแถมยังมีมูลค่ามหาศาลอีกด้วย

ตลาดตรงนั้นก็เหมาะสมเหมือนกัน นักธุรกิจหรือคนที่พอมีฐานะ พวกเขาก็จะสามารถซื้อรถจากโรงงานได้อีก

ซูข่าคิดว่าที่เผิงเฉิงก็เป็นไปได้ที่จะสร้างโรงงานขึ้นที่นั่นเหมือนกัน แต่ก็คงจะเป็นโรงงานที่ไม่ได้มีขนาดใหญ่เกินไป เพราะสภาพแวดล้อมแถวนั้นมันค่อนข้างเป็นเมืองมากกว่า

อย่างดีที่สุดจะต้องเป็นส่วนของภาคกลางที่จะมีโรงงานรถยนต์มารวมตัวกัน

แต่ซูข่านยังจำได้ในชาติที่แล้วเขา ที่เผิงเฉิงเองก็จะมีโรงงานชื่อดังระดับโลกมาตั้งอยู่ แต่โรงงานนั้นดูเหมือนจะทำพวกแบตเตอรี่อะไรประมาณนี้มากกว่า

"ตั้งที่เผิงเฉิงนี่แหละ"

ซูข่านตัดสินใจอย่างเด็ดขาดแล้วว่าจะตั้งโรงงานรถยนต์ BMW ไว้ที่เผิงเฉิง ส่วนบริษัทสำนักงานใหญ่อาจจะตั้งไว้ที่เซียงเจียงก็ได้

"BMW"

แค่นึกถึงชื่อของโรงงานแล้ว ซูข่านก็รู้ว่าผู้คนน่าจะชื่นชอบรถประเภทนี้ แถมยังได้ชื่อแบรนด์รถจากประเทศเยอรมันอีก พวกนั้นจะทำหน้ายังไงเมื่อรู้ว่าชื่อของพวกเขาถูกใช้ไปแล้ว

จากนั้นซูข่านก็ได้บอกให้ซงหมิงเจียงไปบอกหยางไท่เฉียนที่ยุโรป

ฤดูหนาวได้ย่างกรายเข้ามาช้าๆ อุณหภูมิในหนานจิงก็ได้ลดต่ำลงทุกวัน อากาศเองก็แห้งมาก ลมหนาวก็ได้พัดมาเป็นระลอก

ทั่วทั้งเมืองหนานจิงถูกปกคลุมด้วยความหนาว