ตอนที่ 441

สนามบินที่เซียงเจียงเป็นสนามบินที่มีขนาดใหญ่ติดอันดับต้นๆในเอเซีย แต่ละวันมีเที่ยวบินเข้า-ออกเป็นจำนวนมาก จำนวนผู้โดยสารที่เดินทางในแต่ละวันก็ไม่ต่ำกว่าหมื่นคน

เรียกได้ว่าเครื่องบินเกือบทั่วทั้งโลกมีเที่ยวบินมาลงที่นี่หมด และหนึ่งในนั้นก็คือเครื่องบินที่บินตรงมาจากอเมริกา

ร่างของลี่ซีได้เดินออกมาจากสนามบินด้วยความสดใส เธอสวมเสื้อผ้าที่ทันสมัยมาก แถมยังมีกระเป๋าถือสุดน่ารักที่เข้ากับอายุของเธออีก ด้วยการแต่งตัวที่สมวัยของเธอนั้นทำให้คนที่เดินผ่านไปต้องเอี้ยวตัวมามองเล็กน้อย

โดยเฉพาะส่วนสูงและขาที่ยาวเป็นพิเศษของเธอ

"ซีซีรอฉันด้วย…"

ในขณะที่ลี่ซีกำลังเดินออกจากสนามบินนั้น ก็มีชายคนหนึ่งที่อายุไล่เลี่ยกับลี่ซีวิ่งตามเธอออกมาโดยสะพายกระเป๋าที่ด้านหลัง

"จางหยาง นายช่วยเรียกฉันว่าเพื่อนร่วมคลาสลี่ซีเถอะ เฉพาะเพื่อนผู้หญิงกับคนในครอบครัวของฉันเท่านั้นทีจะเรียกชื่อฉันแบบนั้นได้"

เมื่อได้ยินสิ่งที่ลี่ซีพูด จางหยางก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย เช่นเดียวกันกับลี่ซีเธอมีขมวดคิ้วเล็กน้อยและหันหน้าหนีจางหยางทันที

จางหยางคือเพื่อนร่วมคณะเดียวกับลี่ซีที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ครอบครัวของเขานั้นก็อาศัยอยู่ที่เซียงเจียงเหมือนกัน หลังจากที่จางหยางและลี่ซีได้รู้จักกัน จางหยางก็คอยตามเซ้าซี้ลี่ซีอยู่ตลอด

แต่ลี่ซีเองก็ไม่สนใจในตัวของจางหยาง

จนเมื่อปิดวันหยุดฤดูร้อนของทางมหาวิทยาลัย ไม่รู้เหมือนกันว่าใครแจ้งข่าวเรื่องการเดินทางของลี่ซีให้กับจางหยางฟัง จางหยางจึงจองตั๋วเครื่องบินกลับมาพร้อมกันกับลี่ซี

การอยู่ด้วยกันบนเครื่องระหว่างที่บินมาเซียงเจียงนั้น ทำให้ลี่ซีหงุดหงิดตลอดทั้งทาง

"ก็ได้ๆ คุณเพื่อนร่วมคลาสลี่ซี"

จางหยางเรียกลี่ซีด้วยน้ำเสียงที่ประชดเล็กน้อย เขาเห็นแววตาที่เต็มไปด้วยร่องรอยความโกรธของลี่ซี ตัวจางหยางนั้นตามเซ้าซี้ลี่ซีมาเป็นเวลานานแล้ว และเธอก็ยังเลือกที่เฉยเมยกับเขาต่อ

"แสดงเก่งจริงนะ เป็นเป่ยกู่แท้ๆยังทำตัวแบบนี้อยู่ได้"

จางหยางแอบบ่นลี่ซีอยู่ในใจของเขา

ในยุคนี้ยังมีคนที่ดูถูกและเรียกผู้หญิงจากประเทศจีนว่าเป่ยกู่อยู่เลย นี่เป็นคำเหยียดรูปแบบหนึ่งของพวกคนรวยที่ชอบดูถูกผู้หญิง

แม้ว่าจางหยางจะแอบคิดแบบนั้นในใจ แต่ด้วยบุคลิกของเขานั้นเป็นคนที่นิ่งและดูสุขุม เขาไม่แสดงอาการหงุดหงิดหรือโกรธอะไรลี่ซีเลยแม้แต่นิดเดียว เขากลับปั้นหน้ายิ้มอย่างอารมณ์ดีและพูดว่า

"ไหนๆเราก็เป็นเพื่อนร่วมคลาสของมหาวิทยาลัยด้วยกันแล้ว ไหนจะยังกลับมาเครื่องบินลำเดียวกันอีก ถ้าไม่มีใครมารับเธอ ให้ฉันไปส่งเธอเถอะนะ"

"ค่าแท๊กซี่ในสนามบินเซียงเจียงมันค่อนข้างแพงนา~ แถมฉันยังได้ยินมาว่าเขาจะเรียกเก็บค่าแรกขึ้นอีกด้วย ไปกับฉันนี่ไม่เสียสักหยวนเลยนะ"

หลังจากพูดจบจางหยางก็หัวเราะออกมาด้วยความรู้สึกที่ตัวเองนั้นเหนือกว่า

แท็กซี่ตามสนามบินมักจะบวกราคาเพิ่มกว่าปกติ ส่วนใหญ่แล้วค่าโดยสารของการนั่งแท๊กซี่ที่สนามบินจะสูงกว่าในเมืองกว่า 2-3 เท่า

กว่าที่รถไฟสาธารณะจะเสร็จก็กินเวลาอีกตั้งหลายปี ไหนจะยังรัฐบาลท้องถิ่นที่ไม่ลงมาจัดการกับพวกแท๊กซี่นี้แบบจริงจังอีก คนที่เดือดร้อนก็ยังเป็นคนที่ต้องเดินทางเข้าเมืองโดยที่ไม่มีคนมารับอยู่ดี

"ไม่จำเป็น!!"

ลี่ซีปฏิเสธจางหยางเสียงแข็ง

"ฉันก็มีญาติมารับเหมือนกัน"

ลี่ซีตอบไปโดยไม่รู้ว่าใครจะมารับเธอเหมือนกัน แต่เพราะพี่เสว่เอ๋อได้เป็นคนบอกกับเธอเอง พี่เสว่เอ๋อต้องไม่โกหกเธออยู่แล้ว

การที่ลี่ซีได้ไปเรียนที่อเมริกาส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะพี่เสว่เอ๋อด้วย ถึงแม้ว่าลี่ซีจะไม่รู้ว่าพี่ซูข่านรู้จักกับพี่เสว่เอ๋อที่อเมริกาได้ยังไง แต่ดูเหมือนว่าพี่เสว่เอ๋อจะให้ความเคารพกับพี่ซูข่านมาก

พี่เสว่เอ๋อดูแลลี่ซีเป็นอย่างดีขณะที่เธอเป็นนักศึกษาอยู่ที่นั่น บางครั้งก็มีส่งคนมารับ-ส่งเธอถึงมหาวิทยาลัย หรือแม้แต่พาไปกินอาหารเย็นที่โรงแรมสุดหรูโดยเซฟระดับดาวมิชลิน

ซึ่งราคาแต่ละอย่างรวมไปถึงรถที่พี่เสว่เอ๋อใช้นั้นไม่ได้ถูกเลย

"ไหนล่ะญาติของเธอ? นี่เธอลงเครื่องมาสักพักหนึ่งแล้วยังไม่มีญาติคนไหนโผล่หน้ามาเลยสักคน บางทีพวกเขาอาจจะยุ่งอยู่ก็ได้ ให้ฉันไปส่งเธอดีกว่า"

จางหยางพูดกับลี่ซีด้วยรอยยิ้ม

เขาพยายามระงับอารมณ์โกรธของเขาอยู่ภายในใจ เกิดมาเขายังไม่เคยต้องมาอ้อนวอนใครอย่างนี้มาก่อนเลย

เป็นเป่ยกู่จะมีคนมารับได้ยังไงที่เซียงเจียงแห่งนี้ รู้ไหมว่าราคาของรถยนต์คันหนึ่งมีราคาเท่าไหร่? ถึงมีก็คงจะเป็นรถของเจ้านายไม่ก็ต้องไปเช่ามาแน่ๆ

พวกเป่ยกู่ก็ไม่มีปัญญาซื้อบ้านสักหลังหนึ่งได้หรอก ถึงแม้ว่าฉันจะไม่ใช่คนที่ร่ำรวยอะไรมากในเซียงเจียงแห่งนี้ แต่อย่างน้อยตระกูลของฉันก็มีธุรกิจร้านค้าหลายแห่งเหมือนกัน

คนอย่างฉันยอมลดตัวลงมาเพื่อคุยกับเธอนี่ก็ดีเท่าไหร่แล้วรู้ นี่เป็นโชคดีของเป่ยกู๋แบบเธอสุดๆล่ะ รีบตอบรับสักทีสิ!!

อยู่ๆใบหน้าของลี่ซีก็ยิ้มขึ้นอย่างมีความสุข เมื่อจางหยางเห็นเขาก็รู้สึกดีใจออกมา

"ต้องอย่างนี้สิ เสียเวลาตั้งนานรู้ไหม"

"เอ๊ะ!!"

วินาทีต่อมาใบหน้าของจางหยางก็แตกออกเป็นเสี่ยงๆ ลี่ซีที่ยิ้มแย้มอย่างสดใสก็ได้วิ่งผ่านโดยไม่สนใจตัวของเขาเลยแม้แต่นิดเดียว

เมื่อหันหลังไปจางหยางก็เห็นลี่ซีกำลังสวมกอดกับผู้ชายคนหนึ่งอยู่

จางหยางตามตื้อลี่ซีมาเป็นเวลาตั้งนาน แต่วันนี้เขาได้เห็นเธอกำลังกอดกับชายคนอื่นต่อหน้าต่อหน้า อยู่ความโกรธก็ได้เกิดขึ้นภายในใจของจางหยางจนเขาต้องกำมือแน่น

แต่เมื่อมองไปยังด้านหลังของชายคนนั้น เขาก็เห็นรถฮัมเมอร์ 2 คันและรถเบนท์ลีย์จอดอยู่ ใกล้ๆนั้นก็มีผู้ชายที่ร่างกายกำยำยืนคลุมอยู่ด้วย

จู่ๆความโกรธของจางหยางก็ได้ถูกดับลงทันทีราวกับโดนน้ำเย็นมาราด แล้วแผ่นหลังของเขาก็เริ่มมีเหงื่อออก

เขารู้สึกได้เลยว่าเขาสามารถโดนลบให้หายไปจากโลกนี้ได้ด้วยเพียงเวลาไม่กี่วินาที

คนพวกนี้มันเป็นใครกัน?

รถของพวกมันแพงกว่าทรัพย์สินในบ้านของเขาอีก

"พี่…"

ในหูของจางหยางนั้นไม่ได้ยินอะไรเลยนอกจากคำพูดของลี่ซี

พี่?

นั่นคือพี่ชายของลี่ซีงั้นเหรอ?

ไหนว่าครอบครัวของเธอเป็นเป่ยกู๋ไม่ใช่เหรอ? ทำไมถึงมีพี่ชายที่ร่ำรวยแบบนี้ได้?

และพี่ชายของเธอทำไมถึงมีรถหรูๆแบบนี้ขับด้วย? ไหนจะยังบอดี้การ์ดส่วนตัวเป็นกองทัพแบบนี้อีก

นี่มันเป็นสิ่งที่คนรวยๆในเซียงเจียงทำกันไม่ใช่เหรอ?

แสดงว่า…

เหงื่อของจางหยางยิ่งออกเยอะกว่าเก่า จากตอนแรกเหงื่อที่ออกที่แผ่นหลังก็ได้เปลี่ยนมาออกมาที่หน้าผากของเขาแล้ว

"ชายคนนี้ก็เป็นหนึ่งในคนรวยพวกนั้นใช่ไหม?"

จางหยางตัวเริ่มสั่นขึ้นมาเล็กน้อย เขารู้สึกโชคดีอย่างบอกไม่ถูกที่ไม่ได้แตะเนื้อต้องตัวลี่ซี

ไม่อย่างงั้นเขาคงไม่มีชีวิตกลับไปที่อเมริกาอีกเป็นครั้งที่สองแน่ๆ แล้วไหนจะยังธุรกิจของครอบครัวที่อยู่ในเซียงเจียงอีก

ซูข่านได้เอามือขึ้นมาและขยี้ที่หัวของลี่ซี 2-3 ครั้งจนทำให้ผมของเธอยุ่งเหยิง