ตอนที่ 203

ซูข่านมองมาที่สูเจิ้งเหมาโดยไม่ได้พูดอะไร สูเจิ้งเหมายิ่งรู้สึกกดดันเข้าไปอีก

"คุณซูครับ เพราะเรื่องตึกซิงซีที่ผมได้ป่าวประกาศออกไป ทำให้ผมมีชื่อเสียงมาก"

สูเจิ้งเหมารีบแก้ตัวอย่างรวดเร็ว

"ผมผิดไปแล้วครับ มีคนมากมายยกย่องและชื่นชม ผมเลยหลงระเริงในชื่อเสียงเกินไปหน่อย"

ซูข่านเห็นเหงื่อจำนวนมากที่ไหลออกมาเต็มหน้าของสูเจิ้งเหมา ซูข่านก็ถอนหายใจออกมา

มันเป็นเพียงแค่การถอนหายใจ แต่สูเจิ้งเหมารับรู้ได้ถึงความเย็นยะเยือกที่หลังของเขา เขาเผลอลืมหายใจไปชั่วขณะ คุณซูไม่พอใจเขาจริงๆ

"เหลาสู"

ซูข่านมองไปที่สูเจิ้งเหมาและพูดเบาๆ

"ถ้านายอายุยังไม่ถึง 30 ฉันจะไม่ว่าอะไรนายเลย แต่นายอายุ 30 แล้ว ทำไมถึงไม่มีความคิดอะไรที่มันดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นมาบ้าง คนอื่นจะมองนายไม่มีน้ำยาเอา"

"ครับ ครับ ครับ"

สูเจิ้งเหมาพยักหน้าอย่างรวดเร็วและยอมรับทุกความผิด

"ผมไม่ควรหลงระเริงในชื่อเสียงที่รับมาเลย"

มีมหาเศรษฐีได้ติดต่อสูเจิ้งเหมามาจำนวนมาก พวกเขาได้โทรมาขอคำปรึกษาจากสูเจิ้งเหมาบ้าง โทรมาขอร่วมลงทุนในครั้งนี้บ้าง บางคนก็อยากสร้างตึกที่สูง 50-60 ชั้นเหมือนกัน

นอกจากนี้พวกเจ้าของโรงงานที่อยู่ในเครือสหพันธ์สิ่งทอของสูเจิ้งเหมา ก็ได้โทรมาแสดงความยินดีกับเขาเป็นจำนวนมากเช่นกัน มีคำชมสรรเสริญตัวสูเจิ้งเหมาอยู่ไม่ขายสาย

ไม่แปลกหรอกที่สูเจิ้งเหมาจะหน้ามืดตามัวหลงระเริงไปกับชื่อเสียง

นี่เป็นครั้งแรกและครั้งเดียวในชีวิตของเขาที่มีประสบการณ์แบบนี้ เขาอยู่บนโลกนี้มาเกือบจะสี่สิบปีแล้ว เขายังไม่เคยได้รับคำชมมากมายขนาดนี้มาก่อน

"ฉันจะไม่พูดอะไรอีกแล้ว นายต้องเรียนรู้มันด้วยตัวเอง"

ซูข่านมองไปที่สูเจิ้งเหมา เขาไม่อยากจะพูดถึงเรื่องนี้อีกแล้ว หากว่าสูเจิ้งเหมายังคงเป็นแบบนี้อยู่ ซูข่านก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะล้างความคิดชุดนั้นของเขายังไงดี

ซูข่านได้ใช้ชีวิตมาสองยุคแล้ว เขาเห็นคนผ่านตามาเป็นจำนวนมาก พวกคนที่มีชื่อเสียงล้วนมีจุดจบที่ไม่น่าดูสักคน คำพูดต่างๆของพวกเขาจะตามติดตัวตลอดไปจนวันตาย

พวกคนที่มีชื่อเสียงส่วนใหญ่ก็มักจะร้องไห้หาแม่ทุกครั้งที่เกิดเรื่อง นี่แหละคือผลที่จะตามมาหลังจากการหลงระเริงไปกับชื่อเสียง

แล้วตอนนี้เพิ่งเป็นยุคแห่งการเริ่มต้นอะไรใหม่ๆ

หากเปรียบเทียบว่านี่คือการวิ่ง คนที่มีชื่อเสียงก็เหมือนกับผู้นำคนหนึ่ง เขาได้วิ่งไปเรื่อยๆตลอด 2-3 ปี โดยไม่หยุด พอเขาหันหลังกลับมามอง

เขาก็จะเจอเพียงแต่ถนนที่ว่างเปล่า มันไม่มีใครวิ่งตามเขาทันหรอก เขาวิ่งนำคนอื่นมาหลายร้อยถนนแล้ว แล้วพอถึงจุดๆนั้น เขาจะวิ่งกลับหรือจะวิ่งไปด้านหน้าต่อ?

แน่นอนเขาคงไม่ยอมยืนอยู่กับที่แน่ๆ นี่แหละคือตัวอย่างของคนที่หลงระเริงไปกับชื่อเสียง

เขาจะวิ่งกลับไปเพื่อลดชื่อเสียงของเขาลง หรือจะวิ่งไปด้านหน้าเพียงลำพังคนเดียว ไม่ว่าจะเลือกเส้นทางไหนมันก็เจ็บปวดเสมอ

ในวงการอุตสาหกรรม พวกคนที่เป็นแบบนี้มักจะโดนบีบให้อยู่ในตำแหน่งเดิมของเขาไม่ได้ มันกระทบต่อผลผลิตของโรงงานและหน้าตาของบริษัทอย่างมาก

เช่นเดียวกันกับสูเจิ้งเหมา ตอนนี้เขาเป็นกระแสที่กำลังมาแรง แต่ถามหน่อยคุณจะฟังข่าวของนักธุรกิจที่สร้างสูง 100 ชั้นไปอีกนานแค่ไหนเชียว? มันเป็นเรื่องที่เจ๋งขนาดต้องลงข่าวทุกวันเลยไหม?

อีกไม่เกิน 10 สัปดาห์ พวกเขาก็จะลืมสูเจิ้งเหมาไปหมดแล้ว ตึกที่สูงกว่า 100 ชั้นแล้วยังไงล่ะ?

ตอนนี้ถึงมันจะสูงเป็นอันดับหนึ่งในประเทศ แต่มันก็เป็นเพียงอันดับอื่นของโลกใบนี้ แล้วอีกหน่อยตึกนี้ก็จะกลายเป็นอันดับ 2 3 4 …. ไปเรื่อยๆแล้ว

อีกหน่อยเศรษฐกิจของประเทศจะเติบโตรวดเร็วอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ยุคนี้ถือว่าเพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น

บริษัทไหนที่ไม่สามารถพัฒนาตามโลกได้ พวกเขาก็จะต้องโดนทิ้งห่างไปเรื่อยๆ สุดท้ายพวกเขาก็จะล้มละลาย ไม่ก็ต้องไปรวมกับบริษัทยักษ์ใหญ่

"ครับผม ได้ครับ"

สูเจิ้งเหมารีบตอบอย่างรวดเร็ว เขาถอนหายใจด้วยความโล่งอก เขาทำพลาดขนาดนี้แล้วซูข่านก็ยังให้โอกาสเขาอยู่

ไม่อย่างงั้นชีวิตของเขาอาจจะจบลงที่วันนี้ก็ได้

เขาไม่เคยเห็นวิธีการทำงานแบบซูข่านมาก่อนในชีวิต แถมยังความสามารถของเขาอีก

ซูข่านให้เงินเขามา 500 ล้านโดยไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย มันแสดงให้เห็นถึงความน่ากลัวของซูข่าน

"คุณซูครับ"

สูเจิ้งเหมาปาดเหงื่อบนหน้าผากของเขาและเริ่มรายงาน

"ตึกซิงซีตอนนี้กำลังเข้าสู่กระบวนการแล้วครับ เราได้กว้านซื้อที่ดินในเผิงเฉิงขนาดใหญ่ไว้สำหรับสร้างตึกนี้ และผมยังได้ซื้อที่ดินโดยรอบตึกอีกด้วย"

"อืม"

ซูข่านพยักหน้า ในอนาคตหลังจากที่ตึกซิงซีสร้างเสร็จ บริเวณรอบๆของตึกก็กลายเป็นที่ดินที่มีมูลค่าสูงไม่ต่างกับมูลค่าของตึกเลย ลองคิดดูคนที่มายังตึกซิงซีต่อวัน หากว่าเปิดร้านค้าจะได้ลูกค้าเท่าไหร่?

"นอกจากนี้แล้ว บริษัทออกแบบชั้นนำหลายแห่งในยุโรป พวกเขาสนใจตึกที่มีความสูงกว่า 100 ชั้นมาก บริษัทพวกนั้นตัดสินใจที่จะ…"

"ไม่ต้อง"

ซูข่านพูดเบาๆกับสูเจิ้งเหมา สูเจิ้งเหมารับรู้ได้ทันทีว่าซูข่านไม่อยากได้ยินเรื่องพวกนี้ เขาจึงเปลี่ยนหัวข้อเรื่องต่อไปทันที

"ผมได้ติดต่อไปยังจ้าวชิงชิงแล้ว เธอได้ไปยังคณะสถาปัตย์ของมหาวิทยาลัยชิงหวา พวกเขาติดต่อมาหาผมโดยบอกว่าสนใจโครงการนี้ของเรามาก เขาจะส่งคนมาร่วมการประกวดครั้งนี้ด้วย"

"การประกวดออกแบบถูกลงในหนังสือพิมพ์เป็นเวลาหลายวัน ส่วนใหญ่แล้วเกือบทุกคนที่อยู่ในวงการออกแบบ รู้ข่าวนี้กันหมดล่ะครับ"

"นอกจากนี้ยังมีรายการโทรทัศน์ได้นำเสนอข่าวเกี่ยวกับการประกวดนี้ด้วย มีมหาวิทยาลัยและสถาปนิกอย่างน้อย 50 เจ้าได้โทรมาถามเกี่ยวกับการประกวดนี้"

หลังจากพูดจบ สูเจิ้งเหมาก็ได้มองไปที่ซูข่าน สีหน้าของเขาดูไม่จริงจังเท่ากับตอนแรกแล้ว

สูเจิ้งเหมารู้สึกโล่งขึ้นมาเล็กน้อย ถึงแม้ว่าคุณซูจะกังวลเกี่ยวกับเรื่องคนจำนวนมาก แต่สำหรับเรื่องงานแล้ว คุณซูก็ยังให้ความสำคัญอันดับหนึ่งอยู่ดี

"ดีมาก"

ซูข่านพยักหน้าและกล่าวชื่นชม

"นายทำได้ดีมากที่ข่าวการประกวดแพร่ไปทั่วประเทศแบบนี้"

การที่ข่าวการสร้างตึกไปปรากฏตัวบนรายการโทรทัศน์แบบนี้เป็นเรื่องที่น่าประหลาดใจมาก

การสร้างตึกซิงซีที่จะเป็นตึกที่สูงที่สุดในประเทศ มันโคตรจะดึงดูความน่าสนใจทั้งในและต่างประเทศ

มีผู้คนจำนวนไม่น้อยที่ติดตามข่าวนี้ และคนที่สนใจในการประกวดอีก มันก็ไม่แปลกใจหรอกที่ทำไมสูเจิ้งเหมาถึงได้มีชื่อเสียงมาก

ถ้าเป็นนักธุรกิจจากต่างประเทศมาทำแบบสูเจิ้งเหมา พวกคนในประเทศคงไม่ตื่นเต้นกับอะไรแบบนี้หรอก แต่พอเปลี่ยนมาเป็นสูเจิ้งเหมาผลลัพธ์ก็เลยออกมาเป็นแบบที่เห็น

นอกจากที่เขาเป็นนักธุรกิจที่ลงทุนในการสร้างตึกแล้ว เขายังเป็นประธานเครือสหพันธ์สิ่งท่ออีก เขาได้นำเงินการต่างประเทศเข้ามาลงทุนมากมาย

"จำเอาไว้เลยนะ การแข่งขันครั้งนี้ต้องยุติธรรมที่สุด ความยุติธรรมเนี่ยแหละจะเป็นสิ่งที่ค้ำจุนนาย นายสามารถทำมันได้ใช่ไหม?"

ซูข่านตบไปที่ไหล่ของสูเจิ้งเหมา

"ครับคุณซู"

สูเจิ้งเหมาพยักหน้าพร้อมมองไปที่ดวงตาของซูข่าน

"คุณซูจะต้องได้ตึกที่สวยและมีคุณภาพที่ดีที่สุดในโลกอย่างแน่นอนครับ"