ตอนที่ 272

ซูข่านพยักหน้าและเดินเข้าไปในบ้าน

เฒ่าจางรีบสะกิดไหล่ของจางต้าลูกชายและพูดกับเขาเสียงดัง

"ไม่เห็นคุณซูเดินเข้ามารึไง? รีบลุกให้คุณซูนั่ง เร็ว!!"

"ไม่เป็นไร"

ซูข่านรีบเอามือขึ้นมาห้ามจางต้าไม่ให้ลุกขึ้น และชี้ไปทางที่นั่งข้างเฒ่าหลี่

"นั่งตรงนั้นก็เหมือนกันนั่นแหละ"

"ต้องขอโทษด้วยความคุณซู"

เฒ่าจางรีบก้มหัวขอโทษอย่างรวดเร็วพร้อมทั้งกดหัวลูกชายของเขาด้วย

"ไม่ต้องมากพิธีอะไรขนาดนั้นหรอก"

"ไหนๆก็เป็นเทศกาลตรุษจีนทั้งที วันนี้เรามากินฉลองกันให้มีความสุขดีกว่า"

ซูข่านนั่งลงที่เก้าอี้ข่างๆเฒ่าหลี่ ไม่นานเสี่ยวผิงก็นำอุปกรณ์กินข้าวอย่างชามและตะเกียบออกมาใช้ซูข่าน

ทันทีที่ได้รับตะเกียบซูข่านก็ลุกขึ้นยืนเพื่อที่ไปคีบชิ้นเนื้อแกะตรงหน้าเฒ่าจางพอดี แต่ความไวของเขายังสู้ของเฒ่าหลี่ไม่ได้ ระหว่างที่ซูข่านกำลังเอื้อมมือไปเฒ่าหลี่ก็คว้าชิ้นเนื้อตัดหน้าซูข่านพอดี

"แก่แล้วไวไม่เบาเลยนะ"

ซูข่านบ่นอุบอิบกับเฒ่าหลี่

จากนั้นเขาก็เอื้อมไปหยิบชิ้นเนื้อข้างๆมาและวางไว้ที่ชามของเขา

"ว้าว"

"สไลด์เนื้อออกมาสวยใช้ได้เลยทีเดียว"

ซูข่านมองดูเนื้อแกะที่ถูกสไลด์ออกมาอย่างดี เผยให้เห็นลายไขมันที่แทรกไปทั่วทั้งบริเวณเนื้อ มันสวยงามราวกับลายของหินอ่อน

"เนื้อพวกนี้ชูเฟิงเป็นคนสไลด์ครับคุณซู"

เฒ่าจางพูดด้วยรอยยิ้ม

"อะไรนะ!!"

ซูขานตะลึงไปชั่วขณะ

เนื้อที่ถูกสไลด์สวยงามแบบนี้ถูกสไลด์โดยเด็กน้อยที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะเนี่ยนะ!!

ต้องบอกว่าทักษะการใช้มีดของชูเฟิงนั้นไม่ธรรมดาเลยทีเดียว ฝีมือการสไลด์ระดับนี้สามารถทำงานในโรงแรมระดับ 5 ดาวได้เลย

ในยุคหลังๆจะเริ่มมีเครื่องจักรในอุตสาหกรรมอาหารมากขึ้น เช่นเดียวกันกับการสไลด์เนื้อ เพียงแค่หั่นเนื้อให้เป็นก้อนยาวๆ จากนั้นเครื่องจักรก็จะสไลด์เนื้ออกมาได้อย่างสวยงาม

แต่ในยุคนี้นี่สิมันยังไม่มีเครื่องจักรแบบนั้นไง การที่สไลด์เนื้อออกมาได้สวยงามเท่ากันทุกชิ้นแบบนี้ บอกเลยต้องใช้ฝีมือในการใช้มีดพอสมควร

"เด็กคนนั้นเรียนรู้ทุกอย่างได้อย่างรวดเร็วจริงๆ ตอนนี้ผมได้เริ่มสอนการทำอาหารบางอย่างให้กับเขาแล้ว รสชาติของอาหารที่ชูเฟิงทำก็ใกล้เคียงกับที่ผมสอนเลย"

เฒ่าจางยิ้มด้วยความพึงพอใจ

ซูข่านสัมผัสได้เลยว่ารอยยิ้มของเฒ่าจางครั้งนี้มันไม่ใช่รอยยิ้มแบบแกล้งทำ มันเป็นรอยยิ้มที่ยิ้มออกมาจากใจของเฒ่าจางจริงๆ

ในเรื่องการทำอาหารนั้นเฒ่าจางเรียกได้ว่าเป็นคนที่จริงจังอย่างที่สุด โดยเฉพาะในร้านอาหารวังหลวง เฒ่าจางเรียกได้ว่าแทบจะเป็นอีกคนหนึ่งเลย

การที่เฒ่าจางชื่นชมชูเฟิงนั้น แสดงว่าชูเฟิงเองก็มีฝีมือจริงๆ

"แล้วชูเฟิงอยู่ที่ร้านรึเปล่า?"

เฒ่าจางส่ายหัวและตอบเบาๆ

"เปล่าครับคุณซู"

"ผมได้บอกให้เขากลับบ้านไปหาครอบครัวของเขา ให้เขาใช้ช่วงเวลาตรุษจีนกับครอบครัวก่อนจะกลับมาทำงานต่อครับ"

ซูข่านพยักหน้า

ชูเฟิงนั้นถึงแม้ว่าจะเป็นเด็กที่ดื้อไปหน่อย แต่เขาก็เป็นคนที่ซื่อสัตย์และให้ความสำคัญกับครอบครัวตัวเองอย่างมาก

เงินที่เขาได้รับจากการทำงานที่ร้านอาหารวังหลวงดูเหมือนว่าเขาจะมันทั้งหมดให้กับย่าของเขา ต่อไปในอนาคตเขาจะต้องกลายเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพแน่ๆ

หลังจากที่ได้มาของานทำกับซูข่าน และตัวของชูเฟิงเองก็ขยันทำงานนั้น ทำให้ซูข่านพึงพอใจในตัวชูเฟิงอย่างมาก

ระหว่างที่กำลังกินหม้อไฟเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีนอยู่ ซูข่านก็สังเกตเห็นซงหมิงเจียงเดินอย่างรวดเร็วโดยที่เขาหลีกเลี่ยงการเข้ามาที่ห้องรับประทานอาหาร

"หมิงเจียง!!"

"ครับพี่สามครับ"

ซงหมิงเจียงรีบหันตัวกลับแล้วมาหาซูข่านทันที

"ในเมื่อนายไม่ได้ไปฉลองกับครอบครัวที่บ้านแล้ว งั้นนายก็มาฉลองตรุษจีนที่นี่ละกัน"

ซงหมิงเจียงยืนมองดูหม้อไฟที่มีเนื้อแกะพร้อมกับผักอื่นๆอยู่ในหม้อ สีสันของมันทำให้ท้องของซงหมิงเจียงร้องขึ้นมาเสียงดังทันที ตั้งแต่กลับมาจากที่หมู่บ้านเขาก็ยังไม่ได้กินอะไรเลย

"เสี่ยวผิง!!"

"เตรียมอุปกรณ์ให้กับหมิงเจียงหน่อย"

ซูข่านพูดกับซงหมิงเจียงจบก็หันไปพูดกับเสี่ยวผิงต่อ

เสี่ยวผิงพยักหน้าพร้อมกับยื่นชามและตะเกียบให้กับซงหมิงเจียงอย่างรวดเร็ว

"ขอบคุณมากครับพี่สาม ขอบใจมากเสี่ยวผิง"

ซงหมิงเจียงพูดจบก็ค่อยๆนั่งลงที่เก้าอี้

"เอ้าช่วยกันกินกันให้หมดอย่าให้เหลือนะ"

ซูข่านมองดูรอบโต๊ะก็ไม่มีใครวางตะเกียบลงเลย ซูข่านเริ่มอิ่มนิดๆเลยวางตะเกียบลงก่อน

เนื้อแกะที่ถูกหั่นออกมาได้หนาพอดีคำนั้น ใส่ลงไปในหม้อทองแดงไม่กี่วินาทีเนื้อแกะก็สุกพร้อมรับประทานทันที

เมื่อกินคู่กับซอสสูตรพิเศษที่ทำโดยเฒ่าจางนั้น ทำให้รสชาติของเนื้อหอมอบอวลไปทั่วทั้งปาก

เนื้อแกะที่นำมากินก็ถูกเลือกมาอย่างดี มันเป็นเนื้อของลูกแกะที่อยู่ในวัยเหมาะสมพอดี มันมีไขมันแทรกไปอยู่ในเนื้อและเนื้อเองก็ไม่มีกลิ่นเหม็นสาบอีกด้วย

หากว่าลูกแกะโตเกินไปก็จะมีกลิ่นที่เหม็นสาบ หากว่าลูกแกะยังเด็กเกินไปก็จะมีเนื้อสัมผัสที่เหนียวมาก

เนื้อแกะที่ถูกเลือกสรรมาเป็นอย่างดีกินคู่กับน้ำซอสสูตรพิเศษ มันช่างเป็นอะไรที่วิเศษจริงๆ

ในยุคปัจจุบันบอกได้เลยว่าไม่สามารถหารสชาติแบบนี้ได้อย่างแน่นอน นี่มันเป็นรสชาติอาหารที่หาได้ยากมาก

หลังจากที่พักไปได้สักครู่หนึ่งซูข่านก็หยิบตะเกียบขึ้นมากินต่อ ส่วนคนอื่นๆก็ยังไม่มีใครหยุดพักแบบซูข่านเลยแม้แต่คนเดียว

ขนาดกินกันตั้งหลายคนแล้วแต่ก็ยังมีเนื้อแกะเหลืออยู่อีก ผักอื่นๆที่นำมากินคู่กันก็เริ่มหมดไปแล้วทีละอย่าง มีเพียงไม่กี่บ้านเท่านั้นที่จะมีเนื้อสัตว์กินเยอะขนาดนี้

แต่หม้อไฟสูตรของเฒ่าจางนั้นอร่อยจริงๆ น้ำซุปที่เขาทำเองก็รสชาติกลมกล่อมสุดๆ ยิ่งกินยิ่งหยุดไม่ได้ ไม่แปลกที่พวกคนบนโต๊ะไม่มีใครวางตะเกียบพักแบบซูข่านเลย

เมื่อกินเสร็จแล้วซูข่านก็ได้ลุกขึ้นยืนและเดินออกไปนอกบ้านทันที เขายังคงเห็นภาพเหมือนกับปีที่แล้ว เด็กๆต่างจุดประทัดเล่นกันในช่วงนี้ ซูข่านได้ยิ้มที่มุมปากขณะเดินไปเรื่อยๆ

ช่างเป็นวันที่ดีจริงๆ

ถึงแม้ว่าพวกเขาจะไม่มีเงินมากมาย แต่พวกเขาก็ได้กินฉลองตรุษจีนกันในครอบครัว เหล่าเด็กๆเองก็จะได้รับเงินไปซื้อประทัดมาจุดเล่นกัน

บรรยากาศแบบนี้มันช่างน่าคิดถึงซะเหลือเกิน

วันนั้นทั้งวันซูข่านได้ใช้เวลาไปกับซึมซับบรรยากาศตรุษจีนในระแวกบ้านของเขา

เช้าวันต่อมา

ซูข่านได้บอกให้ซงหมิงเจียงเตรียมตัวไว้ให้ดี วันนี้จะเป็นวันที่มีคนเข้าออกบ้านซูข่านเยอะกว่าทุกวันแน่ๆ พวกเขาจะต้องนำของขวัญมามอบให้กับซูข่านและอวยพรให้กับเขา

ซูข่านได้บอกให้ซงหมิงเจียงว่าเขาจะออกมารับของด้วยตัวเอง ถ้าต้องการจะพูดคุยกับเขาให้ไปรอที่ร้านอาหารวังหลวงได้เลย ไม่อย่างงั้นเดี๋ยวบ้านหลังนี้จะต้องเต็มไปด้วยผู้คนอย่างแน่นอน

ในตอนบ่ายซูข่านก็ได้ตื่นขึ้นหลังจากที่เขาเผลองีบหลับไปที่ห้องนอนของเขา ทันทีที่เขาลุกจากเตียงและเดินไปที่ห้องโถงซูข่านก็ตกใจอย่างมาก

ที่ห้องโถงนั้นมีกองของที่แขกนำมาให้เยอะมาก มันสูงจนเรียงกันเป็นภูเขาขนาดย่อมได้เลย

"พี่สามตื่นแล้วเหรอครับ"

ซงหมิงเจียงทักทายซูข่านพร้อมกับยกของมาเพิ่มอีก 3 กล่อง

ข้างๆซงหมิงเจียงเองก็มีหวางเซียวหมันอยู่ด้วย ซงหมิงเจียงได้ขอให้หวางเซียวหมันช่วยเขาขนของพวกนี้จากหน้าบ้านมา

"ทั้งหมดนี้ของฉันงั้นเหรอ?"

ซูข่านถามด้วยความสงสัย

"ใช่ครับ"

ซูข่านถอนหายใจออกมาเสียงดัง

ซงหมิงเจียงเองก็เกาหัวด้วยท่าทางที่ช่วยเหลืออะไรซูข่านไม่ได้ นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้เห็นคนๆเดียวได้ของขวัญอวยพรมากมายขนาดนี้