แม้จะเป็นเงิน 10,000 หยวนก็ตาม แต่กั๋วเฟยก็รู้สึกอิจฉามาก เขาต้องใช้เวลาตั้งหลายปีกว่าจะหาเงินก้อนโตขนาดนี้ได้ ขนาดทำงานที่ได้เงินเยอะกับพี่สามแล้วก็เถอะ
ถ้าเป็นเงินที่ได้จากการทำนาหรือว่าแบกข้าวสาร บางทีอาจจะใช้เวลาทั้งชีวิตเลยก็ได้กว่าจะหาได้ถึง 10,000 หยวนเนี่ย
ยิ่งไปกว่านั้นเวลาที่คนอื่นเขาแต่งงานกัน เงินที่คนทั่วไปจะใส่ซองจะใส่กันแค่ 0.5 หยวนเท่านั้น ถ้าสนิทกับเจ้าของงานแต่ง อาจจะใส่กันสัก 1 หยวน
กระทั่งพี่ชายแท้ๆหรือไม่ก็คนก็สนิท อย่างมากเลยก็แค่ 2-5 หยวนเท่านั้น
แต่พี่สามนั้นมอบเงินให้กับซงหมิงเจียงถึง 10,000 หยวนเลยในครั้งเดียว น่าจะเป็นคนเดียวในประเทศที่กล้าทำอะไรแบบนี้แล้ว
ใครก็ตามที่ตั้งใจทำงานให้กับพี่สาม คนๆนั้นก็จะถูกพี่สามปฏิบัติดีด้วยเสมอ
"ไปกันเถอะ"
ซูข่านเห็นกั๋วเฟ่ยตะลึงกับห่อเงินของเขาก็ยิ้มอย่างช่วยไม่ได้ เงิน 10,000 หยวนถือว่าเยอะจริงๆสำหรับยุคนี้ ด้วยเงินจำนวนนี้จะสามารถซื้อบ้านได้ตั้งหลายหลังเลยในหนานจิง
ในอีก 10 ปีข้างหน้า บ้านหลังนั้นจะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นจนกลายเป็นหลายล้านหยวน
ซงหมิงเจียงเองก็ทำงานกับซูข่านมาเป็นเวลานาน เงิน 10,000 หยวนไม่ได้มากเกินไปเลยที่ซูข่านจะมอบให้กับเขา
จากนั้นซูข่านและกั๋วเฟยก็เดินออกจากบ้าน ที่หน้าบ้านมีรถตู้มือสองของซูข่านจอดรออยู่ มีบอดี้การ์ดคนหนึ่งเปิดประตูให้กับซูข่าน ทั้งซูข่านและกั๋วเฟยก็เข้าไปนั่งในรถตู้
รถตู้ได้ขับออกจากบ้านของซูข่านช้าๆ มุ่งหน้าไปยังบ้านของซงหมิงเจียง
จากนั้นประมาณครึ่งชั่วโมง รถก็ได้ถึงยังซอยบ้านของซงหมิงเจียง ซูข่านได้ยินเสียงประทัดจากที่ไกลๆมา ดูเหมือนงานแต่งจะเริ่มขึ้นมาสักพักหนึ่งแล้ว
ซูข่านและคนอื่นๆก็ลงจากรถ พวกเขาทั้งหมดเดินเข้าไปในซอย ระหว่างเข้าซอยนั้น ผู้คนก็เริ่มที่จะเยอะขึ้นเรื่อยๆ มีเสียงพูดคุยกันเสียงดังตลอดทั้งทาง
"ลูกชายของบ้านซงนี่โคตรสุดยอดเลย เขาเอารถไปรับเจ้าสาวที่บ้านตั้ง 9 คันแน่ะ"
"ในซอยนี้ไม่มีใครสุดยอดเท่ากับลูกชายบ้านนั้นแล้ว"
"ในซอยนี้ที่ไหนกันเล่า!! ในอำเภอนี้ต่างหากล่ะ"
"ฉันได้ยินมาว่าเจ้านายของเขาเป็นคนเอารถมาให้เขาเองด้วย เจ้านายที่ไหนกันทำไมใจกว้างแบบนี่เนี่ย"
"ไอ้เด็กคนนั้นแต่งงานแล้วงั้นรึ? ข้าเห็นมันตั้งแต่ยังวิ่งเล่นในซอยนี่อยู่เลย"
"วันนี้ตระกูลซงดูเหมือนจะมีเนื้อหมูกินเลี้ยงด้วย เห็นว่าพวกเขาไปซื้อหมูที่ตลาดมาตั้ง 2 ตัวแน่ะ"
"ใช่ๆๆ และคนที่มาทำอาหารในงานนี้ก็คือเซฟจากร้านวังหลวงชื่อดังยังไงล่ะ"
ซูข่านได้ยินคนในซอยต่างพูดคุยเกี่ยวกับการแต่งงานของซงหมิงเจียงตลอดทั้งทาง พวกเขาทั้งหลายต่างชื่นชมในตัวของซงหมิงเจียงมาก
และที่พวกคนในซอยต่างรู้จักกับร้านอาหารวังหลวง คงเป็นเพราะร้านอาหารวังหลวงได้ออกทีวีแน่ๆ
ช่วงก่อนหน้านี้ก็มีรายการอากาศหลายรายการได้ไปถ่ายทำที่ร้าน
พอรายการที่ไปถ่ายออกอากาศปุ้ป คนทั่วทั้งเมืองเลยเห็นถึงความสวยงามของร้านและหน้าตาอาหารที่น่ารับประทาน ไม่แปลกหรอกที่ผู้คนทั่วทั้งเมืองจะไม่รู้จักกับร้านอาหารวังหลวงแห่งนี้
เมื่อเดินเข้าไปในซอยลึกขึ้นเรื่อยๆ ซูข่านก็สังเกตเห็นเศษประทัดสีแดงอยู่ตามพื้น ตรงหน้าของเขาเต็มไปด้วยโต๊ะและเก้าอี้จำนวนมาก
โต๊ะกับเก้าอี้เยอะขนาดนี้ น่าจะเป็นสถานที่ให้แขกในงานได้กินเลี้ยงฉลองกัน
จากนั้นซูข่านก็เห็นหม้อขนาดใหญ่ใบหนึ่งวางอยู่ ใกล้ๆนั้นก็มีฉู่เฟิงยืนอยู่ด้วย เด็กคนนี้โตขึ้นมากหลังจากทำงานที่ร้านอาหารวังหลวง
ส่วนสูงของเขาใกล้จะถึงคิ้วของซูข่านเข้าไปแล้ว และยังจะสูงกว่านี้ได้อีก
ฉู่เฟิงกำลังเตรียมอาหารสำหรับงานเลี้ยงวันแต่งงานของซงหมิงเจียง เขาวุ่นวายอยู่กับการสั่งลูกน้องของเขาให้เตรียมอาหารให้ทัน
ที่ซูข่านสัมผัสจากฉู่เฟิงได้ มันคล้ายๆกับการได้อยู่กับเฒ่าจางที่ร้านวังหลวงเลย เด็กคนนี้ซึมซับทุกอย่างมาจากเฒ่าจางจริงๆ และดูเหมือนว่าเขาจะทำได้ดีอีกด้วย
"พี่สาม!!"
ฉู่เฟิงเห็นซูข่านที่มุมสายตา เขารีบคุยกับพ่อครัวข้างๆก่อนจะรีบวิ่งมาหาซูข่านอย่างรวดเร็ว
"ใช้ได้เลยฉู่เฟิง นายโตขึ้นมากเลยนะ"
ซูข่านมองไปที่ฉู่เฟิงที่ดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นจากก่อนหน้านี้ แม้ว่าเขาจะทำตัวเหมือนเป็นพ่อครัวใหญ่แค่ไหน แต่ใบหน้าของเขาก็ยังเป็นเด็กอยู่วันยังค่ำ
"แฮะๆ"
ฉู่เฟิงเกาหัวและหัวเราะด้วยความอายเล็กน้อย จากนั้นเขาก็พูดด้วยรอยยิ้ม
"พี่สามเพิ่งมาถึงเหรอครับ?"
"พี่จางเฉียง พี่หวาง และก็คนอื่นๆมาถึงก่อนหน้าพี่สามไม่นานนี่เองครับ อาจารย์จางเองก็มาที่งานนี้ด้วย เดี๋ยวผมพาพี่สามไปหาพวกเขานะครับ"
ซูข่านพยักหน้าเล็กน้อย จากนั้นเขาก็เดินตามฉู่เฟิงไป
เรียกเฒ่าจางว่าอาจารย์แบบนี้ แสดงว่าเฒ่าจางยอมรับฉู่เฟิงเป็นลูกศิษย์แล้วแน่ๆ วันก่อนที่เจอเฒ่าจางก็ชื่นชมในพรสรรค์ของฉู่เฟิงอย่างมาก ไม่แปลกหรอกที่เขาจะไม่ยอมรับ
ไม่นานฉู่เฟิงก็เดินนำซูข่านมาถึงห้องๆหนึ่ง
"ห้องนี่พี่หมิงเจียงได้เตรียมให้กับพวกเราโดยเฉพาะเลยครับ ไม่มีใครมารบกวนพี่สามกับคนอื่นแน่ๆครับ"
"อืม"
ซูข่านพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ
ซงหมิงเจียงคงเข้าใจความรู้สึกของซูข่านเป็นอย่างดี เขาทำงานกับซูข่านมาเป็นเวลานาน ซงหมิงเจียงเลยรู้ว่าซูข่านไม่ชอบที่จะตกเป็นเป้าสายตาของคนอื่นเท่าไหร่
สิ่งนี้ทำให้ซูข่านพอใจมาก
มันจะเป็นจุดสนใจเกินไปถ้าหากว่านั่งอยู่ข้างนอก ทั้งเฒ่าจาง หวางเอ๋อ จางเฉียงเองก็เป็นคนที่มีชื่อเสียงในเมือง พวกเขาคงจะปฏิบัติกับซูข่านเหมือนกับที่เคยทำ
และยิ่งจะเป็นจุดสนใจเข้าไปอีกหากรู้ว่าซูข่านเป็นเจ้านายที่มอบรถมาให้ซงหมิงเจียงใช้ในงานแต่งงานถึง 9 คัน
ทุกวันนี้แค่รถมอไซค์ คนทั่วไปยังแทบไม่มีปัญหาจะซื้อเลย
ไม่ต้องพูดถึงรถจำนวน 9 คันหรอก
จากนั้นฉู่เฟิงก็เปิดประตูให้ซูข่าน
มีคนคุ้นหน้าคุ้นตานั่งอยู่ในห้องมากมาย
"คุณซู.."
"พี่สาม"
"พี่สามครับ"
เมื่อซูข่านเดินเข้าไปในห้อง เฒ่าจาง หวางเอ๋อ จางเฉียง เสี่ยวเว่ย เสี่ยวหู่ และคนอื่นๆก็ได้ลุกขึ้นยืนและยิ้มให้กับซูข่าน
"นั่งเหมือนเดิมเถอะ"
ซูข่านพูดกับคนทั้งห้องเบาๆ
"วันนี้เรามาเลี้ยงฉลองในงานแต่งงานของซงหมิงเจียง ไม่จำเป็นต้องมากพิธีก็ได้ เรามากินเลี้ยงกันให้เต็มที่เถอะ"
ซูข่านพูดจบก็มองไปรอบๆ ไม่มีใครในห้องที่จะกล้านั่งตามคำสั่งของซูข่านเลยสักคนเดียว แม้กระทั่งเฒ่าจางก็ยังไม่กล้า
หวางเอ่อและคนอื่นยิ่งแล้วใหญ่ พวกเขาดูเหมือนจะกลัวด้วยซ้ำ
ถ้าพวกเขานั่งลง พวกเขาจะรู้สึกว่าไม่ให้เกียรติกับซูข่าน แต่ถ้าไม่นั่งก็เป็นการขัดคำสั่งของซูข่านอีก ตอนนี้ทุกคนในห้องเริ่มทำตัวไม่ถูกขึ้นมาเล็กน้อยแล้ว
ซูข่านเห็นแบบนั้นก็ส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้ เขาสังเกตเห็นเก้าอี้ตัวหนึ่งที่ว่างอยู่ ซูข่านจึงเดินไปนั่งเก้าอี้ตัวนั้น
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved