ตอนที่ 286

ก่อนที่ทางบริษัทอสังหาฯจงฮงได้เข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์นั้น ตระกูลฮงได้ควบคุมทุกอย่างของบริษัทแห่งนี้เอง จะเรียกว่าธุรกิจภายในครอบครัวก็ได้

หรือจะพูดง่ายๆก็คือพวกเขาบริหารบริษัทด้วยตัวเองทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นสวัสดิการ เงินเดือนของพนักงาน แม้กระทั้งเงินของเจ้าของบริษัทนั้น ไม่มีการแบ่งเป็นขั้นตอนอะไรทั้งนั้น เงินเข้ากระเป๋าฮงเทียนทั้งหมด

ขนาดบ้านพักของตระกูลฮงก็ได้ใช้เงินจำนวนมากของบริษัทซื้อ

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาตระกูลฮงก็น่าจะใช้เงินไม่น้อยกว่า 100 ล้านในการซื้อของด้วยชื่อของบริษัท

ฮงเทียนตัวสั่นและถามต้าเฟยด้วยน้ำเสียงที่สั่นคลอน

"ทะ..ทำไมแกต้องทำถึงขนาดนี้ด้วย ฉันไม่เคยไปมีเรื่องกับพวกแกสักหน่อย"

"ฮ่าๆๆ"

ต้าเฟยมองไปยังฮงเทียนที่ก่อนหน้านี้อวดเก่งกับเขาอยู่เลย ตอนนี้กลัวจนหางจุกตูดซะแล้ว

"สิ่งที่แกทำก่อนหน้านี้มันคือการขุดหลุมฝังตัวเองชัดๆ แกไม่เคยคิดเลยสินะว่าวันนี้จะมาถึง นี่ฉันปล่อยให้แกมีโอกาสยื่นล้มละลายก็บุญแค่ไหนแล้ว"

"ถ้ารู้ว่าไม่มีปัญญาซื้อก็อย่าไปซื้อมาแต่แรกสิวะ!! เรื่องแค่นี้คิดไม่ได้รึไง!!"

ต้าเฟยพูดทิ้งท้ายเสร็จก็หันหน้าไปพูดกับคนในห้องประชุม

"เรามาเริ่มประชุมผู้ถือหุ้นกันดีกว่าครับ เชิญทุกท่านนั่งครับ"

ต้าเฟยนั่งลงยังที่ฮงเทียนนั่งเมื่อก่อนหน้านี้ เหล่าคณะกรรมการก็ได้กลับมานั่งยังที่ของตัวเองตามคำสั่งของต้าเฟย จางหม่านกับม่อต้าจางก็นั่งถัดจากต้าเฟยไป อยู่ๆต้าเฟยก็เหมือนนึกอะไรออกเลยพูดขึ้นมา

"คุณฮูหวางครับ"

"คุณฮูหวางช่วยรับผิดชอบในการตรวจสอบทรัพย์ของตระกูลฮงหน่อยนะครับ ต้องขอรบกวนคุณฮูหวางจัดการเรื่องนี้ด้วย"

"ได้ครับท่านประธาน"

ฮูหวางก้มหัวเล็กน้อยให้กับต้าเฟย

ต้าเฟยจำได้ตอนที่นั่งรถมา เขาได้ยินจางหม่านพูดถึงคนชื่อฮูหวางอยู่ เห็นว่าเป็นหนึ่งในคนที่ถือหุ้นของบริษัทอสังหาฯจงฮงที่เกลียดชังตระกูลฮงเข้าไส้

คณะกรรมการที่เหลือมองไปยังฮงเทียนด้วยความสงสาร ก่อนหน้านี้เขายังเป็นประธานบริษัทอยู่เลย แต่การกระทำของเขานั้นก็สมควรที่จะถูกปลดจริงๆ

การประชุมได้ดำเนินต่อไปจนถึงเที่ยง จากนั้นจางหม่านก็ได้โทรไปรายงานข่าวเรื่องนี้กับทางซูข่าน

ซูข่านรู้สึกพอใจมากที่ยินข่าวว่าตระกูลฮงถูกปลดจากตำแหน่งประธาน และต้าเฟยก็ทำหน้าที่ของเขาได้อย่างดี

หลังจากนั้น 3 วันเรื่องทุกอย่างก็จบลงอย่างสมบูรณ์แบบ

ต้าเฟยที่ก่อนหน้านี้ใส่เสื้อเชิ้ตผ้าไหมและย้อมผมสีทอง แต่ตอนนี้เขากลายเป็นคนใหม่แล้ว เขาสวมชุดสูทที่พอดีกับร่างกายของเขา ผมที่สีทองก็ได้ย้อมใหม่เป็นสีดำเรียบร้อย

เขาได้สลัดเอารูปลักษณ์ของมาเฟียออกไปจนหมด เขาคือต้าเฟยประธานบริษัทอสังหาฯจงฮง

ซูข่านรู้สึกพอใจมากๆ

"ตระกูลฮงได้จบสิ้นแล้วครับคุณซู"

ต้าเฟยในภาพลักษณ์ใหม่ได้พูดกับซูข่านด้วยน้ำเสียงที่เคารพ

"คุณซูรู้อะไรไหมครับ? หลังจากที่ฮูหวางได้ตรวจสอบบัญชีรายรับ-รายจ่ายและทรัพย์สินของตระกูลฮงทั้งหมด พบว่าพวกเขาได้ใช้เงินบริษัทมาเป็นเวลาหลายปีแล้ว"

"ไม่ว่าจะเป็นบ้าน รถหรูต่างๆ โดยเฉพาะลูกชายของเขามักจะนำเงินของบริษัทไปซื้อของแจกจ่ายเพื่อนและสาวๆทั่วทั้งเมือง"

"ด้วยทุกอย่างที่ผมพูดมาทางเราเลยยื่นฟ้องกับตระกูลฮงครับ ทางตำรวจก็ได้เข้าจับกุมฮงเทียนและลูกชายของเขาทันที"

นี่เป็นครั้งแรกที่ต้าเฟยได้ใช้ตำรวจในการตัดสินเรื่องพวกนี้ หากว่าเป็นเมื่อก่อนนั้น ต้าเฟยจะต้องจัดการทุกอย่างด้วยตัวเองและห้ามให้เรื่องรั่วไหลถึงตำรวจเด็ดขาด

หลังจากที่มานั่งตำแหน่งประธานแล้ว ดูเหมือนว่ามีอะไรบางอย่างในตัวของต้าเฟยได้เปลี่ยนไปทีละน้อย

"แล้วฮงจินหมิงล่ะ?"

ซูข่านได้ยินคำว่าลูกชาย เขาเลยนึกถึงฮงจินหมิงจอมอวดเก่งขึ้นมาทันที

ต้าเฟยเลยอธิบายต่อ

"ตั้งแต่ที่เขาได้ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ครั้งล่าสุด ดูเหมือนว่าเขาจะกลับมาเดินเหมือนเดิมไม่ได้อีกแล้ว ทางตำรวจที่ได้เข้าจับกุมก็ได้เจอหลายคดีที่พ่อของเขาปิดไว้มากมาย ตอนนี้เขาก็โดนจับไปพร้อมกับฮงเทียนแล้วครับ"

"ผมได้บอกเส้นสายของผมที่เป็นตำรวจแล้วครับ หากว่าพ่อลูกตระกูลฮงได้เข้ามาอยู่ในกรงขังเมื่อไหร่ พวกเขาก็พร้อมต้อนรับสองพ่อลูกนี้อย่างดีเลยครับ"

"หึๆ"

ซูข่านหัวเราะเบาๆก่อนจะชมต้าเฟยด้วยรอยยิ้ม

"ทำได้ดีมาก"

แค่ติดคุกก็เหมือนกับตายทั้งเป็นแล้ว ถ้าโดนกลั่นแกล้งจากตำรวจภายในคุกอีก ไม่อยากจะคิดเลยว่าพ่อลูกคู่นั้นจะเหมือนตกนรกทั้งเป็นแค่ไหน

ซูข่านรู้สึกพอใจมากที่ฮงจินหมิงได้รับผลจากการกระทำของเขาแล้ว

"ขอบคุณมากครับคุณซู จริงๆผมแค่ทำทุกอย่างตามคำสั่งของคุณซูเอง ไม่ได้ทำอะไรเพิ่มเติมเลย"

ต้าเฟยพูดด้วยน้ำเสียงที่ตื่นเต้น

"ขออนุญาตินะคะ"

เสียงของหลู่เฉียนซานดังขึ้นหลังจากที่ต้าเฟยพูดจบ เธอมาที่นี่เพื่อรายงานข่าวของหุ้นบริษัทที่ร่วงหนักกว่าเดิมเนื่องจากอดีตประธานฮงเทียนถูกจับ

ถึงแม้ว่าข่าวจะออกว่าฮงเทียนได้ทำการนำเงินบริษัทไปใช้ก็จริง แต่ช่วงนี้มันเป็นช่วงที่ตลาดหุ้นอสังหาฯเปราะบางมากๆ มันทำให้คนตื่นตระหนกและเทขายหุ้นของอสังหาฯจงฮงจำนวนมาก

ไหนจะยังข่าวลือเรื่องที่มาเฟียมานั่งตำแหน่งประธานอีก ทุกๆที่ว่ามาทำให้หุ้นของอสังหาฯจงฮงตกลงอย่างมาก

"ทางฮงเทียนเองที่ถูกจับ เขาจะต้องชดใช้เงินทั้งหมดที่นำออกไปจากบริษัททั้งหมดค่ะ"

"ด้วยทรัพย์ส่วนตัวที่ทางตระกูลฮงมีอยู่นั้นไม่เพียงพอที่จะชดใช้ ทางศาลเลยยังคับให้เขาปล่อยหุ้นทั้งหมดในมือค่ะ"

ด้วยคำสั่งของศาลหุ้นที่ทางตระกูลฮงถืออยู่ต้องปล่อยออกทั้งหมด ทำให้หุ้นของเขาถูกแจกจ่ายไปยังผู้ถือหุ้นรายย่อยต่างๆมากมาย แต่ทางว่านเซี่ยงกรุ๊ปก็ได้ส่วนแบ่งนี้เยอะสุดเช่นเคย

หลู่เฉียนซานขมวดคิ้วเล็กน้อยและพูดต่อว่า

"แต่ตอนนี้หุ้นของอสังหาฯจงฮงได้ลดลงกว่า 20% แล้วค่ะ"

"ใช่ครับคุณซู ทางผู้ถือหุ้นก็ได้แจ้งผมมาเช่นกัน"

ต้าเฟยพยักหน้าและพูดเสริม

"ผู้ถือหุ้นในบริษัทเริ่มคัดค้านและต้องการนโยบายในการหยุดเหตุการณ์นี้แล้วค่ะ"

หลู่เฉียนซานพูดด้วยน้ำเสียงที่เป็นกังวลเล็กน้อย

เนื่องจากว่านเซี่ยงกรุ๊ปเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ที่สุดในอสังหาฯจงฮง ข้อเสนอหรือนโยบายต่างๆที่ออกโดยว่านเซี่ยง คณะกรรมการจะไม่มีสิทธิคัดค้านอยู่แล้ว

แต่ด้วยราคาหุ้นที่ราคาตกลงไปเรื่อยๆ ดูเหมือนจะเริ่มมีเรื่องซุบซิบในแง่ลบเกี่ยวกับการบริหารของว่านเซี่ยงกรุ๊ปแล้ว

ซึ่งหากปล่อยไว้เรื่อยๆ มันจะส่งผลไปยังบริษัทในเครือทั้งหมด

ซูข่านยกมุมปากขึ้นเล็กน้อยและพูดด้วยรอยยิ้ม

"แก้ปัญหาราคาหุ้นตกงั้นเหรอ? ง่ายจะตาย"

ต้าเฟยและหลู่เฉียนซานหันมามองหน้ากัน ก่อนจะหันไปมองซูข่านด้วยความสงสัย

"เงินที่ฉันให้เธอไปก็ยังมีเหลืออยู่ไม่ใช่เหรอ? แบ่งเงินทุนสักก้อนไปลงทุนกับบริษัทอสังหาฯจงฮงซะสิ จากนั้นก็ปล่อยข่าวว่าทางบริษัทได้รับเงินทุนสนับสนุนแล้ว เดี๋ยวหุ้นของบริษัทก็ขึ้นเอง"

"ถ้าผู้ถือหุ้นรายย่อยต้องการจะขายก็ซื้อหุ้นพวกทั้งหมดซะ จะได้หมดปัญหาพวกนี้ไป"