ซุนเจิ้งยี่ส่ายหัวและรีบตอบซูข่านอย่างเร็วรวด
"คุณซูครับ ทางซอร์ฟแบงค์ต้องการที่เปิดระดมทุนโดยแลกกับหุ้น 10% เท่านั้นเองครับ ซึ่งแลกกับเงิน 1 ล้านดอลล่าห์"
ซุนเจิ้งยี่อยากได้เงิน 5 ล้านดอลล่าห์ก็จริงอยู่ แต่เขาก็ไม่กล้าที่จะยอมขายหุ้น 50% ของเขาเพื่อแลกกับเงินจำนวนนี้หรอก
หุ้น 50% รวมกับบริษัทในเครืออีก 10% ถ้าโดนเปลี่ยนผู้ถือหุ้นรายใหญ่เขากลัวว่าจะโดนไล่ออกทันที
จางหม่านก็รีบพูดขึ้นมาเช่นกัน
"เจ้านายคะ มันเยอะไปไหมคะ?"
ซูข่านตอบด้วยรอยยิ้ม
"เยอะตรงไหน? ฉันคิดว่ามันก็สมเหตุสมผลแล้วที่ซอร์ฟแบงค์จะมีมูลค่าถึง 10 ล้านดอลล่าห์ เธอรู้ไหมว่าญี่ปุ่นเศรษฐกิจโตขนาดไหนในช่วงเวลาที่ผ่านมา?"
จางหม่านตกตะลึง
มันคุ้มที่ลงทุนกับซอร์ฟแบงค์จริงๆงั้นเหรอ?
ถ้าจางหม่านรู้เรื่องนี้มาก่อน ตอนที่ซอร์ฟแบงค์ได้เปิดระดมทุนครั้งแรก เธอน่าจะลงมากกว่า 1 แสนดอลล่าห์ ตอนนั้นสามารถซื้อหุ้นได้ถึง 30-40% เลยทีเดียว
"เอ่อ..คุณซูครับ"
ซุนเจิ้งยี่รู้สึกอับอายอย่างบอกไม่ถูก เขาไม่คิดเลยว่ามูลค่าบริษัทที่เขาตั้งขึ้นมาเล่นๆจะสามารถใช้ได้จริงกับชายคนนี้
"เป็นไปได้ไหมครับที่คุณจะยอมลด % หุ้นลงมาหน่อย"
"ฮ่าๆๆ"
ซูข่านหัวเราะออกมาที่ได้ยิน ซุนเจิ้งยี่ก็ตกตะลึงที่เห็นซูข่านหัวเราะ
ซูข่านยิ้มที่มุมปากก่อนจะพูดกับซุนเจิ้งยี่
"ไม่ต้องห่วง ฉันให้เงินคุณ 5 ล้านดอลล่าห์ก็จริง แต่ฉันไม่ได้ต้องการหุ้นถึง 50% ของบริษัทคุณหรอก"
"อะไรนะครับ?"
ซุนเจิ้งยี่ตกใจอีกครั้ง
เขาประหลาดใจที่อีกฝ่ายไม่ได้ต้องการหุ้น 50% เพื่อแลกกับเงิน 5 ล้านดอลลห่
หรือว่าเขาจะต้องการหุ้นที่ 40%?
เมื่อรวมกับบริษัทในเครือก็จะมีอยู่ที่ 50% เท่ากับเรา ก็จริงอยู่ที่ 50% ไม่สามารถไล่เราออกบริษัทได้ แต่การที่อีกฝ่ายถือหุ้นอยู่ 50% ก็ไม่ต่างอะไรจากการเอาปืนมาจ่อทีหัว
สำหรับซุนเจิ้งยี่แล้วตัวเลขนี้มันก็ยังอันตรายเกินไปสำหรับเขาอยู่ดี
ปืนที่จ่อหัวนั้นจะยิงตอนไหนก็ได้ เช่นเดียวกันกับเขา ถ้าหุ้นของเขาถูกแบ่งไปอีกสัก 1% ก็อาจถูกไล่ออกได้ทุกเมื่อ
ซุนเจิ้งยี่มองไปที่ซูข่านอย่างหวาดระแวง ชายคนนี้อายุไม่ห่างจากเขาเท่าไหร่ก็จริง แต่เขากลับน่ากลัวกว่าที่เห็นมาก ไม่แปลกใจเลยที่เขาจะทุ่มเงินเพื่อช่วยเหลือตลาดอสังหาฯได้เป็นพันๆล้าน
ยิ่งไปกว่านั้นเขายังดูอำนาจและมีอะไรบางอย่างซ่อนอยู่อีก เขาไม่ไหวติงอะไรกับการประเมินมูลค่าบริษัทที่เกินจริงของเราแม้แต่น้อย
ในชีวิตของซุนเจิ้งยี่ มีครั้งหนึ่งที่เขาได้พบกับประธานบริษัทของมิตซูบิซิกับพานาโซนิค พวกเขาทั้งสองมีอะไรบางอย่างเหมือนกับชายที่ซูข่านคนนี้เลย
อำนาจของคนรวยงั้นเหรอ? นักลงทุนบางคนก็ไม่ได้อำนาจอะไรแบบนี้สักหน่อย
บอกได้เลยว่าชายที่ซูข่านคนนี้เป็นคนที่น่ากลัวคนหนึ่งเลยแหละ ฉันคิดว่าเขาสามารถเขย่าโลกใบนี้ได้ทั้งใบเลยด้วย
ลองมาเทียบกับเราที่อายุไล่เรี่ยกันดูสิ ไม่ต่างอะไรจากลูกไก่ที่อยู่ในกำมือของชายคนนี้เลย
จากนั้นสายตาของซุนเจิ้งยี่ที่มองซูข่านก็เริ่มเปลี่ยนไป ซูข่านเห็นก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา
นี่แหละคือเหตุผลว่าทำไมซุนเจิ้งยี่ถึงได้ยิ่งใหญ่ในชาติก่อนของซูข่าน
เขาสามารถประเมินอะไรต่างๆได้จากคำพูดไม่กี่คำเท่านั้น บางทีเขาอาจจะคิดเรื่องการลงทุนของเราไปถึง 20-30 ปีในอนาคตแล้วก็ได้ วิสัยทัศน์ของเขากว้างไกลจริงๆ
ซูข่านชอบความสามารถนี้ของซุนเจิ้งยี่อย่างมาก น้อยคนนักที่จะมีความสามารถแบบนี้
"ฟังให้จบก่อนสิ"
ซูข่านรีบโบกมือขัดซุนเจิ้งยี่ที่กำลังจะพูด
"ฉันจะใช้คุณ 5 ล้านดอลล่าห์โดยยังไม่เอาอะไรเลยตอนนี้ แต่สิ่งที่ฉันต้องการคือหุ้น 30% ของซอร์ฟแบงค์ในอีก 3 ปีข้างหน้า"
"คุณซูรบกวนอธิบายโดยละเอียดด้วยครับ"
ซุนเจิ้งยี่ถามด้วยความสงสัย
จางหม่านหันหน้ามามองซูข่านพร้อมกับใบหน้าที่มีคำถามเป็นร้อย เธอรู้สึกงงกับข้อเสนอนี้ของซูข่านอย่างมาก เท่ากับว่าว่านเซี่ยงกรุ๊ปต้องเสียเงิน 5 ล้านดอลล่าห์โดยไม่ได้อะไรกลับมาเลยเนี่ยนะ?
แถมมูลค่าหุ้นของซอร์ฟแบงค์ในอีก 3 ปีข้างหน้าจะเป็นยังไงก็ไม่รู้?
หากว่าบริษัทซอร์ฟแบงค์ขาดทุนจากการดำเนินธุรกิจ เท่ากับว่าว่านเซี่ยงกรุ๊ปจะเสียเงิน 5 ล้านดอลล่าห์ไปเลยฟรีๆ
ซูข่านมองที่จางหม่านและซุนเจิ้งยี่ที่มีสีหน้างงงวยทั้งสองก่อนจะอธิบายด้วยรอยยิ้ม
"ก็ตามที่ฉันได้บอกทีแรกนั่นแหละ คุณเอาเงินไปก่อนเลย 5 ล้านดอลล่าห์ โดยแลกกับหุ้น 30% แต่หุ้นนี้คุณค่อยโอนมาให้ทางว่านเซี่ยงกรุ๊ปในอีก 3 ปีข้างหน้า โดยไม่สนว่ามูลค่าหุ้นของซอร์ฟแบงค์ในตอนนั้นจะเป็นเท่าไหร่"
"เอ่อ.."
ซุนเจิ้งยี่รู้สึกประหลาดใจที่ได้ยินข้อเสนอนี้ นี่เป็นข้อเสนอที่แปลกประหลาดที่สุดตั้งแต่เขาทำธุรกิจมา
ในแง่ของนักลงทุนมันไม่มีอะไรมาการันตีเงิน 5 ล้านนี้ได้เลย มันอาจจะสูงขึ้นเป็นร้อยล้านหรืออาจจะหมดจนติดลบก็ได้
เขาไม่กลัวเลยเหรอว่าซอร์ฟแบงค์จะล้มละลายหรือขาดทุนจากธุรกิจ
และสมุมติว่าไม่ขาดทุนก็จริง หากมูลค่าบริษัทในอีก 3 ปีข้างหน้าคือ 10 ล้านดอลล่าห์ เท่ากับว่าหุ้น 30% ที่จะโอนให้ทางว่านเซี่ยงกรุ๊ปก็จะมีมูลค่าแค่ 3 ล้านดอลล่าห์เท่านั้น
"คุณซูครับ"
ซุนเจิ้งยี่แสดงท่าทางประหลาดใจและถามซูข่านด้วยความสงสัย
"คุณไม่กลัวเหรอครับว่าทางซอร์ฟแบงค์จะไม่ขาดทุน? "
"ถ้ามูลค่าบริษัทของผมลดลง"
"30% ของคุณก็อาจจะมีมูลค่าไม่ถึง 5 ล้านดอลล่าห์นะครับ"
"ฮ่าๆๆๆๆ"
ซูข่านหัวเระาออกมาเสียงดัง จากนั้นก็พูดด้วยรอยยิ้มอย่างมีเลศนัยกับซุนเจิ้งยี่
"ขาดทุนกับ 5 ล้านงั้นเหรอ? นี่เป็นเพียงเงินส่วนหนึ่งของผมเท่านั้นเอง ถ้าคุณขาดทุนผมก็ไม่ได้เสียดายอะไรเงินส่วนนี้เลย"
สำหรับซูข่านแล้วเงิน 5 ล้านนั้นเป็นจำนวนเพียงเล็กน้อยเท่านั้นถ้าแลกกับการซื้อซุนเจิ้งยี่
ยังไงมันก็คุ้มค่าสุดๆ
"ฉันคิดว่าคุณมีค่ามากกว่านั้นอีกนะ มูลค่าของตัวคุณสูงเป็นร้อยเป็นพันล้านดอลล่าห์เลย"
"อึ้ก"
เมื่อได้ยินคำพูดของซูข่าน ซุนเจิ้งยี่ก็กลืนน้ำลายอึ้กใหญ่ด้วยความยากลำบาก เขาไม่คิดว่าตัวของเขาจะมีมูลค่ามากขนาดนี้
แถมยังถูกยกย่องจากเจ้าของบริษัทที่แท้จริงของว่านเซี่ยงกรุ๊ปอีก
ว่านเซี่ยงกรุ๊ปเองก็เป็นหนึ่งในบริษัทชั้นนำที่มีชื่อเสียงอย่างมากในเซียงเจียง ขนาดเขาที่อยู่ประเทศญี่ปุ่นยังได้ยินชื่อเสียงเรียงนามของว่านเซี่ยงกรุ๊ปเลย
แทบจะไม่มีบริษัทไหนหรือเครือไหนทำได้แบบว่านเซี่ยงกรุ๊ป นี่นับเป็นเกียรติอย่างมากที่ได้รับคำชมจากคนที่เป็นเจ้าของคนนี้
แถมยังถูกตีมูลค่าว่าตัวเขามีคุณค่ามากมายหลายพันล้านดอลล่าห์อีก
ซุนเจิ้งยี่รู้สึกตื่นเต้นอย่างมากที่ได้รับคำยกย่องจากซูข่าน
ซูข่านมองดูซุนเจิ้งยี่ที่กำลังครุ่นคิดถึงข้อเสนอของเขาอยู่นั้น เขาก็ไม่สนใจและหันไปตั้งใจตกปลาในแม่น้ำต่อ ที่แม่น้ำแห่งนี้ยังคงมีปลาตัวเล็ก-ใหญ่ซ่อนตัวอีกเยอะ
ซุนเจิ้งยี่เองที่อยู่ข้างเขาก็เป็นหนึ่งในปลาใหญ่ที่เขาต้องตกเหมือนกัน ปลาตัวนี้เป็นปลาที่หายากแถมยังมีคุณภาพดีอีกด้วย
หลังจากที่ซูข่านเหวี่ยงเบ็ดล่อปลาตัวนี้ กลิ่นของเหยื่อที่ติดกับเบ็ดนั้น จะล่อปลาที่ชื่อซุนเจิ้งยี่ได้หรือไม่
"แกร็กๆ"
ระหว่างที่กำลังมองแม่น้ำที่ไหลไปอย่างช้าๆ ซูข่านก็ตกใจที่เบ็ดของเขานั้นถูกดึงอย่างแรงอีกครั้ง
ดูเหมือนว่าปลาตัวใหญ่จะมากินเหยื่อของเขาอีกแล้ว
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved