ตอนที่ 251

"พยายามหน่อยละกัน"

ซูข่านมองไปยังหยางไท่เฉียนและพยักหน้าให้

"ถ้ามีคนของเจ้านายไปด้วย ผมคิดว่าทุกอย่างน่าจะราบรื่นครับ"

หยางไท่เฉียนมองไปยังหลี่เจียงเฝิงและอีกสองคนข้างๆ

ซูข่านได้มองไปยังหลี่เจียงเฝิงและพรรรคพวกของเขาก่อนจะพูดกับหลี่เจียงเฝิงว่า

"พวกนายก็พยายามด้วยล่ะ"

"ครับพี่สาม"

หลี่เจียงเฝิงรีบตอบอย่างรวดเร็ว

"มันคือหน้าที่ที่พวกเราได้รับ ยังไงก็ต้องทำให้ดีที่สุดครับ"

สองคนข้างๆหลี่เจียงเฝิงพูดอย่างเข้มแข็ง

ซูข่านยิ้มที่มุมปากก่อนจะหันไปพูดกับซงหมิงเจียงที่อยู่ข้างๆเขา

"ช่วงที่หลี่เจียงเฝิงไม่อยู่ที่หนานจิง นายต้องทำหน้าที่แทนเขาด้วย นายจะได้ค่าเหนื่อยของหลี่เจียงเฝิงในช่วงเวลาที่เขาไม่อยู่"

"และหลี่เจียงเฝิงกับอีกสองคน พวกนายจะได้เงินเดือน 3 เท่าในช่วงเวลาที่นายไม่อยู่ที่หนานจิง ถือเป็นค่าเหนื่อยในการที่ต้องทำงานนอกสถานที่"

หลังจากที่ซูข่านพูดจบ หลี่เจียงเฝิงก็รู้สึกดีใจมาก ได้ค่าเหนื่อยเยอะกว่าเดิมถึง 3 เท่าเลย เขาไม่คิดว่าการออกไปทำงานนอกสถานที่จะได้เงินเยอะขนาดนี้

ทำงานกับพี่สามมาไม่กี่เดือนก็สามารถหาเงินได้หลายร้อยหยวนแล้ว

"ขอบคุณมากครับพี่สาม ขอบคุณมากครับ"

หลี่เจียงเฝิงรีบพูดอย่างรวดเร็ว

มันไม่มีอะไรดีกว่าการที่ได้ค่าเหนื่อย 3 เท่าแล้ว

ซูข่านส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้ ในฐานะคนที่เคยใช้ชีวิตมา 2 ยุคสมัยแล้ว ซูข่านเองย่อมรู้ดีที่สุดว่าแรงจูงใจที่ทำให้ลูกน้องอยากทำงานด้วยคืออะไร

มันไม่ได้คำตอบอะไรหนีไปจากเงินและความสะดวกสบายเลย

บริษัทหัวเว่ยที่เป็นบริษัทชั้นนำของโลก ที่นั่นมีการทำงานที่เรียกได้ว่าดุเดือดสุดๆ มีการแข่งขันภายในบริษัทไม่เว้นแต่ละปี

แต่ทำไมพนักงานของหัวเว่ยถึงแทบไม่มีใครลาออกเลยสักคน และยังต้องทำงานกับหัวเว่ยต่อไปอีกเรื่อยๆ

แน่นอนว่าคำตอบของคำถามนี้ก็คือเงิน ค่าเหนื่อยหรือสวัสดิการของหัวเว่ยนั้นสัมพันธ์กับผลงานของพนักงานอย่างมาก ทำงานได้ดีก็ได้เงินเยอะ ทำงานไม่ดีก็เงินน้อย

ต่อให้อายุเพียงไม่กี่ปีหรือจะเป็นเด็กจบใหม่ก็เถอะ ถ้ามีความสามารถเพียงพอหัวเว่ยก็พร้อมที่จะจ่ายให้เช่นกัน

บางคนเงินเดือนเฉลี่ยต่อปีของพวกเขาสูงกว่าบริษัทเทคโนโลยีชั้นในอเมริกาซะอีก พวกเขาไม่กลัวการทำงานที่มีการแข่งขันสูงเลย

และยิ่งการที่ต้องทำงานนอกเหนือจากที่ได้ตกลงกันนั้นจำเป็นต้องได้รับค่าตอบแทนที่สมน้ำสมเนื้อยู่ ซูข่านย่อมรู้เรื่องนี้เป็นอย่างดี

และอีกอย่างซูข่านก็ไม่ได้ขาดแคลนเงินเลยแม้แต่นิดเดียว

"ผมขอถามอะไรหน่อยได้ไหมครับ?"

หยางไท่เฉียนมองไปที่ซูข่าน และหายใจเข้าลึกๆก่อนจะพูดต่อว่า

"ในการเดินทางครั้งนี้จะมีการซื้อสิทธิบัตรมากกว่า 1,000 รายการ ถ้าเป็นอย่างนี้แล้วพวกเราก็จะกลายเป็นบริษัทชั้นนำในการถือสิทธิบัตรใช่ไหมครับ"

ฮ่องกงเองเป็นสถานที่เล็กๆเท่านั้น ถึงแม้ว่าเศรษฐกิจของที่นั่นจะพัฒนาได้รวดเร็วขนาดไหน แต่ที่นั่นก็มีบริษัทสิทธิบัตรไม่กี่แห่งเท่านั้น แถมยังมีสิทธิบัตรถือครองอยู่ไม่เยอะอีกด้วย

หยางไท่เฉียนเองก็ไม่คิดมาก่อนเลยว่า ในประเทศที่มีเศรษฐกิจล้าหลังแบบนี้ จะมีสิทธิบัตรมากมายมหาศาล

เดิมทีเขาไม่ค่อยคิดถึงการหาสิทธิบัตรในประเทศจีนเลย แต่ตอนนี้ความคิดของเขาก็จะได้เปลี่ยนไปแล้ว

ประเทศนี้มีอะไรหลบซ่อนอยู่ในสายตาชาวโลกอยู่อีกมาก ถ้าเปรียบเทียบที่นี่ก็เหมือนกับพยัคฆ์ที่รอวันออกล่าเหยื่ออยู่เท่านั้นเอง

ประชากรที่นี่มีมากถึงหนึ่งพันล้านคน ถ้าเศรษฐกิจที่นี่ดีเท่ากับฮ่องกงละก็ ไม่อยากจะคิดว่าโลกใบนี้จะปั่นป่วนขนาดไหน

เจ้านายของเราที่มีเงินมากมายมหาศาลก็เป็นหนึ่งในคนจากประเทศจีน

"ใช่"

ซูข่านพยักหน้า

"ที่ผ่านมาผมได้ใช้เงินไปกว่า 5 ล้านหยวนในการร่วมมือหรือว่าซื้อสิทธิบัตร…"

"ไม่ต้องห่วง"

ซูข่านโบกมือและรีบขัดคำพูดของหยางไท่เฉียนทันที

"ไม่ว่าจะเป็นราคาเท่าไหร่หรือว่าต้องใช้เงินเยอะแค่ไหน ถ้าเงินของนายหมดก็บอกจางหม่านทันที เธอได้เตรียมสำรองสำหรับส่วนนี้แล้ว"

"ครับเจ้านาย"

หยางไท่เฉียนยิ้มอย่างขมขื่น เขาเพิ่งเห็นเจ้านายเป็นอย่างที่ประธานจางพูดจริงๆ เจ้านายคนนี้ใจกว้างสุดๆ เขาไม่เคยจำกัดงบประมาณเลย

มันช่างแตกต่างจากเจ้านายคนอื่นหรือว่าตัวเขาเองเหลือเกิน

เจ้านายคนนี้อาจจะเป็นเจ้านายที่ดีที่สุดที่เขาเคยร่วมงานมาเลย

หยางไท่เฉียนไม่เคยคิดว่าชีวิตของเขาหลังจากตกต่ำมา จะได้พบกับบริษัทพร้อมกับเจ้านายที่ดีแบบนี้

บุญของเขาน่าจะใช้หมดแล้วในชาตินี้

ซูข่านได้พูดต่อว่า

"สิทธิบัตรอันไหนที่สามารถนำไปผลิตเป็นสินค้าโภคภัณฑ์หรือผลิตภัณฑ์ได้ ให้รีบจัดการซื้อหรือร่วมมือกับสิทธิบัตรพวกนี้ก่อน"

"ลำดับความสำคัญอันไหนก่อนอันไหนหลังได้ใช่ไหมล่ะ นายต้องจัดการเรื่องพวกนี้ให้ดีด้วย"

"ได้ครับเจ้านาย"

หยางไท่เฉียนพูดด้วยความมั่นใจ ถึงแม้ว่าเจ้านายคนนี้จะดูไม่สนใจอะไรสิทธิบัตรแต่ยังไงซะเขาก็เป็นคนที่ฉลาดมาก

ใครก็ตามที่จะหลอกอะไรเจ้านายคนนี้ คนๆนั้นจะต้องโง่มากๆ

เขาสามารถจัดการทุกอย่างได้อย่างง่ายดายจริงๆ

จากนั้นหยางไท่เฉียนก็ได้พูดด้วยรอยยิ้มที่มั่นใจว่า

"สิทธิบัตรของคุณฮู่นั้นน่าจะทำเงินได้มากสุดๆเลยครับ โดยเฉพาะประเทศที่ชอบปั่นจักรยาน"

"และก็ยังมีสิทธิบัตรอีกจำนวนมากที่สามารถนำไปให้ผลิตสินค้าได้อีก"

"ผมคำนวนสิทธิบัตรคร่าวๆแล้ว ในปีหน้าผมประมาณการณ์ว่ามันจะทำเงินให้กับบริษัทฮั่วถงได้ประมาณ 5-10 ล้านครับ"

หลังจากพูดจบหยางไท่เฉียนก็มองไปที่ซูข่าน

"10 ล้าน?"

ซูข่านได้ยินก็พยักหน้าเล็กน้อย

"ถ้านายหาสิทธิบัตรให้มากกว่านี้ บางทีอาจจะได้สัก 20 ล้านก็ได้"

"อึ้ก!!"

เมื่อซูข่านพูดจบ หยางไท่เฉียนก็แทบจะกระอักเลือดออกมา

เงิน 10 ล้านนี่มันก็เยอะมากแล้ว แต่เจ้านายดูไม่ตกใจเลยแถมยังบอกให้ทำเงินได้ถึง 20 ล้านอีก

จากนั้นประโยคที่จางหม่านพูดกับหยางไท่เฉียนก็ได้ลอยเข้ามาในหัวของเขา

"เจ้านายของเราเขาใช้เงินเป็นพันๆล้านได้ในวันเดียว"

ตอนนี้หยางไท่เฉียนเชื่อแล้วว่าจางหม่านไม่ได้พูดเล่น

เจ้านายของเราสามารถใช้เงินจำนวนเยอะขนาดนั้นจริงๆ เขาไม่เห็นเงินเพียงแค่ 10 ล้านตรงนี้เลยด้วยซ้ำ