"พยายามหน่อยละกัน"
ซูข่านมองไปยังหยางไท่เฉียนและพยักหน้าให้
"ถ้ามีคนของเจ้านายไปด้วย ผมคิดว่าทุกอย่างน่าจะราบรื่นครับ"
หยางไท่เฉียนมองไปยังหลี่เจียงเฝิงและอีกสองคนข้างๆ
ซูข่านได้มองไปยังหลี่เจียงเฝิงและพรรรคพวกของเขาก่อนจะพูดกับหลี่เจียงเฝิงว่า
"พวกนายก็พยายามด้วยล่ะ"
"ครับพี่สาม"
หลี่เจียงเฝิงรีบตอบอย่างรวดเร็ว
"มันคือหน้าที่ที่พวกเราได้รับ ยังไงก็ต้องทำให้ดีที่สุดครับ"
สองคนข้างๆหลี่เจียงเฝิงพูดอย่างเข้มแข็ง
ซูข่านยิ้มที่มุมปากก่อนจะหันไปพูดกับซงหมิงเจียงที่อยู่ข้างๆเขา
"ช่วงที่หลี่เจียงเฝิงไม่อยู่ที่หนานจิง นายต้องทำหน้าที่แทนเขาด้วย นายจะได้ค่าเหนื่อยของหลี่เจียงเฝิงในช่วงเวลาที่เขาไม่อยู่"
"และหลี่เจียงเฝิงกับอีกสองคน พวกนายจะได้เงินเดือน 3 เท่าในช่วงเวลาที่นายไม่อยู่ที่หนานจิง ถือเป็นค่าเหนื่อยในการที่ต้องทำงานนอกสถานที่"
หลังจากที่ซูข่านพูดจบ หลี่เจียงเฝิงก็รู้สึกดีใจมาก ได้ค่าเหนื่อยเยอะกว่าเดิมถึง 3 เท่าเลย เขาไม่คิดว่าการออกไปทำงานนอกสถานที่จะได้เงินเยอะขนาดนี้
ทำงานกับพี่สามมาไม่กี่เดือนก็สามารถหาเงินได้หลายร้อยหยวนแล้ว
"ขอบคุณมากครับพี่สาม ขอบคุณมากครับ"
หลี่เจียงเฝิงรีบพูดอย่างรวดเร็ว
มันไม่มีอะไรดีกว่าการที่ได้ค่าเหนื่อย 3 เท่าแล้ว
ซูข่านส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้ ในฐานะคนที่เคยใช้ชีวิตมา 2 ยุคสมัยแล้ว ซูข่านเองย่อมรู้ดีที่สุดว่าแรงจูงใจที่ทำให้ลูกน้องอยากทำงานด้วยคืออะไร
มันไม่ได้คำตอบอะไรหนีไปจากเงินและความสะดวกสบายเลย
บริษัทหัวเว่ยที่เป็นบริษัทชั้นนำของโลก ที่นั่นมีการทำงานที่เรียกได้ว่าดุเดือดสุดๆ มีการแข่งขันภายในบริษัทไม่เว้นแต่ละปี
แต่ทำไมพนักงานของหัวเว่ยถึงแทบไม่มีใครลาออกเลยสักคน และยังต้องทำงานกับหัวเว่ยต่อไปอีกเรื่อยๆ
แน่นอนว่าคำตอบของคำถามนี้ก็คือเงิน ค่าเหนื่อยหรือสวัสดิการของหัวเว่ยนั้นสัมพันธ์กับผลงานของพนักงานอย่างมาก ทำงานได้ดีก็ได้เงินเยอะ ทำงานไม่ดีก็เงินน้อย
ต่อให้อายุเพียงไม่กี่ปีหรือจะเป็นเด็กจบใหม่ก็เถอะ ถ้ามีความสามารถเพียงพอหัวเว่ยก็พร้อมที่จะจ่ายให้เช่นกัน
บางคนเงินเดือนเฉลี่ยต่อปีของพวกเขาสูงกว่าบริษัทเทคโนโลยีชั้นในอเมริกาซะอีก พวกเขาไม่กลัวการทำงานที่มีการแข่งขันสูงเลย
และยิ่งการที่ต้องทำงานนอกเหนือจากที่ได้ตกลงกันนั้นจำเป็นต้องได้รับค่าตอบแทนที่สมน้ำสมเนื้อยู่ ซูข่านย่อมรู้เรื่องนี้เป็นอย่างดี
และอีกอย่างซูข่านก็ไม่ได้ขาดแคลนเงินเลยแม้แต่นิดเดียว
"ผมขอถามอะไรหน่อยได้ไหมครับ?"
หยางไท่เฉียนมองไปที่ซูข่าน และหายใจเข้าลึกๆก่อนจะพูดต่อว่า
"ในการเดินทางครั้งนี้จะมีการซื้อสิทธิบัตรมากกว่า 1,000 รายการ ถ้าเป็นอย่างนี้แล้วพวกเราก็จะกลายเป็นบริษัทชั้นนำในการถือสิทธิบัตรใช่ไหมครับ"
ฮ่องกงเองเป็นสถานที่เล็กๆเท่านั้น ถึงแม้ว่าเศรษฐกิจของที่นั่นจะพัฒนาได้รวดเร็วขนาดไหน แต่ที่นั่นก็มีบริษัทสิทธิบัตรไม่กี่แห่งเท่านั้น แถมยังมีสิทธิบัตรถือครองอยู่ไม่เยอะอีกด้วย
หยางไท่เฉียนเองก็ไม่คิดมาก่อนเลยว่า ในประเทศที่มีเศรษฐกิจล้าหลังแบบนี้ จะมีสิทธิบัตรมากมายมหาศาล
เดิมทีเขาไม่ค่อยคิดถึงการหาสิทธิบัตรในประเทศจีนเลย แต่ตอนนี้ความคิดของเขาก็จะได้เปลี่ยนไปแล้ว
ประเทศนี้มีอะไรหลบซ่อนอยู่ในสายตาชาวโลกอยู่อีกมาก ถ้าเปรียบเทียบที่นี่ก็เหมือนกับพยัคฆ์ที่รอวันออกล่าเหยื่ออยู่เท่านั้นเอง
ประชากรที่นี่มีมากถึงหนึ่งพันล้านคน ถ้าเศรษฐกิจที่นี่ดีเท่ากับฮ่องกงละก็ ไม่อยากจะคิดว่าโลกใบนี้จะปั่นป่วนขนาดไหน
เจ้านายของเราที่มีเงินมากมายมหาศาลก็เป็นหนึ่งในคนจากประเทศจีน
"ใช่"
ซูข่านพยักหน้า
"ที่ผ่านมาผมได้ใช้เงินไปกว่า 5 ล้านหยวนในการร่วมมือหรือว่าซื้อสิทธิบัตร…"
"ไม่ต้องห่วง"
ซูข่านโบกมือและรีบขัดคำพูดของหยางไท่เฉียนทันที
"ไม่ว่าจะเป็นราคาเท่าไหร่หรือว่าต้องใช้เงินเยอะแค่ไหน ถ้าเงินของนายหมดก็บอกจางหม่านทันที เธอได้เตรียมสำรองสำหรับส่วนนี้แล้ว"
"ครับเจ้านาย"
หยางไท่เฉียนยิ้มอย่างขมขื่น เขาเพิ่งเห็นเจ้านายเป็นอย่างที่ประธานจางพูดจริงๆ เจ้านายคนนี้ใจกว้างสุดๆ เขาไม่เคยจำกัดงบประมาณเลย
มันช่างแตกต่างจากเจ้านายคนอื่นหรือว่าตัวเขาเองเหลือเกิน
เจ้านายคนนี้อาจจะเป็นเจ้านายที่ดีที่สุดที่เขาเคยร่วมงานมาเลย
หยางไท่เฉียนไม่เคยคิดว่าชีวิตของเขาหลังจากตกต่ำมา จะได้พบกับบริษัทพร้อมกับเจ้านายที่ดีแบบนี้
บุญของเขาน่าจะใช้หมดแล้วในชาตินี้
ซูข่านได้พูดต่อว่า
"สิทธิบัตรอันไหนที่สามารถนำไปผลิตเป็นสินค้าโภคภัณฑ์หรือผลิตภัณฑ์ได้ ให้รีบจัดการซื้อหรือร่วมมือกับสิทธิบัตรพวกนี้ก่อน"
"ลำดับความสำคัญอันไหนก่อนอันไหนหลังได้ใช่ไหมล่ะ นายต้องจัดการเรื่องพวกนี้ให้ดีด้วย"
"ได้ครับเจ้านาย"
หยางไท่เฉียนพูดด้วยความมั่นใจ ถึงแม้ว่าเจ้านายคนนี้จะดูไม่สนใจอะไรสิทธิบัตรแต่ยังไงซะเขาก็เป็นคนที่ฉลาดมาก
ใครก็ตามที่จะหลอกอะไรเจ้านายคนนี้ คนๆนั้นจะต้องโง่มากๆ
เขาสามารถจัดการทุกอย่างได้อย่างง่ายดายจริงๆ
จากนั้นหยางไท่เฉียนก็ได้พูดด้วยรอยยิ้มที่มั่นใจว่า
"สิทธิบัตรของคุณฮู่นั้นน่าจะทำเงินได้มากสุดๆเลยครับ โดยเฉพาะประเทศที่ชอบปั่นจักรยาน"
"และก็ยังมีสิทธิบัตรอีกจำนวนมากที่สามารถนำไปให้ผลิตสินค้าได้อีก"
"ผมคำนวนสิทธิบัตรคร่าวๆแล้ว ในปีหน้าผมประมาณการณ์ว่ามันจะทำเงินให้กับบริษัทฮั่วถงได้ประมาณ 5-10 ล้านครับ"
หลังจากพูดจบหยางไท่เฉียนก็มองไปที่ซูข่าน
"10 ล้าน?"
ซูข่านได้ยินก็พยักหน้าเล็กน้อย
"ถ้านายหาสิทธิบัตรให้มากกว่านี้ บางทีอาจจะได้สัก 20 ล้านก็ได้"
"อึ้ก!!"
เมื่อซูข่านพูดจบ หยางไท่เฉียนก็แทบจะกระอักเลือดออกมา
เงิน 10 ล้านนี่มันก็เยอะมากแล้ว แต่เจ้านายดูไม่ตกใจเลยแถมยังบอกให้ทำเงินได้ถึง 20 ล้านอีก
จากนั้นประโยคที่จางหม่านพูดกับหยางไท่เฉียนก็ได้ลอยเข้ามาในหัวของเขา
"เจ้านายของเราเขาใช้เงินเป็นพันๆล้านได้ในวันเดียว"
ตอนนี้หยางไท่เฉียนเชื่อแล้วว่าจางหม่านไม่ได้พูดเล่น
เจ้านายของเราสามารถใช้เงินจำนวนเยอะขนาดนั้นจริงๆ เขาไม่เห็นเงินเพียงแค่ 10 ล้านตรงนี้เลยด้วยซ้ำ
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved