ตอนที่ 231

"เพราะฉะนั้นปีนี้ไม่ต้องส่งเงินมาให้ฉันแล้ว"

ซูข่านได้พูดด้วยรอยยิ้ม

ตอนนี้ซูข่านมีเงินสดเยอะเกินไปแล้ว มันค่อนข้างน่ารำคาญสุดๆ นอกจากเงินเป็นถุงๆจากจางเฉียงแล้ว ก็ยังมีเงินที่หวางเอ๋อที่ได้จาก KFC ส่งมาด้วย

แต่ช่วงนี้ยังไม่ค่อยมีจากฝั่งหวางเอ๋อซักเท่าไหร่ พวกเขาคงกำลังเตรียมที่จะเปิดสาขาที่สามในเทียนจิน อีกประมาณเดือนหนึ่งก็น่าจะเสร็จ

ร้าน KFC ที่เปิดโดยหวางเอ๋อในหนานจิง ต่อให้เปิดมาหลายต่อหลายเดือนแล้ว ยอดขายของมันก็ไม่ตกเลยสักนิด แต่กลับได้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

ในหนึ่งเดือนกำไรของทั้งสองสาขาก็หลายหมื่นหยวน ซึ่งแน่นอนยอดขายก็ต้องเป็นแสนอยู่แล้ว นอกจากนี้แล้วยังมีร้านอาหารวังหลวงของเฒ่าจางที่ต้องส่งเงินมาให้อีก

ธุรกิจของซูข่านในหนานจิงแต่ละเดือนก็ได้เงินเป็นจำนวนมากอยู่แล้ว แต่ซูข่านยังไม่รู้จะเอาเงินสดพวกนี้ไปใช้ยังไงดี

ครั้งล่าสุดก็ได้ให้เงินกับซู่เฟิงกับหวงเสี่ยวเว่ยไปจัดการเปิดคาร์ฟูร์ ซึ่งขนาดเอาเงินสดไปเป็นถุงแล้วนะ ยังเหลือเงินในบ้านอีกตั้งเยอะ

"เฮ้อ"

ซูข่านเริ่มกังวลเล็กน้อย ตอนนี้เขาใช้เงินไม่ทันกับที่หามาแล้ว เงินมันค่อยๆเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

โชคดีที่ตอนนี้ให้จางเฉียงหยุดส่งเงินมา ให้จางเฉียงเอาเงินที่จะส่งมาไปซื้อที่ดินดีกว่า

มันทำให้ซูข่านโล่งใจขึ้นเล็กน้อย

และรวมกับเงินที่ส่งให้หวงเสี่ยวเว่ยไปอีก จำนวนเงินสดในบ้านก็เริ่มลดลงบ้างแล้ว

เงินเยอะจนใช้ไม่ทันจริงๆ

วันรุ่งขึ้น หวงเสี่ยวเว่ยได้มาที่บ้านของซูข่านแต่เช้า เขาได้เคาะประตูเสียงดัง ไม่นานซงหมิงเจียงก็ได้เปิดประตูออกมา

"หมิงเจียง พี่สามอยู่ไหน"

หวงเสี่ยวเว่ยพูดด้วยน้ำเสียงที่เป็นกังวล

"น่าจะยังไม่ตื่น เช้าขนาดนี้"

ซงหมิงเจียงพูดกับพร้อมมองเข้าไปในบ้าน

ด้วยเหตุนี้หวงเสี่ยวเว่ยจึงนั่งรอซูข่านอยู่หนึ่งชั่วโมง

ซูข่านได้ตื่นขึ้นมา เขาได้บิดขี้เกียจบนเตียงของเขา จากนั้นซูข่านก็ได้เดินไปที่หน้าต่างเพื่อสูดอากาศบริสุทธิ์เข้าเต็มปอด อากาศตอนเช้านี่มันสดชื่นจริงๆ และซูข่านก็ได้เห็นหวงเสี่ยวเว่ยยืนอยู่ในสวนหน้าบ้าน

"อรุณสวัสดิ์ครับพี่สาม"

หวงเสี่ยวเว่ยตะโกนเสียงดัง

"รอแปปหนึ่งนะ"

ซูข่านพูดเบาๆ จากนั้นเขาก็ไปล้างหน้าแปรงฟันก่อนจะลงไปที่สวนหน้าบ้าน

หวงเสี่ยวเว่ยได้นั่งรอซูข่านอยู่ที่เก้าอี้หินตรงมุมน้ำชาของซูข่าน เมื่อซูข่านเดินเข้ามาใกล้ หวงเสี่ยวเว่ยก็รีบยืนขึ้นอย่างรวดเร็วและมองซูข่านด้วยความตื่นเต้น

ซูข่านได้นั่งลงที่เก้าอี้ตัวโปรด จากนั้นเสี่ยวผิงก็ได้นำอาหารเช้ามาให้ และเธอก็ได้นำกาที่ต้มน้ำเดือดมาด้วย ส่วนซงหมิงเจียงก็ได้ยกชุดน้ำชาของซูข่านพร้อมกับกระป๋องชาออกมา

"นายกินข้าวมารึยัง? จะกินอะไรไหม?"

ซูข่านมองดูอาหารบนโต๊ะหันไปถามหวงเสี่ยวเว่ย

"ผมกินก่อนมาแล้วครับ ผมได้ซื้อขนมปังข้างถนนมากินแล้ว"

หวงเสี่ยวเว่ยไม่ได้โกหก ก่อนที่เขาจะมาที่บ้านของซูข่านเขาได้กินมาแล้วจริงๆ จำนวนแผงขายของกินริมถนนเริ่มเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆทุกวัน เริ่มมีผู้คนออกมาขายอาหารกันทุกหัวมุมของถนนหรือซอยกันแล้ว

แถมราคาที่ขายก็ไม่ได้แพงมาก มันเหมาะสำหรับคนทั่วไปในหนานจิงเลย แถมบางร้านก็รสชาติใช้ได้ทีเดียว

"งั้นมาว่าเรื่องของนายเลย"

ซูข่านหยิบปาท่องโก๋ขึ้นมาหนึ่งชิ้น วันนี้เป็นเมนูง่ายๆอย่างโจ๊กแล้วก็ปาท่องโก๋ เนื้อสัตว์ก็เป็นตับทอดที่วางแยกออกมา ซูข่านเห็นว่ามันยังมีควันลอยออกมา เขาจึงปล่อยให้มันเย็นลงอีกนิด

เสี่ยวผิงน่าจะทำเสร็จไว้นานแล้ว เธอน่าจะอุ่นอาหารให้ก่อนนำออกมาเสิร์ฟ

ซูข่านกัดปาท่องโก๋เอาไปหนึ่งคำ ก่อนจะหยิบช้อนละตักโจ๊กขึ้นมาละกินตาม รสชาติที่คุ้นเคยได้แพร่กระจายเต็มปากของเขา

"พี่สามครับ"

หวงเสี่ยวเว่ยคลายความกังวลของเขาและพูดด้วยรอยยิ้ม

"ตอนแรกพี่บอกให้ผมมาหาพี่ในอีก 2-3 วันแต่ผมคิดว่าถ้าถึงตอนนั้นน่าจะไม่มีเวลามาหาพี่ ผมเลยขออนุญาติมารายงานให้พี่ฟังก่อน ซุปเปอร์มาร์เก็ตของพี่สามมันขายดีจนเกือบเที่ยงคืนเลย ผมแทบไม่มีเวลานอนแล้ว"

"อืม"

ซูข่านพยักหน้าแล้วก็ทานอาหารเช้าต่อ

"เมื่อวานตอนที่ประตูคาร์ฟูร์ได้เปิดออก ลูกค้าได้แห่พุ่งเข้าร้านมาอย่างรวดเร็วเลยครับพี่สาม"

"จากนั้นผมก็ได้ตะโกนบอกให้ทุกคนใจเย็นและฟังเขาอธิบายถึงขั้นตอนการซื้อของที่นี่"

หวงเสี่ยวเว่ยเล่าถึงเหตุการณ์เมื่อวานด้วยสีหน้าที่ดีใจมาก แต่ก่อนที่เขาจะเล่าอะไรเยอะกว่านี้ ซูข่านก็ได้หยุดเขาทันที

"เข้าเรื่องเถอะ"

"เอ่อ…ครับ"

อากาศก็ค่อนข้างเย็น แต่เหงื่อของหวงเสี่ยวเว่ยได้ออกมาที่หน้าผากของเขา จากนั้นเขาได้เล่าต่อ

"เมื่อวานมีสินค้าหลายร้อยชนิดที่เกือบหมดสต๊อกของเรา โชคดีที่พี่จางเฉียงส่งสินค้ามาได้ทันเวลาพอดี"

"นายจำสินค้าที่ขายทั้งหมดได้ไหม?"

ซูข่านพูดขณะที่กำลังคีบตับทอดขึ้นมากิน

"จำได้ครับ"

หวงเสี่ยวเว่ยพยักหน้า

"ในบรรดาของทั้งหมด เสื้อผ้ากับเนื้อสัตว์ขายดีที่สุดครับโดยเฉพาะเนื้อสัตว์ แม้ว่าทางร้านจะจำกัดจำนวนต่อคนที่สามารถซื้อได้แล้ว แต่ผู้คนทั้งหลายต่างก็ต้องการเนื้อสัตว์กันเป็นจำนวนมากครับ"

เนื้อสัตว์ในซุปเปอร์มาร์เก็ตสามารถซื้อได้โดยไม่ต้องใช้คูปองเนื้อหรือว่าคูปองอาหารจากทางรัฐ มีคนมากมายต่างต้องการกินเนื้อสัตว์ในชีวิตประจำวัน แต่พวกเขาไม่สามารถหาซื้อได้เพราะไม่มีคูปอง

ทางซุปเปอร์มาร์เก็ตคาร์ฟูร์ได้นำเนื้อหมูจากแหล่งที่จางเฉียงไปจัดหามาเป็นจำนวนมาก แต่มันก็ยังไม่พอต่อความต้องการของคนทั้งเมืองอยู่ดี

เช่นเดียวกันเสื้อผ้าหรือว่าเครื่องนุ่งห่มต่างๆ

เมื่อชีวิตความเป็นอยู่ของคนเริ่มจะดีขึ้น พวกเขาทั้งหลายต่างก็ต้องการเสื้อผ้าชุดใหม่ ในทุกวันนี้การจะซื้อเสื้อผ้าก็ต้องใช้คูปองเสื้อผ้าและรอร้านค้าของรัฐ

มันไม่เหมือนกับในเซียงเจียงที่กำเงินเข้าไปซื้อได้เลย แต่ตตอนนี้สามารถทำได้แล้วหนานจิงโดยห้างคาร์ฟูร์

ตอนนี้สูเจิ้งเหมาอยู่ในวงการอุตสาหกรรมสิ่งทอ เสื้อผ้าหรือเครื่องนุ่มห่มต่างๆที่ส่งมาจากทางใต้ก็อยู่ภายในสหพันธ์สิ่งทอของสูเจิ้งเหมาทั้งสิ้น

ตราบใดที่ผู้คนสามารถกำเงินของพวกเขามาที่คาร์ฟูร์ได้ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า อาหาร หรือเครื่องใช้ไฟฟ้า พวกเขาก็สามารถซื้อได้ทั้งหมด

ที่ซุปเปอร์มาร์เก็ตแห่งนี้มีสินค้าเกือบทุกประเภทรวมไว้อยู่ และมีของแปลกๆที่นำเข้ามาจากทางใต้อีกด้วย มันทำให้ผู้คนหนานจิงได้เห็นว่าโลกภายนอกมีอะไรต่อมิอะไรซ่อนอยู่อีกมาก

"อืม ไม่เลว"

ซูข่านพยักหน้าและพูดต่อด้วยรอยยิ้ม

"นายจดสินค้าที่ขายได้เยอะเอาไว้ด้วย ไม่ก็ดูจากยอดขายสินค้าเหล่านั้นก็ได้ จากนั้นก็ทำการเปลี่ยนยอดสั่งซื้อซะ"

"ครับพี่สาม"

หวงเสี่ยวเว่ยพยักหน้า

เขารู้สึกว่าพี่สามนี่แหละเป็นเทพเจ้าที่แท้จริง มือของพี่สามนั้นคือมือทองขนานแท้ ไม่ว่าเขาจะสั่งอะไรหรือจับอะไร สิ่งนั้นก็ล้วนแล้วแต่จะกลายเป็นเงินมหาศาลกลับคืนมา

"นอกจากนี้ครับ ผมได้คำนวนยอดขายของเมื่อวานมาแล้วด้วย"

หลังจากพูดจบใบหน้าของหวงเสี่ยวเว่ยก็แสดงท่าทางภาคภูมิใจออกมา

"เท่าไหร่?"

ซูข่านมีความอยากรู้อยากเห็นขึ้นมาเล็กน้อย เขาต้องการรู้เกี่ยวกับยอดขายของวันเปิดร้านของคาร์ฟูร์