ตอนที่ 238

รถได้ขับออกไปบนถนนสายรองแล้ว ถนนเส้นนี้เป็นเส้นที่ขึ้นชื่อว่าติดมากๆในหนานจิง

การขับรถเพียงระยะทาง 1 กิโลเมตรอาจจะใช้เวลาเกินครึ่งชั่วโมงถนนเส้นนี้มีความแออัดของรถยนต์มาก

แต่ยุคนี้สามารถขับรถออกจากตัวเมืองหนานจิงได้ในระยะเวลาเพียงครึ่งชั่วโมงเท่านั้น

หลังจากนั้นอีกประมาณ 10 นาทีรถก็ได้จอด

"ให้จอดตรงนี้จริงๆเหรอครับพี่สาม"

ซงหมิงเจียงได้จอดรถไว้ที่ปากซอยตามคำสั่งของซูข่าน ถ้าขับรถเข้าไปในบ้านประจำตระกูล ซูข่านกลัวว่าจะมีอะไรเกิดขึ้น

"อืม"

ซูข่านเปิดประตูรถแล้วเดินลง ก่อนจะเดินเข้าไปในซอยก็ได้หันมาคุยกับซงหมิงเจียงก่อน

"นายไปหาอะไรทำฆ่าเวลาแถวนี้ก็ได้ เดี๋ยวอีกสักพักฉันก็น่าจะกลับมาแล้ว"

ซูข่านไม่อยากพาซงหมิงเจียงกับหลี่เจียงเฝิงไปด้วย เขาจึงสั่งให้ทั้งสองคนไปหาอะไรทำระหว่างรอเขา

ซูข่านได้เดินเข้าไปในซอยประมาณ 2-3 นาที จากนั้นเขาก็มาถึงบ้านประจำตระูลซู ที่หน้าประตูบ้านมียามยืนอยู่ 2 คน

ทั้ง 2 คนได้ยืนตัวตรงและเปิดประตูให้กับซูข่าน ทันทีที่เข้ามาในบ้านซูข่านก็เจอกับเลขาหลี่พอดี

"ลุงหลี่ครับ"

เลขาหลี่ได้หยุดเดินและหันมามองซูข่าน

"คุณปู่อยู่ที่ไหนเหรอครับ?"

"อยู่หลังบ้านครับ"

เลขาหลี่ชี้นิ้วไปที่ด้านหลัง จากนั้นแววตาของซูข่านก็ดูเต็มเปี่ยมไปด้วยความสุขขึ้นมาทันที

"เอ่อ!"

เลขาหลี่เห็นซูข่านทำทางดีใจก็ทำตัวไม่ถูกเหมือนกัน

"ลุงหลี่ช่วยผมเอาชาของคุณปู่ให้ผมทีนะครับ เดี๋ยวผมออกมาเอาทีหลัง"

ซูข่านพูดกับเลขาหลี่ด้วยรอยยิ้ม

"ผมชอบดื่มชาของคุณปู่มากเลย ใบชาของบ้านคุณปู่ทำให้ผมแข็งแรงมากๆ"

หลังจากพูดจบซูข่านก็ตรงดิ่งเดินไปที่หลังบ้านทันที ทุกวันนี้การหาชาดีๆดื่มนั้นมันหายากจริงๆ มันยังไม่มีตัวเลือกเท่ากับยุคอินเตอร์เน็ต

ที่ซูข่านทำได้ก็เพียงแต่ทำตามคำสั่งของตาเฒ่าเท่านั้น ซูข่านค่อยดูอีกทีว่าปีหน้าจะเป็นยังไง ไม่อย่างงั้นเขาจะต้องมาที่บ้านนี้ตลอด ซูข่านเองก็อยากได้แหล่งใบชาคุณภาพดีเช่นกัน

ซูข่านได้เดินไปที่สวนหลังบ้าน เขาได้เห็นตาเฒ่ากำลังรดน้ำดอกไม้อยู่ ช่วงนี้เป็นเดือนเมษายนซึ่งมันตรงกับฤดูใบไม้ผลิพอดี ดอกไม้เข่งกันเบ่งบานกันยกใหญ่ บางดอกก็จะกำลังเตรียมที่จะบาน

ซูข่านได้เดินไปหยุดที่ข้างๆตาเฒ่าพอดี ตาเฒ่าไม่ได้หันไปมอง เขารดน้ำต้นไม้ของเขาต่อและพูดขึ้นมา

"ดูเหมือนว่าฉันจะทรมานนิดหน่อยเวลาดื่มชาพวกนั้นน่ะ"

"แต่มันก็เป็นชาที่คุณปู่ชอบมากไม่ใช่เหรอครับ"

ซูข่านตอบด้วยรอยยิ้ม

"เก่งขึ้นอีกแล้วนะ"

ตาเฒ่าได้ยิ้มและพูดกับซูข่านอย่างใจดี ซูข่านเองก็มองไปที่ตาเฒ่าด้วยความอารมณ์ดีเช่นกัน ดูเหมือนว่าตาเฒ่าจะนิสัยดีกว่าชาติที่แล้วเยอะเลย

ตาเฒ่าได้ยื่นบัวรดน้ำให้กับซูข่านและพูดกับเขา

"หิวรึยังล่ะ? ปู่ได้ขอให้หลานมากินข้าวกับคนแก่ๆคนนี้อีกแล้ว"

"ฮ่าๆ"

ซูข่านหัวเราะเล็กน้อย ดูเหมือนว่าตาเฒ่านี่จะมีอารมณ์ขันขึ้นนะ เขาดูไม่เจ้าเล่ห์เหมือนชาติที่แล้วเลย

ซูข่านได้เดินไปและวางบัวรดน้ำลง จากนั้นเขาก็เห็นตาเฒ่ากำลังล้างมืออยู่ ซูข่านเลยเดินไปล้างมือด้วย

แล้วทั้งสองคนก็เดินเข้าไปในห้องโถงของตัวบ้าน ตรงนั้นมีโต๊ะกินข้าวขนาดใหญ่อยู่

หลังจากที่ทั้งสองคนได้นั่งลงก็มีคนยกอาหารออกมาเสิร์ฟทันที

อาหารที่เสิร์ฟนั่นเป็นแบบง่ายมากจานหนึ่งเป็นจานผักส่วนอีกจานเป็นจานซุป และอาหารก็ถูกเสิร์ฟมาได้อย่างพอดี ปริมาณของอาหารก็เพียงพอสำหรับสองคน

นี่เป็นนิสัยที่ตาเฒ่าแห่งตระกูลซูชอบทำเป็นประจำอยู่แล้ว

ซูข่านได้ตักข้าวใส่จานและยื่นให้กับตาเฒ่า จากนั้นเขาก็ตักให้กับตัวเขาเอง

"ที่หลานทำทั้งหมดนั้นดีจริงๆ"

ตาเฒ่าได้ใช้ตะเกียบคีบผักมาและกินคู่กับข้าว

"ปู่ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าหลานคนเล็กจะโดดเด่นกว่าคนอื่นขนาดนี้"

"ไม่หรอกครับ"

ซูข่านตอบด้วยรอยยิ้ม

จริงๆตาเฒ่านั่นเห็นทุกอย่างได้แค่ที่หนานจิงเท่านั้น แต่ถ้าไปเห็นที่เซียงเจียงกับเผิงเฉิงด้วยจะเป็นยังไง เทียบไม่ได้เลยกับที่หนานจิง

การทำเงินที่นี่กับที่เซียงเจียงแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว

"ในบรรดาร้านทั้งหมดของหลาน ปู่ชอบร้านอาหารวังหลวงมาก"

ตาเฒ่ามองไปที่ซูข่านแล้วยิ้ม

"เอ่อ.."

เมื่อได้ยินที่ตาเฒ่าพูด ซูข่านก็มีเหงื่อไหลออกมา ดูเหมือนว่าเขาจะไปที่ร้านอาหารวังหลวงมาแล้ว แล้วก็น่าจะไปที่ซุปเปอร์มาร์เก็ตคาร์ฟูร์กับร้าน KFC ด้วย

ไม่แปลกที่ตาเฒ่าจะชื่นชอบร้านอาหารวังหลวง ที่นั่นอาหารอร่อยมากจริงๆ คนแก่ๆน่าจะชอบสไตล์อาหารของที่นั่นอีกด้วย

ซูข่านไม่คุ้นชินกับนิสัยแบบนี้ของตาเฒ่าเลย

"อีกอันหนึ่งก็ดีเหมือนกัน ซุปเปอร์มาร์เก็ตคาร์ฟูร์นั่นนะ มันทำให้ผู้คนของหนานจิงสะดวกขึ้นเยอะเลย และยังสร้างงานให้คนหนานจิงอีกจำนวนมากอีกด้วย"

สายตาตาเฒ่าที่มองซูข่านเป็นคนไม่ได้เรื่องได้หายไปแล้ว ตอนนี้สายตาของตาเฒ่าที่มองซูข่านมองด้วยความภาคภูมิใจ

ทุกอย่างที่เขาทำไม่จำเป็นต้องพึ่งชื่อเสียงหรือเส้นสายของตระกูลซูเลยแม้แต่นิดเดียว ส่วนคาร์ฟูร์นั่นก็ทำให้มีการจ้างงานอีกหลายร้อยชีวิต ตาเฒ่าพอใจกับซุปเปอร์มาร์เก็ตแห่งนี้มาก

ที่หนานจิงไม่ใช่ว่าทุกคนจะมีโอกาสได้เข้าทำงานในโรงงานหรือราชการหรอกนะ ซูข่านได้ทำการกระตุ้นการจ้างงานและปรับปรุงมาตรฐานการทำงานไปแล้ว

โดยเฉพาะค่าแรงที่สูงกว่าที่อื่น มันจะทำให้เศรษฐกิจในหนานจิงกลับมาคึกครื้นอีกครั้ง

และที่สำคัญเลยที่ตาเฒ่ารู้สึกพอใจเป็นพิเศษ คือตัวของซูข่านไม่ได้โอ้อวดสิ่งต่างๆที่เขาสร้างเลยแม้แต่นิดเดียว ขนาดพ่อของเขายังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าลูกชายมีร้านที่ยิ่งใหญ่ขนาดนี้

หลานชายคนนี้ทำงานได้ดีและเขาก็วางตัวได้ฉลาดมาก

วันนี้ได้มีคนมารายงานเกี่ยวกับรถที่ซูข่านนั่งมา ทันทีที่ตาเฒ่าได้ยิน เขาก็เกือบจะหัวเราะออกมา

ทำไมเขาต้องนั่งรถที่โทรมขนาดนั้น?

หลานกำลังคิดอะไรอยู่กันแน่?

ซูข่านที่เห็นตาเฒ่ามองที่รถของเขาก็รู้สึกโล่งใจออกมา ดูเหมือนว่าตาเฒ่าไม่ได้ว่าดุด่าอะไรเรื่องที่เขาทำเลยแม้แต่น้อย

ซึ่งมันโอเค โอเคมากๆเลย