เมื่อมองดูซงหมิงเจียงที่เดินจากไป ซูข่านก็เข้าบ้านของเขา
หยางไท่เฉียนมีสิทธิบัตรจำนวนมากจากประเทศในทวีปยุโรป แม้กระทั่งอีริคสันยังให้ความร่วมมือในการพูดคุยกับบริษัทอื่นให้ขายแก่บริษัทสิทธิบัตรฮั่วถง
ตราบใดที่ตระกูลชุ่นไม่ได้ประกอบธุรกิจที่มีขนาดเล็ก ยังไงหยางไท่เฉียนก็จะต้องเจอบริษัทหรือธุรกิจของพวกเขาอยู่แล้ว
การกลับประเทศจีนของชุ่นอี่อีนั้น เป็นเหตุการณ์ที่ซูข่านไม่เคยเจอมาก่อนในชาติที่แล้วของเขา
ซูข่านรู้สึกว่าเรื่องนี้มันไม่ใช่เรื่องเล็กๆที่ควรจะมองข้าม ยังไงเขาก็ต้องการที่จะตรวจสอบว่ามันเกิดอะไรขึ้นถึงได้เป็นแบบนี้
ภาพจำของซูข่านเกี่ยวกับชุ่นอี่อีก็เพียงแต่วัยเด็กเท่านั้น แล้วเธอก็เอาแต่วิ่งไปตามและประกาศให้กับเด็กๆคนอื่นรู้โตขึ้นจะแต่งงานกับเขา
และชุ่นอี่อีก็ได้โตขึ้นจนสามารถคิดอะไรได้แล้ว ทำไมถึงมีความคิดแบบเดิมอยู่
"หวังว่าจะหาคำตอบเรื่องนี้ได้นะ"
ซูข่านถอนหายใจแล้วก็พูดกับตัวเองเบาๆ
ต่อให้ต้องใช้เวลาเป็นสัปดาห์ เป็นเดือน หรือเป็นปีก็ได้
ซูข่านเองก็ไม่ได้รีบร้อน
เมื่อซูข่านได้เดินเข้าไปในบ้าน ทันใดนั้นเขาก็ได้กลิ่นอาหารอบอวลไปหมด ยายของฉู่เฟิงน่าจะมาทำอาหารเหมือนเดิมที่เธอเคยทำ
"อ้าว…ซิ่วเอ๋อ"
ระหว่างที่เดินเข้าบ้านอยู่นั้น ซูข่านก็เห็นฉู่ซิ่วเอ๋อนั่งอยู่สวนหน้าบ้าน
"พี่สามกลับมาแล้วรึคะ"
ฉู่ซิ่วเอ๋อมองที่ซูข่านด้วยใบหน้าเล็กๆของเธอ
ซูข่านมองดูก็เห็นมีกระเป๋านักเรียนวางอยู่ข้างๆ ตรงหน้าข้างเธอก็มีสมุดและถือปากกาอยู่ ดูเหมือนเธอกำลังนั่งทำการบ้าน
"ตั้งใจทำต่อไปเถอะ"
ซูข่านพูดกับฉู่ซิ่วเอ๋อด้วยรอยยิ้ม
ฉู่ซิ่วเอ๋อเป็นเด็กที่ตั้งใจเรียนมาก นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ซูข่านได้เห็นเธอนำการบ้านจากโรงเรียนของเธอมาทำที่บ้านของเขา แม้ว่าเธอจะอายุยังน้อย แต่ก็มีความรับผิดชอบที่ดีเลยทีเดียว
ชีวิตของเธอนั้นน่าสงสารมาก เธอต้องใช้ชีวิตอยู่กับตาและยายตั้งแต่เด็กๆ
หากว่าฉู่เฟิงไม่ได้มาพบกับซูข่าน อนาคตของเด็กสาวคนนี้จะเป็นยังไงซูข่านก็ไม่อาจจะเดาได้
ถึงอย่างนั้นก็เถอะ
ตอนนี้ฉู่เฟิงได้ทำงานให้กับซูข่านแล้ว รายได้ของเขาต่อปีก็สูงพอที่จะซื้ออาหารมาให้ทั้งครอบครัวได้ สภาพความเป็นอยู่ของครอบครัวฉู่ก็ดีขึ้น
หากว่าฉู่ซิ่วเอ๋อยังคงตั้งใจเรียนแบบนี้ต่อไป ยังไงเธอก็สามารถสอบเข้ามหาวิทยาลัยระดับประเทศได้แน่นอน ความพยายามไม่เคยทำร้ายใครอยู่แล้ว
"ได้ค่ะพี่สาม เหลืออีกนิดเดียวก็เสร็จแล้ว"
ฉู่ซิ่วเอ๋อพยักหน้าอย่างเชื่อฟังและพูดด้วยรอยยิ้ม
"พยายามเข้าล่ะ"
ซูข่านพูดให้กำลังใจเบาๆ จากนั้นเขาก็เดินต่อเข้าไปในบ้าน
ขณะเดียวกันบนรถยนต์คราวน์สีดำที่กำลังมุ่งหน้าตรงไปยังโรงแรมในตัวเมือง
"มีอยู่คนหนึ่งครับ เธอชื่อว่าจ้าวชิงชิง เป็นผู้หญิงที่มีความสามารถหลากหลายมาก แต่นี้เธอเป็นที่ปรึกษาให้กับมหาวิทยาลัยชิงหวาอยู่"
"แล้วเธอก็กำลังศึกษาต่อในระดับปริญญาโทควบคู่กับการเป็นที่ปรึกษาด้วย ผมไม่แน่ใจเหมือนกันว่ามหาวิทยาลัยนี้ตั้งอยู่ในเมืองหนานจิงด้วยรึเปล่า? แต่เท่าที่ดูผมว่านายน้อยซูไม่น่าจะสนใจเธอนะครับ"
ชายวัยกลางคนที่นั่งอยู่ข้างคนขับได้หยิบเอกสารออกมาแล้วอ่านให้กับชุ่นอี่อีฟัง
"ลุงหมิง"
ชุ่นอี่อีส่ายหัว
"ลุงหมิงยังไม่รู้พี่ซูข่านดีพอ ห้ามมองว่าพี่เขาอาจไม่สนใจหรืออะไรทำนองนี้ ถ้าสาวที่ชื่อจ้าวชิงชิงนั่นเป็นคนเดียวที่อยู่ใกล้ชิดกับพี่ซูข่าน แสดงว่าเธอจะต้องคิดอะไรกับพี่ซูข่านแน่ๆ"
"เรื่องแบบนี้ฉันยอมรับไม่ได้"
"ตระกูลชุ่นที่ยิ่งใหญ่จะพ่ายแพ้ให้กับนักศึกษาสาวธรรดาเนี่ยนะ? ลุงหมิงรู้ไหมว่าฉันเป็นนักเรียนดีเด่นอันดับต้นๆของมหาวิทยาลัยอิมพีเรียลเลยนะ"
"พวกเขายังขอให้ฉันเรียนปริญญาโทอีกด้วย แต่ฉันก็ไม่ได้อยากเรียนเท่าไหร่ ฉันอยากรีบจบออกมาช่วยงานที่บ้านแล้ว"
"หากว่ารอฉันเรียนต่อปริญญาโท ถึงตอนนั้นตระกูลชุ่นอาจจะไม่อยู่ในโลกนี้อีกแล้วก็ได้"
ลุงหมิงหรือชื่อเต็มของเขาก็คือหลี่หมิง ในตอนที่ตระกูลชุ่นได้เดินทางไปที่ทวีปยุโรปนั้น เขาก็ได้เป็นคนที่ไปจัดการกับนักเลงหรือผู้มีอิทธิพลท้องถิ่นในเมืองให้
เขาได้รับใช้ตระกูลชุ่นเป็นเวลามากกว่าสิบปีแล้ว
"สำหรับผู้หญิงที่ชื่อจ้าวชิงชิงนั้น ผมว่าเธอก็ยอดเยี่ยมแล้วนะครับสำหรับคนที่นี่ แต่ถ้าเทียบกับคุณหนูที่เป็นนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยอิมพีเรียล ไม่ว่ายังไงก็เทียบกับคุณหนูไม่ได้อยู่ดีครับ"
ลุงหมิงได้มองที่เอกสารในมือและพูดกับชุ่นอี่อี
ชุ่นอี่อียิ้มที่มุมปากอย่างชั่วร้าย
"ใช่"
"แล้วทำไมฉันต้องกลัวผู้หญิงคนนี้แย่งพี่ซูข่านไปจากฉันด้วยล่ะ ยังไงพี่ซูข่านก็ต้องไม่เลือกคนแบบนั้นอยู่แล้ว"
"ใช่ครับคุณหนู ทั้งคุณหนูและนายน้อยซูต่างเหมาะสมราวกับเป็นคู่ที่สวรรค์เป็นคนสร้างให้เลย ทั้งสองคนดูเหมาะสมกับมากเลยครับ"
ลุงหมิงพยักหน้าเห็นด้วยกับชุ่นอี่อี
"ไม่!!"
ชุ่นอี่อีส่ายหัว
"ฉันยังไม่ดีพอกับพี่ซูข่าน"
เมื่อถึงคิดถึงซูข่านแล้ว แววตาของชุ่นอี่อีก็เต็มไปด้วยความชื่นชม
"คนอื่นอาจจะคิดว่าหวางเอ๋อเป็นเจ้าของ KFC แต่ฉันรู้ว่าเบื้องหลังของหวางเอ๋อต้องเป็นพี่ซูข่านแน่ หวางเอ๋อได้แต่วิ่งตามพี่ซูข่านตั้งแต่เด็กๆแล้ว เขาไม่มีทางเป็นเจ้าของจริงๆของ KFC ได้หรอก"
"KFC เองก็เปิดกิจการได้มากเป็นสิบสาขา พี่ซูข่านนี่แหละเป็นอัจฉริยะด้านการทำธุรกิจอย่างไม่ต้องสงสัยเลย"
"ไม่อย่างนั้น KFC ก็ไม่สามารถมีเป็นสิบสาขาได้ในเวลาไม่กี่ปีหรอก ยอดขายต่อวันเองก็สูงมากๆเช่นกัน"
"สำหรับคนที่ทำธุรกิจเป็นหรือเชี่ยวชาญในเรื่องพวกนี้จะรู้ดี ว่า KFC นั้นมีโมเดลธุรกิจที่ยอดเยี่ยมขนาดไหน ในอนาคตสาขาจะต้องขึ้นเยอะกว่านี้แน่ และตอนนั้นก็ไม่สามารถซื้อได้ด้วยเงินเพียง 20 ล้านแน่"
"ถึงตอนนั้นมูลค่าอาจจะมากกว่านี้อีกสิบเท่าได้มั้ง"
ขณะที่ชุ่นอี่อีพูดนั้น แววตาของเธอก็เปล่งประกายออกมาตลอดเวลา
"แต่ที่ฉันชื่นชมพี่ซูข่านไม่ได้มีแค่นั้น"
"พี่ซูข่านสามารถมองตลาดของประเทศจีนได้แตกออกเป็นเสี่ยงๆ เขาสามารถทำธุรกิจให้มีกำไรได้ในสถานการณ์ที่ประเทศเป็นแบบนี้"
"รู้ไหมว่าทำไมอาหารฟาสต์ฟู้ดถึงได้ไม่กล้ามาเปิดสาขาที่จีนเลยสักเจ้าเดียว เพราะพวกเขายังคิดว่าประเทศจีนยังเป็นประเทศที่ยากจนอยู่น่ะสิ"
"พี่ซูข่านได้มองจุดตรงนี้ขาดและลงมือจัดการเปิดร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดทันที"
ลุงหมิงได้มองกระจกมองหลังของรถแล้วพูดกับชุ่นอี่อีด้วยรอยยิ้ม
"เพราะแบบนี้คุณหนูเลยรักนายน้อยซูใช่ไหมครับ?"
ชุ่นอี่อีเม้มริมฝีปากของเธอเล็กน้อย มันเผยให้เห็นส่วนโค้งที่สวยงามอย่างหาที่เปรียบไม่ได้และพูดว่า
"ก็พี่ซูข่านเป็นผู้ชายที่ยอดเยี่ยมขนาดนั้น ถ้าไม่ใช่หนูก็ไม่มีใครที่จะเหมาะสมไปมากกว่านี้แล้วหล่ะ"
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved