ในช่วงเวลานี้ของปีที่แล้ว ชายชราแห่งตระกูลซูได้ประทับใจและยอมรับในสิ่งที่ซูข่านทำอย่างมาก และนี่ก็วนมาอีกหนึ่งปีแล้ว
คราวนี้จะเกิดอะไรขึ้นอีกบ้าง..
ซูข่านเองก็ไม่สามารถรับประกันเรื่องอะไรพวกนี้ได้เลย มันอยู่นอกเหนือประสบการณ์ชาติเก่าของเขา ตาเฒ่านั่นเองก็ได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
"พี่สาม"
ซงหมิงเจียงเดินออกไปที่สวนหน้าบ้าน ซูข่านได้หันหน้ามาหาซงหมิงเจียงแล้วพูดต่อ
"ข้างนอกก็มืดขนาดนี้แต่พี่สามยังเห็นผมด้วยเหรอครับ"
"สมกับเป็นพี่สามจริงๆ"
ซงหมิงเจียงหัวเราะ
ซูข่านเลยพูดด้วยรอยยิ้ม
"หลังจากพาฉันไปส่งเสร็จ นายจะกลับไปที่บ้านของนายก็ได้นะเห็นว่าอยู่ไม่ไกลจากตรงนั้นมากใช่ไหม? แล้วค่อยกลับมาหลังจากนั้นก็ได้ ใช้เวลาช่วงนี้อยู่กับครอบครัวของนายบ้างเถอะ ไปดูแลครอบครัวของนายบ้าง"
"พี่สามคือผม…"
ซูข่านยกมือขึ้นเพื่อหยุดซงหมิงเจียงที่กำลังจะพูดต่อ
บ้านเกิดของซงหมิงเจียงเองก็อยู่ไม่ไกลจากหนานจิงมาก
ซูข่านเลยบอกให้พวกเขากลับไปหาครอบครัว
ในตอนนี้หลี่เจียงเฝิงที่ทำหน้าที่แบบเดียวกับซงหมิงเจียงต้องไปทำงานให้กับซูข่านที่พรมแดน ซงหมิงเจียงจึงต้องทำหน้าที่นี้เพียงคนเดียวลำพัง
กว่าที่งานของหลี่เจียงเฝิงจะเสร็จก็กินเวลาอีกหลายเดือน บางทีอาจจะต้องเปลี่ยนมาตรการการรักษาความปลอดภัยช่วงนั้นใหม่
ในช่วงที่ซงหมิงเจียงไม่อยู่บ้านซูข่านคิดว่าเขาเองก็น่าจะจัดการเรื่องพวกนี้ด้วยตัวเอง ที่บ้านของซูข่านเองก็เหลือแค่เฒ่าหลี่กับเสี่ยวผิงเท่านั้น
เห็นว่าคืนนี้เฒ่าจางกับลูกชายจะทำอาหารเลี้ยงฉลองเทศกาลที่ร้านและนำมาที่บ้าน พวกเขาเลยชวนเฒ่าหลี่กับเสี่ยวผิงฉลองกันที่บ้าน
ร้านอาหารวังหลวงเองก็เปิดบริการจนถึงเมื่อวานนี้ พอร้านปิดเฒ่าจางก็ได้ทำสตูว์สูตรพิเศษที่เอาไว้กินเลี้ยงโดยเฉพาะ
จริงๆเฒ่าจางก็อยากจะมาทำที่บ้านของซูข่านด้วยตัวเอง แต่วัตถุดิบและอุปกรณ์ของที่บ้านมันยังดูไม่เหมาะสมเท่าไหร่ เฒ่าจางเลยเลือกทำที่ร้านอาหารวังหลวงดีกว่า
ซูข่านหมดห่วงได้เลยเกี่ยวกับพวกเฒ่าหลี่ ด้วยฝีมือของเฒ่าจางเองนั้นพวกเขาน่าจะมีมื้ออาหารที่พิเศษที่สุดในหนานจิงแห่งนี้แล้ว
"ครืนนน"
รถตู้คันเก่าที่มีซงหมิงเจียงขับและซูข่านนั่งอยู่ข้างๆก็ได้ขับออกไปบนถนนช้าๆ
เวลานี้เป็นช่วงที่มีหิมะตก ถึงแม้ว่าหิมะจะไม่ได้ตกหนาจนบังทัศนวิสัยแต่มันก็มากพอที่จะทำให้ถนนลื่นได้อยู่ ซงหมิงเจียงต้องระมัดระวังถนนลื่นเป็นพิเศษ
ผ่านไปประมาณครึ่งชั่วโมง รถตู้ก็ได้จอดลงที่หน้าซอยของบ้านประจำตระกูลซู
"ถึงแล้วครับพี่สาม"
ซงหมิงเจียงดึงเบรคมือแล้วหันไปพูดกับซูข่าน
"นายกลับไปเถอะ เดี๋ยวฉันไปต่อเองได้"
พอพูดจบซูข่านก็เปิดประตูและลงจากรถทันที
ซูข่านไม่อยากที่จะนั่งรถเข้าไปข้างในบ้านของตระกูลซู นอกจากตาเฒ่าหัวหน้าตระกูลแล้ว ยังมีคนอื่นอยู่ด้วย
การนั่งรถเข้าไปมันจะดึงดูดความสนใจมากเกินไปหน่อย
ซูข่านเดินเข้าไปในบ้านตระกูลซู ที่หน้าประตูบ้านมีคนสองคนยืนเฝ้าอยู่ พอสองคนเห็นซูข่านก็โค้งคำนับให้และเปิดประตูให้ซูข่านทันที
ระหว่างที่เดินเข้าไปในบ้านซูข่านเองก็เห็นร่างๆหนึ่งซึ่งมันดูคุ้นตาเขาเหลือเกิน จะเป็นใครไปไม่ได้นอกซะจากลูกพี่ลูกน้องของเขา
"ในที่สุดนายก็มาถึงสักทีนะ ยืนรอจนรากจะงอกที่ขาแล้ว"
ซูเหวินเห็นซูข่านเดินเข้ามาเขาก็รีบเข้าไปทักทายด้วยสีหน้าที่มีความสุข เขาเดินไปจับมือซูข่านอย่างรวดเร็ว
ซูข่านเองชะงักเล็กน้อยทันทีที่มือของซูเหวินมาสัมผัสกับมือของเขา
มือของซูเหวินนั้นเย็นมาก ซูข่านเองก็ได้เหลือบไปมองที่ใบหน้าของซูเหวินแล้วก็พบว่า ใบหน้าของเขามีสีแดงเล็กน้อยจากความหนาวเย็น แสดงว่าที่ซูเหวินบอกว่ายืนรอนานแล้วนี่เป็นเรื่องจริง
ทำไมท่าทางของซูเหวินถึงได้เปลี่ยนไปขนาดนี้ ซูข่านมองดูซูเหวินตั้งแต่หัวจรดเท้าก่อนจะพูดกับเขาด้วยรอยยิ้ม
"ต้องขอโทษด้วยครับ ผมไม่รู้ว่าพี่ซูเหวินจะมายืนรอผมตรงนี้"
"เอาน่านายมาก็ดีแล้ว"
ซูเหวินหัวเราะออกมาเสียงดัง สายตาของเขาดูแตกต่างจากก่อนหน้านี้สิ้นเชิง เขารีบดึงซูข่านเข้ามาโอบไหล่และพาเดินเข้าไปในบ้าน
"ไปกันเถอะ คุณปู่รอพวกเรานานแล้ว"
"ครับ"
ซูข่านพยักหน้าพร้อมกับเดินเข้าไปในบ้านพร้อมกับซูเหวิน
ดูเหมือนว่าจะไม่มีความเกลียดชังออกมาจากตัวของซูเหวินแล้ว จริงๆเขาก็เป็นหนึ่งในครอบครัวของตระกูลซูเช่นกัน
จริงๆซูข่านไม่ได้ต้องอะไรมากมายจากการกลับมาเกิดในชาตินี้ เขาแค่ไม่อยากให้ตระกูลซูต้องมาล้มละลายเพราะเดินเกมผิดพลาดเท่านั้นเอง เขายังอยากให้พ่อของเขามีชีวิตอยู่ต่อไปเรื่อยๆ
ซูข่านต้องการเพียงเท่านี้เอง
แต่เงื่อนไขทั้งหมดที่ว่ามานั่น อันดับแรกต้องทำให้ตระกูลซูไม่ล้มละลายไปซะก่อน ซูเหวินเองก็ได้มีท่าทางที่เปลี่ยนไปแล้ว ดูเหมือนเขาเปลี่ยนไปเป็นคนละคนก่อนหน้านี้เลย
จริงๆพวกเราทั้งคู่ก็ตระกูลซูเหมือนกันนั่นแหละ ทั้งซูข่านและซูเหวินเองจะต้องสนับสนุนซึ่งกันและกันเพื่อที่ทำให้ตระกูลซูก้าวต่อไปได้
ในตอนที่ซูข่านเองยังเป็นเด็ก มันก็มีบางครั้งที่ซูเหวินได้ทำตัวเป็นเหมือนพี่ชายที่แสนดีของเขา แต่ไม่รู้ว่าทำไมเหมือนกันตอนที่โตขึ้นเขาถึงได้เปลี่ยนไปขนาดนั้น
ทั้งซูข่านและซูเหวินเองก็ได้เดินเข้าไปในบ้าน เมื่อไปถึงห้องโถงซูข่านก็เห็นพ่อและลุงกำลังคุยอยู่กับตาเฒ่าด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มแจ่มใส มีเสียงหัวเราะดังออกมาจากทั้งสามคน เป็นบรรยากาศการพูดคุยที่เป็นกันเองสุดๆ
สีหน้าของลุงที่มักจะมองพ่อในแง่ร้ายก็ได้หายไปแล้ว
"คุณปู่ครับ ซูข่านมาถึงแล้วครับ"
ซูเหวินเอามือที่โอบไหล่ซูข่านลงและพูดเสียงดัง สายตาของทั้งสามคนก็ได้หันมามองที่ซูข่านทันที
ซูข่านเห็นใบหน้าของปู่นั้นเต็มไปด้วยความตื่นเต้น
"โอเค โอเค"
"ในที่สุดหลานของตระกูลซูทั้งสองคนก็ได้มาถึงแล้ว มาเถอะมานั่งก่อน"
ตาเฒ่าเองพูดด้วยน้ำเสียงที่ตื่นเต้นและดีใจสุดๆ
ไม่รู้ว่าตาเฒ่าจะมีแผนอะไรซ่อนอยู่อีกไหม แต่ดูท่าทางแล้วเขาดูมีความสุขดีเหมือนกัน
ในฐานะที่เป็นผู้นำตระกูล เขาคงไม่อยากให้ลูกๆหลานๆต้องมาชิงดีชิงเด่นกันหรอก
มันมีแต่จะทำให้ตระกูลแตกออกเป็นเสี่ยงๆซะมากกว่า
ใครกันจะอยากให้ตระกูลต้องแยกย้ายกันไปคนละทิศคนละทาง
"สวัสดีครับคุณปู่"
ซูข่านกล่าวทักทายตาเฒ่าด้วยน้ำเสียงที่มีความสุขเช่นกัน
"ฮ่าๆ"
ชายชราหัวเราะอย่างมีความสุข
ซูเจียงจุนลุงของซูข่านก็ได้มองไปที่ซูข่านด้วยความพึงพอใจ ในใจลึกๆเองเขาก็ยังรู้สึกกังวลอยู่เล็กน้อยที่ซูข่านไม่ยอมรับข้อเสนอของซูเหวิน
แต่ในเมื่อเขาสามารถทำงานโดยไม่ต้องใช้เส้นสายของตระกูลซูได้ ตัวของซูข่านเองก็น่าจะมีดีซ่อนอยู่เหมือนกัน
"ลุงได้ยินเรื่องราวทั้งหมดจากปู่แล้วแหละ ถ้ามีอะไรให้ลุงช่วยก็บอกลุงได้เลยนะ"
ซูเจียงจุนพูดกับซูข่าน ระหว่างที่ซูข่านกำลังเดินเข้ามา เขารู้สึกได้ว่าตัวตนของซูข่านนั้นยิ่งใหญ่มากๆ
"ขอบคุณครับคุณลุง"
ซูข่านกล่าวขอบคุณอย่างสุภาพ
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved