ตอนที่ 431

ด้วยสถาการณ์ปัจจุบันของตระกูลชุ่น หากพวกเขาไม่สามารถหาทางออกในการแย่งชิงส่วนแบ่งทางการตลาดคืนได้ ท้ายที่สุดตระกูลชุ่นและบริษัทของพวกเขาก็จะล้มละลาย

มันไม่มีทางเลยที่พวกเขาจะต้องสนใจกลับมาลงทุนที่ประเทศจีน ตัวบริษัทของพวกเขายังขาดทุนอยู่เลย แล้วทำไมพวกเขาถึงจะต้องกลับมาลงทุนที่ประเทศจีนด้วย?

"หรือเป็นเพราะตึกจงฮงกับตึกซิงซี?"

ดวงตาของซูข่านเปล่งประกายออกมาทันที

เพราะว่าตึกทั้งสองไม่เคยมีตัวตนอยู่ที่ชาติที่แล้วของซูข่าน แต่ตอนนี้มันได้ปรากฏตัวออกสู่สาธารณะชนแล้ว ความยิ่งใหญ่ของตึกเองก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าตึกชั้นนำของต่างประเทศ

การก่อสร้างตึกทั้งสองเองก็ได้รับความสนใจจากผู้คนนับไม่ถ้วนจากทั้งในและนอกประเทศ ตระกูลชุ่นเองก็มาจากประเทศจีนคงไม่แปลกหรอกที่พวกเขาจะไม่เห็น

"นี่ก็น่าจะเป็นหนึ่งในผลกระทบที่ส่งผลอย่างงั้นด้วยสินะ?"

ซูข่านค่อยๆลืมตาขึ้นช้าๆ พลางคิดกับตัวเองต่อ

ถ้าทางตระกูลชุ่นกลับมาลงทุนในประเทศจีน มันอาจจะช่วยให้ตระกูลต้องพ้นวิกฤตในตอนนี้ก็เป็นได้

ในประเทศยุโรปเอง ก็มีค่าแรงสูงอันดับต้นๆของโลกเหมือนกัน

ไหนจะยังสวัสดิการของพนักงานที่ตอนนี้มีการเดินขบวนประท้วงกันอีก ค่าแรงก็แสนแพงรวมกับค่าสวัสดิการที่ต้องจ่ายให้พนักงานอีก ต้นทุนการผลิตของทางบริษัทชุ่นกรุ๊ปเองก็เพิ่มขึ้นตามมา

ด้วยค่าแรงที่ต่ำในประเทศจีน นี่จะเป็นจุดแข็งที่ทำให้ประเทศจีนเอาชนะพวกบริษัทสัญชาติยุโรปหรืออเมริกาได้ หากต้นทุนการผลิตต่ำการควบคุมราคาก็เป็นไปได้โดยง่าย

จากนั้นก็ไปเอากำไรจากยอดสั่งซื้อที่ถล่มทลายแทน

นี่ก็เป็นสิ่งที่ซูข่านได้บอกให้สูเจิ้งเหมาทำกับโรงงานของเขา โมเดลธุรกิจที่สูเจิ้งเหมานำไปก็ได้พาสูเจิ้งเหมามาถึงจุดนี้ได้เหมือนกัน

หากว่าชุ่นกรุ๊ปกลับมาลงทุนในการผลิตเครื่องจักรกลในประเทศจีนจริง พวกเขาก็สามารถมีอำนาจต่อรองกับบริษัทของประเทศญี่ปุ่นแล้ว

ถึงค่าแรงของญี่ปุ่นจะถูกถ้าเทียบกับในยุโรปและอเมริกา และค่าแรงของประเทศจีนนั้นถูกกว่าญี่ปุ่นซะอีก

"ชุ่นอี่อี…เธอจะมองเห็นจุดนี้ไหมนะ?"

อยู่ๆภาพของหญิงสาวก็ได้ผุดขึ้นในหัวของซูข่านทันที ตอนนั้นเธอบอกว่าเธอช่วยที่บ้านในการทำธุรกิจในประเทศอยู่ บางทีเธออาจจะมองเห็นลู่ทางในประเทศจีนก็ได้

เงินเดือนของพนักงานที่นี่น้อยกว่าที่ยุโรปตั้งไม่รู้กี่เท่าต่อกี่เท่า แค่นี้ก็สามารถลดต้นทุนการผลิตเครื่องมือและเครื่องจักกลในบริษัทของพวกเธอได้แล้ว

ถ้าชุ่นอี่อีสามารถมองเห็นจุดนี้ได้ ซูข่านคงจะต้องมองเธอใหม่ทั้งหมด

ตอนนี้มีบริษัทต่างชาติจำนวนไม่น้อยเลยที่ต้องการจะเข้ามาลงทุนในประเทศจีนเหมือนอย่างชุ่นอี่อี พวกเขากำลังรอและเฝ้าดูอย่างใจจดใจจ่อ

สองเมืองที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในประเทศอย่างเมืองกวางตุ้งกับเมืองปักกิ่งคงเป็นตัวเลือกแรกๆในการตัดสินใจที่จะเข้ามาลงทุน รองลงมาก็คงจะเป็นที่เซียงเจียงแห่งนี้

นักลงทุนที่เซียงเจียงมองเห็นโอกาสพวกนี้ก่อน ไม่แปลกหรอกที่พวกเขาจะเข้ามาลงทุนในประเทศจีนเป็นกลุ่มแรกๆ จากนั้นก็เป็นนักลงทุนจากประเทศในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้

สำหรับยุโรปและอเมริกานั้น พวกเขายังขาดความมั่นใจอยู่ก่อนในยุคนี้ แต่อีกไม่นานทั่วประเทศจีนก็จะเต็มไปด้วยนักลงทุนจากสองประเทศเหล่านั้น

เกิดความเงียบพักใหญ่ขึ้นหลังจากหยางไท่เฉียนได้อธิบายจบ เขากำลังคิดอยู่ว่าจะบอกอีกเรื่องให้กับซูข่านรู้ดีไหม แต่เขาก็ได้ลังเลใจเพียงเพราะเจ้านายไม่ได้มีความตั้งใจที่จะจัดการกับชุ่นกรุ๊ปแต่อย่างใด

แสดงว่าทางชุ่นกรุ๊ปไม่ใช่ศัตรู ถ้าไม่ใช่ศัครูก็อาจจะเป็นเพื่อนของเจ้านายก็ได้

"มีอะไรอีก?"

ซูข่านมองดูหยางไท่เฉียนที่กำลังอ้ำอึ้งอะไรบางอย่างจึงได้ถามออกมา

หยางไท่เฉียนสูดหายใจเข้าลึกๆและเริ่มพูด

"เนื่องจากมูลค่าทางการตลาดของบริษัทที่ลดลงอย่างต่อเนื่องของทางชุ่นกรุ๊ป ทำให้มีหลายบริษัทสนใจที่จะกิจการของพวกเขาต่อครับ"

"นอกจากบริษัทยักษ์เดิมที่เป็นคู่แข่งของทางชุ่นกรุ๊ป ยังมีบริษัทอื่นอีกมากให้ความสนใจรวมไปถึงบริษัทประเทศญี่ปุ่นด้วยครับ ซึ่งบริษัทสัญชาติญี่ปุ่นดูจะสนใจเป็นพิเศษ"

หลังจากพูดจบหยางไท่เฉียนก็มองไปที่ซูข่านทันที เขากำลังรอคำสั่งจากปากของซูข่านอยู่อย่างเช่น ให้ช่วยเหลือตระกูลชุ่น

"ซื้อกิจการงั้นเหรอ?"

ซูข่านพูดเสียงเบาพร้อมกับมองไปที่ทุ่นที่กำลังลอยน้ำอยู่ ทุ่นมีการกระตุกเล็กน้อยก่อนที่ปลายคันเบ็ดของซูข่านจะงอลงอย่างรวดเร็ว

หยางไท่เฉียนได้มองตามและก็ไม่กล้าส่งเสียงออกมา

ซูข่านขยับมือจับคันเบ็ดให้กระชับกว่าเดิมและค่อยๆดึงขึ้น

แรงดึงของเบ็ดนั้นรุนแรงมาก ซูข่านหรี่ตาลงเล็กน้อยก่อนจะจับคันเบ็ดให้แน่นขึ้นด้วยมือทั้งสองข้างแล้วกระตุกคันเบ็ดขึ้นเป็นช่วงๆ

จากนั้นก็ก็เริ่มเห็นเงาของปลาเล็กน้อยที่ผิวน้ำ ตอนแรกซูข่านคิดว่าจะต้องตกได้ปลาตัวใหญ่เพราะว่าแรงดึงของมันนั้นค่อนข้างแรงเป็นพิเศษ

แต่ดูเหมือนว่าแรงดึงที่รุนแรงนั้นอาจจะเป็นแค่เพียงความรู้สึกของซูข่านเองก็ได้ เพราะหลังจากนั้นซูข่านก็ใช้แรงอีกนิดหน่อยเท่านั้นก็สามารถยกปลาขึ้นมาจากแม่น้ำ

ซูข่านเห็นปลาที่กำลังดิ้นไปมาติดกับคันเบ็ดของเขานั้นมีขนาดค่อนข้างเล็ก อาจจะมีขนาดแค่ประมาณ 3 นิ้วเท่านั้นเอง ตัวของมันมีสีเหลืองเข้ม แต่มีครีบด้านหลังที่ดูคมมาก เกล็ดบนลำตัวก็สะท้อนแสงออกมา

ถ้าคิดว่าเจ้านี่เป็นเพียงแค่ปลาตัวเล็กและยื่นมือไปจับ บางทีอาจจะครีบของมันแทงที่มือก็เป็นได้

"นายรู้ไหมว่านี่คือปลาอะไร?"

ซูข่านมองดูปลาที่ดิ้นไปมาพร้อมกับถามหยางไท่เฉียนด้วยรอยยิ้ม ปลาที่มีลักษณะแบบนี้นั้นมีเฉพาะในภาคใต้เท่านั้น ในภาคเหนือไม่สามารถตกปลาแบบนี้ได้เลย

หยางไท่เฉียนก้มและมองดูรอบๆปลาก่อนจะตอบซูข่านว่า

"ปลาคาร์ปใช่ไหมครับ แต่ตัวเล็กขนาดนี้น่าจะเป็นปลาคาร์ปกางเขน ถึงแม้ว่ามันจะตัวเล็กก็จริงแต่ปลาชนิดนี้จะดุร้ายมาก ขนาดปลาตัวใหญ่ยังไม่กล้าที่จะแตะเลย"

"นายรู้ไหมทำไมปลาตัวอื่นถึงไม่กล้าที่จะกินปลาคาร์ปกางเขนตัวนี้?"

ซูข่านถามหยางไท่เฉียนขณะมองดูซงหมิงเจียงที่กำลังนำปลาออกจากคันเบ็ด

"ความดุร้ายและครีบของมันครับ ถ้าปลาตัวใหญ่กินปลาคาร์ปตัวนี้เข้าไป ปากของพวกมันจะต้องโดนแทงแน่"

"ฮ่าๆๆๆๆ"

เมื่อได้ยินคำตอบของหยางไท่เฉียนซูข่านก็หัวเราะออกมา

"ถูกต้อง"

"ขอบคุณครับเจ้านาย"

หยางไท่เฉียนรีบพูดขอบคุณซูข่านอย่างรวดเร็วด้วยความเคารพ จากนั้นเขาก็มองไปที่ซูข่านด้วยความประหลาดใจ

หยางไท่เฉียนรู้ดีที่เจ้านายถามเขาแบบนี้นั้นมันหมายความว่ายังไง

มันเกี่ยวกับการเข้าซื้อกิจการของบริษัทชุ่นกรุ๊ปอย่างแน่นอน

ชุ่นกรุ๊บก็เหมือนปลาคาร์ปตัวนี้ที่มีปลาตัวอื่นจ้องที่จะกินอยู่ และทางบริษัทยักษ์ที่จ้องจะซื้อชุ่นกรุ๊ป พวกนั้นก็เหมือนกับปลาตัวใหญ่ที่พร้อมจะกินปลาตัวเล็กได้ทุกเมื่อ