ตอนที่ 248

"ร้อยเท่า!!"

จ้าวชิงชิงตกตะลึง

นี่มันคืออะไรกันแน่? มันจะสร้างเงินได้ขนาดนั้นเชียวเหรอ?

อาจารย์ฮู่ก็ตกตะลึงเช่นกัน เขาเองก็รู้มาบ้างว่าสิทธิบัตรมันจะทำเงินได้ แต่เขาก็ไม่รู้ว่ามันจะเยอะขนาดนี้ มันสูงกว่า 20,000 หยวนอีก

ทำไมสิทธิของเขามันจะสร้างเงินได้ขนาดนั้น

"ใช่"

ซูข่านพยักหน้าและพูดต่อ

"แต่อาจารย์ฮู่จะได้เงินเยอะหรือน้อยนั้น มันขึ้นอยู่กับบริษัทสิทธิบัตรฮั่วถงถ้าสิทธิบัตรสามารถขายได้เยอะก็จะได้เงินเยอะตาม แต่บริษัทฮั่วถงเองก็ต้องพยายามอย่างหนักเช่นกัน"

"คุณซูไม่ต้องห่วงครับ"

หยางไท่เฉียนได้พูดขึ้นมาทันทีหลังซูข่านพูดจบ

"หากว่าเรารีบดำเนินการจดสิทธิบัตรสิ่งประดิษฐ์ชิ้นนี้ ผมคาดว่าปีหน้าก็น่าจะเริ่มได้เงินปันผลแล้วครับ"

"เร็วมาก"

อาจารย์ฮู่ประหลาดใจ

"ใช่ครับคุณฮู่"

หยางไถ่เฉียนเป็นคนที่เชี่ยวชาญด้านสิทธิบัตรอย่างมาก ถึงแม้ว่าเขาจะถูกห้ามยุ่งเกี่ยว แต่ตัวเขาเองก็ยังทำงานเกี่ยวกับสิทธิบัตรได้อยู่

"นี่คือสัญญาข้อตกลงระหว่างเรา ถ้าคุณฮู่ไม่ติดอะไรผมอยากแนะนำให้คุณเริ่มลงนามกับทางเราทันที"

หยางไท่เฉียนหยิบหนังสือสัญญาจากกระเป๋าข้างๆตัวเขาออกมา

"ได้ครับ"

อาจารย์ฮู่พยักหน้าทันที จากนั้นอาจารย์ฮู่ก็หยิบสัญญาขึ้นมาอ่าน จากที่เขาได้ศึกษาเกี่ยวกับตัวสิทธิบัตรด้วยตัวเองนั้น สัญญาฉบับนี้ค่อนข้างเป็นอะไรที่เขียนครอบคลุมทุกอย่าง

แล้วอาจารย์ฮู่ก็เซ็นสัญญาทันที หยางไท่เฉียนก็หยิบสัญญาไปเซ็นเช่นกัน

"ยินดีด้วยค่ะอาจารย์ฮู่"

จ้าวชิงชิงมองไปที่อาจารย์ฮู่พร้อมพูดด้วยรอยยิ้ม อาจารย์ฮู่เองเป็นอาจารย์ที่ดีมากๆคนหนึ่ง เขาเองก็สมควรได้รับสิ่งตอบแทนจากสิ่งประดิษฐ์ของเขา

"ขอบคุณเธอมากเลยนะจ้าวชิงชิง"

อาจารย์ฮู่มองไปยังจ้าวชิงชิงด้วยสายตาที่ซาบซึ้ง

"ถ้าไม่ได้เธอช่วยติดต่อคุณซูให้ บางทีสิ่งประดิษฐ์ของฉันคงจะกลายเป็นเศษขยะในห้องวิจัยไปแล้ว ฉันไม่จะขอบคุณเธอยังไงดี"

"ค่ะ"

จ้าวชิงชิงยิ้มให้กับอาจารย์ฮู่ จากนั้นเธอก็ได้หันไปมองที่ซูข่านพร้อมกับคิดในใจ

หากไม่ได้พี่สามช่วย อาจารย์ฮู่เองก็คงไม่ได้มายืนจุดนี้เหมือนกัน

"เอาล่ะ"

ซูข่านมองไปยังจ้าวชิงชิงและพูดขึ้นมา เขารู้ว่าเธอกำลังมองมาอยู่

"นอกจากเรื่องสิทธิบัตรของอาจารย์ฮู่แล้ว ประธานจางดูเหมือนจะมีอะไรบางอย่างที่ต้องการคุยกับเธอและอาจารย์ฮู่ด้วย บางทีพวกคุณทั้งสองอาจจะร่วมมือกันเธอได้"

"ร่วมมือ? ร่วมมือแบบไหนคะพี่สาม"

จ้าวชิงชิงถามซูข่านด้วยความประหลาดใจ

อาจารย์ฮู่เองก็เช่นกัน เขาจึงถามขึ้นมาว่า

"ผมอยากฟังรายละเอียดให้มากกว่านี้ครับ"

ซูข่านหันไปไปมองยังจางหม่านและพยักหน้าส่งสัญญาณให้เธอ

บริษัทสิทธิบัตรฮั่วถงที่จัดตั้งขึ้นใหม่นั้น บริษัทจะมีความสำคัญอย่างมากสำหรับโรงงานขนาดเล็กและใหญ่ทั่วประเทศ แม้กระทั่งมหาวิยาลัยหรือว่าห้องวิจัยต่างๆ

บริษัทฮั่วถงวางแผนร่วมมือกับพวกเขาทั้งหมดเพื่อรวบรวมสิทธิบัตรการประดิษฐ์ต่างๆสำหรับประชาชน พวกเขาจะรับซื้อและรับจดสิทธิบัตรให้ด้วย

สำหรับใครที่ไม่ต้องการปวดหัวกับเรื่องนี้ ทางบริษัทฮั่วถงเองก็จะมีสัญญาที่เสนอให้เช่นกัน เป็นรูปแบบเดียวกับอาจารย์ฮู่

เหตุผลที่ต้องทำแบบนี้เพราะอีกไม่กี่ปีข้างหน้า บริษัทที่มาจากประเทศญี่ปุ่นจะเริ่มทำการซื้อสิทธิบัตรของคนจีน ซูข่านเองอยากจะให้คนจีนถือสิทธิบัตรเองมากกว่า

เพราะมีคนจีนเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่มีโอกาสได้ไปต่างประเทศหรือว่ามีความรู้ทางด้านนี้ หลายคนจึงได้ขายสิทธิบัตรให้กับบริษัทญี่ปุ่นโดยแลกกับเงินเพียงไม่กี่หมื่นหยวน

บางคนอาจจะขายด้วยเงินเพียงไม่กี่พันหยวนด้วยซ้ำ

จะให้คนจากต่างประเทศมาถือครองสิ่งที่คนจีนเป็นคนคิด แค่คิดมันก็เจ็บปวดแล้ว ไหนยังจะเรื่องส่วนแบ่งทางการตลาดที่พวกนั้นเอาไปอีก

ด้วยเหตุนี้ ใครก็ตามที่ยังไม่สามารถจัดการเกี่ยวกับสิทธิบัตรได้ พวกเขาก็จะมาไหว้วานให้ทางบริษัทฮั่วถงทั้งหมด ทางซูข่านเองก็จะยกระดับสิทธิบัตรพวกนั้นให้เป็นเหมือนกับต่างประเทศ

สำหรับสิทธิบัตรอันไหนที่มันดูจำเป็นต่อประเทศในอนาคต พวกเขาจะมีค่าธรรมเนียมที่ดำเนินการที่ต่ำมาก

เป็นหลักการเดียวกันที่ซูข่านบอกให้สูเจิ้งเหมาทำ การรวบรวมโรงงานตัดเย็บเสื้อผ้าแล้วมาผลิตให้กับต่างประเทศนั้น เป็นการนำเงินของต่างประเทศให้ไหลเข้าสู่ประเทศจีนเป็นจำนวนมาก

จางหม่านได้ก้าวเท้าออกมาและพูดว่า

"บริษัทของเราจะทำการรวบรวมสิทธิบัตรจากทั่วทุกมุมโลก และตอนนี้ประเทศจีนเองก็มีการประดิษฐ์อุปกรณ์ใหม่ๆมากมายแต่ยังไม่ได้จดทะเบียน"

"เพราะฉะนั้นแล้วหากว่าพวกคุณทั้งสองร่วมมือกับเราในการรวบรวมสิทธิบัตรพวกนี้ ทางเราจะแบ่งเงินปันผลให้กับพวกคุณทั้งสองด้วย"

"เอ่อ…"

จ้าวชิงชิงตะลึงไปชั่วครู่และมองไปยังจางหม่าน

ส่วนอาจารย์ฮู่ครุ่นคิดอยู่แล้วพูดขึ้นมาอย่างรวดเร็ว

"ดีเลยครับ"

"นี่ถือเป็นข่าวดีสำหรับนักประดิษฐ์และอาจารย์ต่างๆทั่วประเทศ"

ต้องบอกไว้ก่อนว่านักวิจัยหรือว่าอาจารย์สมัยนี้นั้นไม่ได้มีเงินทุนมหาศาล การที่พวกเขาจะวิจัยหรือประดิษฐ์ของขึ้นมาหนึ่งอย่าง พวกเขาจำเป็นต้องออกเงินของตัวเองก่อน

มันจึงเป็นข่าวดีหากว่าสิ่งประดิษฐ์ของพวกเขาสามารถขายสิทธิบัตรให้กับบริษัทฮั่วถงได้ อย่างน้อยพวกเขาก็จะมีเงินทุนในการพัฒนาต่อยอดไปได้อีก ส่วนทางบริษัทฮั่วถงเองก็จะได้สิทธิบัตรไว้

ซูข่านเองก็ได้พูดเสริมขึ้นมา

"นี่ถือเป็นเรื่องดีมากสำหรับทั้งสองฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นคนที่คิดค้นสิ่งประดิษฐ์หรือว่าทางบริษัทฮั่วถงเองก็ตาม สำหรับคนกลางอย่างพวกคุณเองก็สมควรได้รับส่วนแบ่งเช่นกัน"

ผู้คนในยุคนี้มักจะทำอะไรโดยไม่หวังผลตอบแทนทั้งนั้น เช่นเดียวกันกับจ้าวชิงชิง

เธอมาติดต่อกับเราให้กับอาจารย์ฮู่แท้ๆ แต่ตัวเธอเองนั้นกลับไม่ได้รับอะไรเลยจากอาจารย์ฮู่เลย

คนดีๆแบบนี้สมควรได้รับส่วนแบ่งจากอาจารย์ฮู่บ้าง จริงๆอาจารย์ฮู่ควรจะแบ่ง % ให้กับเธอสักเล็กน้อย แต่จ้าวชิงชิงเองก็คงไม่รับมัน

ซูข่านชอบคนดีๆแบบจ้าวชิงชิงมาก แต่การที่จะไปช่วยเหลือคนอื่นนั้น ควรจะเอาตัวเองให้รอดก่อนดีกว่า

ผู้คนในยุคนี้ยังใจดีเกินไป

พวกเขาช่วยเหลือผู้อื่นโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน