ตอนที่ 257

"ก็ประมาณนั้น"

ซูข่านพยักหน้า

ซงหมิงเจียงครุ่นคิดแล้วพูดออกมาว่า

"ผมพอรู้จักอยู่คนหนึ่งครับ ตระกูลของเขาเป็นช่างไม้มาหลายยุคหลายสมัย และตัวของเขาเองก็ยังสืบทอดทักษะนี้ต่อมาอยู่ ตอนนี้ยังมีคนแถวบ้านได้จ้างช่างไม้คนนี้ทำเครื่องนี้ให้ตลอดเลยครับ"

"ถ้าพี่สามต้องการคนที่ทักษะทางด้านนี้ ผมว่าผมพอจะติดต่อได้ครับ"

ซูข่านขมวดคิ้วเล็กน้อย

"แล้วตอนนี้เขายังเป็นช่างไม้อยู่ไหม?"

"อาชีพช่างไม้ในยุคนี้ไม่น่าจะหาเงินเลี้ยงปากท้องตัวเองได้นะ"

เมื่อซงหมิงเจียงได้ยินเขาก็ทำหน้าเขินอายเล็กน้อย และตอบซูข่านเบาๆ

"ตอนนี้เขาก็ทำนาอยู่ในหมู่บ้านแหละครับ"

ช่างไม้ที่มากฝีมือขนาดนี้แต่ทำเฟอร์นิเจอร์หรืออุปกรณ์ให้กับชาวบ้านแถวนั้น ไม่แปลกหรอกที่เขาจะไม่รวย ค่าจ้างครั้งหนึ่งก็แค่ไม่กี่หยวนเท่านั้นเอง

ต่อให้มีฝืมือมากแค่ไหน แต่ไม่สามารถแสดงความสามารถออกมาได้ ฝีมือของช่างไม้คนนี้ก็ใช้ได้แค่ในหมู่บ้านของซงหมิงเจียงเท่านั้น

ไม่แปลกที่ทำไมช่างไม้พวกนี้ถึงต้องทำนาหาเลี้ยงตัวเองด้วย อาชีพช่างไม้มันไม่น่าจะพอทำให้เขาอิ่มท้องหรอก

ไหนจะเรื่องเสื้อผ้าและที่อยู่อีก อาชีพของเขาเป็นอาชีพที่ใช้ฝืมือมากแต่กลับได้เงินคืนมาไม่คุ้มกับแรงที่ลงไปเลย

ถ้าคนมีฝืมือแบบนี้ได้มาทำงานกับซูข่าน ไม่เพียงแต่เขาจะได้โชว์ทักษะความสามารถ แต่เขาก็จะได้รับสวัสดิการต่างๆ รวมถึงเงินเดือนที่สูงด้วย

วันหยุดเทศกาลก็สามารถกลับไปยังบ้านเกิดเพื่ออยู่กับครอบครัวได้อีก

ซงหมิงเจียงคิดถึงการที่เขาได้มาทำงานกับซูข่าน นี้เป็นเจ้านายของเขาที่ดีที่สุดเลย พี่สามให้รางวัลมากมายกับคนที่มีความสามารถ และยังให้คำแนะนำให้กับผู้คนมากมายได้อีก

ซูข่านครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนจะพูดกับซงหมิงเจียง

"ได้คนรู้จักของนายก็ดีเหมือนกันแถมนายยังบอกว่ามีฝีมืออีก เรียกเขามาได้เลย ให้เขานำงานฝือมือที่ทำจากไม้ของเขามาให้ฉันดูด้วย"

"ได้ครับพี่สาม เดี๋ยวผมจะบอกให้เขามาพรุ่งนี้เลย"

ดวงตาของซงหมิงเจียงเต็มไปด้วยความดีใจ

"อืม"

ซูข่านพยักหน้า

สำหรับช่างไม้สมัยก่อนนั้นเป็นคนที่มีฝืมือจริงๆ พวกเขาสามารถแกะสลักหรือตัดแต่งเนื้อไม้ให้มีขนาดเท่ากันได้หมด ขนาดโรงงานเองยังไม่โอกาสที่จะผิดพลาดเลย

ทักษะความชำนาญของช่างไม้ในยุคนนี้น่าอัศจรรย์มาก พวกเขาสามารถทำให้ไม้ธรรมดาส่องแสงเจิดจรัสได้ เป็นการดึงเอาเนื้อแท้ข้างในของไม้ออกมา

ซูข่านเองก็ไม่ได้วางแผนที่จะเปิดโรงงานตัดไม้หรือว่าโรงงานเฟอร์นิเจอร์ในตอนนี้หรอก ยุคนี้คนทั่วไปยังไม่สนใจเฟอร์นิเจอร์ในการตกแต่งบ้านสักเท่าไหร่

แต่หากว่าเป็นช่างที่มีฝืมือดีอย่างที่ซงหมิงเจียงพูดจริงๆ จะปล่อยให้เขาไปทำนาก็เสียของเปล่าๆ อย่างน้อยก็คงไปที่ชายแดยเพื่อช่วยไทเกอร์กับเสี่ยวจุนได้อยู่ สายตาของเขาน่าจะแยกแยะไม้ดีไม้ไม่ดีได้

วันรุ่งขึ้นซงหมิงเจียงยังไม่ได้พาคนรู้จักของเขามา แต่เป็นจ้าวชิงชิงกับหลี่ชิงเยว่ที่มาที่บ้านในตอนเช้า

"พี่สามคะ พวกเราพร้อมมาอยู่ที่นี่แล้วค่ะ"

จ้าวชิงชิงหน้าแดงขณะที่พูดประโยคนี้จบ เธอพยายามพูดเสียงเบาที่สุดเท่าที่จะเบาได้

นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป จะได้อยู่ในบ้านหลังเดียวกับพี่สามแล้ว…

"พี่สามให้พวกเราอยู่ห้องไหนเหรอคะ?"

หลี่ชิงเยว่พูดด้วยรอยยิ้ม

"ห้องไหนก็ได้"

ซูข่านยิ้มและชี้ไปยังในตัวบ้าน ห้องในบ้านมีตั้งมากมายแต่คนอาศัยเพียงไม่กี่คนเท่านั้น

"ได้เลย งั้นพวกเราเอาของไปเก็บก่อนนะคะ"

หลี่ชิงเยว่พูดอย่างตื่นเต้น

"เดี๋ยวก่อน เดี๋ยวฉันให้คนพาพวกเธอไปเอง"

ซูข่านส่ายหัวแล้วก็หันไปตะโกนเข้าไปในบ้าน

"เสี่ยวผิง!! มาพาชิงชิงกับชิงเยว่ไปดูห้องของพวกเธอหน่อย"

เสี่ยวผิงดูไม่ค่อยชอบหน้าจ้าวชิงชิงสุดๆ ทุกๆครั้งที่จ้าวชิงชิงมาที่บ้านเสี่ยวผิงก็มักจะสีหน้าที่ดูเศร้าเล็กน้อย แววตาของเธอก็ดูโกรธนิดๆด้วย

แต่ไม่รู้ว่าเธอไปกินอะไรมาเหมือนกัน หลังจากที่จ้าวชิงชิงมาเรียนกับเฒ่าหลี่ได้ไม่นาน ความสัมพันธ์ของทั้งสองสาวก็ดูเหมือนดีขึ้นมาเฉยเลย

ก่อนหน้านี้ซูข่านเคยเห็นจ้าวชิงชิงกับเสี่ยวผิงพูดคุยหยอกล้อกันด้วย ซูข่านไม่เข้าใจหัวอกของผู้หญิงเลย

"พี่ชิงชิง พี่จะมาอยู่ที่นี่เหรอ?"

เสี่ยวผิงเดินออกมาจากบ้านและทักทายจ้าวชิงชิงด้วยรอยยิ้ม

"ใช่แล้วเสี่ยวผิง ฝากตัวด้วยนะ"

จ้าวชิงชิงเอามือของเสี่ยวผิงขึ้นมาจับและพูดด้วยรอยยิ้ม

"พี่ชิงชิง หนูได้ทำความสะอาดห้องไปเมื่อวานนี่เอง เดี๋ยวหนูพาพี่ไปดูห้องนะ"

"ได้เลยเสี่ยวผิง"

จ้าวชิงชิงยิ้มให้กับเสี่ยวผิงอย่างอ่อนหวาน ซูข่านมองดูจ้าวชิงชิงกับเสี่ยวผิงก็กลอกตามองบนอย่างช่วยไม่ได้

ทำไมความสัมพันธ์ของทั้งสองคนได้เปลี่ยนไปเร็วขนาดนี้ ดูเหมือนว่าเธอจะกลายเป็นเพื่อนสนิทกันแล้วสินะ

อารมณ์ของผู้หญิงนี่เดาได้ยากพอๆกับสภาพอากาศเลย ถึงแม้ว่าท้องฟ้าจะดูแจ่มใสแค่ไหน แต่ฝนมันก็พร้อมจะตกได้ทุกเมื่อ

จากนั้นทั้งสามสาวก็ได้เดินเข้าไปในบ้านอย่างรวดเร็ว ซูข่านมองดูก็ถอนหายใจออกมา

เขาหยิบกาน้ำชาและรินชาลงถ้วยของเขาและจิบมันช้าๆ

ช่วงเวลาเดือนนี้เป็นช่วงเวลาที่ท้องฟ้าปลอดโปร่งมาก การดื่มชาพร้อมกับรับชมบรรยากาศแบบนี้มันช่างเป็นอะไรที่แสนสบายสุดๆ ซูข่านได้ยกถ้วยชาขึ้นมาจิบ

"อุ้บ!!!"

ซูข่านเกือบสำลักน้ำชาออกมา

จู่ๆซูข่านก็เห็นเงาดำๆอยู่ที่หางตาของเขา เงานั้นมันกำลังยิ้มอยู่ด้วย

"เฒ่าหลี่!!"

ซูข่านค่อยๆวางถ้วยชาของเขาอย่างระมัดระวัง การสำลักเมื่อสักครู่ทำให้ชาได้หกออกไปนิดหนึ่ง รู้ไหมว่าชาอันนี้มันมีราคาสูงกว่าทองคำซะอีกนะ

"เฒ่าหลี่มาไม่ให้ซุ่มให้เสียงอีกละ ทำตัวเหมือนผีขึ้นทุกวันเลย"

ซูข่านกลอกตามองเฒ่าหลี่

เฒ่าหลี่ไม่สนใจและนั่งลงข้างๆซูข่าน เขามองไปยังซูข่านและยิ้มเยาะอย่างดูถูก

"ผมมายืนตรงนี้ตั้งนานแล้ว แต่คุณเอาแต่สนใจชิงชิงกับเสี่ยวผิงอยู่"

"ห้ะ"

ซูข่านทำหน้างุนงง

เฒ่าหลี่พูดแบบนี้มันหมายความว่ายังไง? เฒ่าหลี่ต้องการอะไรกันแน่?

แก่แล้วร้ายไม่เบานะเฒ่าหลี่

ซูข่านถอนหายใจและรินชาลงในถ้วยอีกครั้ง ก่อนจะค่อยๆจิบเพื่อแก้อาการเซ็งเมื่อสักครู่

ระหว่างที่ซูข่านกำลังจิบชาเสียงของเฒ่าหลี่ก็ได้ดังขึ้น

"รึว่าผมจะสอนชิงชิงให้ทำแบบเสี่ยวผิงดี? สอนให้เธอรู้จักใครมาก่อนมาหลังอย่างนี้"

ซูข่านสะดุ้งอีกครั้งแต่ครั้งนี้เขาไม่ได้สำลักน้ำชา ซูข่านรู้สึกกระอักเลือดมากกว่าที่ยินเฒ่าหลี่แซวเล่นแบบนี้