ตอนที่ 262

ในตอนนี้สูเจิ้งเหมาเองก็รู้สึกลำบากใจอย่างมาก นี่เป็นเรื่องที่เขาไม่สามารถจัดการมันด้วยตัวเอง การที่มีข้อเสนอในการขอเงินไปลงทุนในการสร้างตึกสูงแบบตึกซิงซีในเซี่ยงไฮ้เนี่ย ลำบากใจไม่ใช่น้อย

ตึกซิงซีเองก็อยู่ระหว่างการก่อสร้าง หากลงทุนในการสร้างตึกที่สูงอีกหนึ่งตึก บางทีชื่อเสียงของตึกชิงชีอาจจะโดนอีกตึกหนึ่งแย่งไปก็ได้

ถึงแม้ว่าตึกซิงซีจะเป็นตึกกลายเป็นตึกที่สูงที่สุดในประเทศจีนเองก็ตาม แต่สถานที่ตึกของมันก็คือเมืองเผิงเฉิง มันเทียบไม่ได้เลยกับที่เซี่ยงไฮ้ที่นั่นมันเจริญกว่าที่เผิงเจิงมาก

หากว่ามีเมืองอื่นที่ผู้คนอยู่อาศัยเยอะกว่านี้สร้างตึกที่สูงแบบตึกซีงซีบ้าง ชื่อเสียงของตึกซิงซีก็จะค่อยๆหายไปเรื่อยๆ

ขนาดกลุ่มที่สร้างตึกสูงใหญ่มากมายในประเทศจีน ตอนนี้พวกเขาโดนสูเจิ้งเหมาแย่งชื่อเสียงไปหมดแล้ว

สูเจิ้งเหมาแอบเหลือบมองไปที่ซูข่านเล็กน้อย เขาเห็นว่าซูข่านเองไม่ได้มีท่าทีเดือดร้อนอะไรเลย แถมยังรู้สึกว่าจัดการเรื่องพวกนี้ได้อย่างสบายอีกด้วย

ซูข่านเองก็ได้ยิ้มอย่างชั่วร้ายและพูดกับสูเจิ้งเหมาว่า

"เหลาสูรู้สึกปวดหัวกับเรื่องแบบนี้จริงๆเหรอ?"

"อึ้ก"

สูเจิ้งเหมาได้ยินก็กลืนน้ำลายก้อนใหญ่ลงไปด้วยความยากลำบาก จากนั้นเขาก็พยักหน้าและตอบซูข่าน

"ก็นิดหน่อยครับ"

"ฮ่าๆ"

ซูข่านหัวเราะออกมาเสียงดังและพูดกับสูเจิ้งเหมา

"จริงๆในอนาคตเมืองเซี่ยงไฮ้เนี่ยจะกลายเป็นเมืองที่เจริญมากๆเลยนะ"

"อีกฝ่ายได้บอกให้เหลาสูสามารถเลือกสถานที่ใดก็ได้ในเมืองอีกไม่ใช่เหรอ? นี่เป็นโอกาสที่ดีมากเลยนะ"

เรื่องนี้เองซูข่านก็ไม่คิดไม่ถึงเหมือนกัน ในอนาคตอีกไม่นานเมืองเซี่ยงไฮ้นี่แหละ จะกลายเป็นหนึ่งในศูนย์กลางของเศรษฐกิจในประเทศจีน

เศรษฐกิจในแถบของสามเหลี่ยมปากแม่น้ำแยงซีนั้น พื้นที่ตรงนั้นเรียกได้ว่ามีประสิทธิภาพมากที่สุดในประเทศจีนแล้ว ที่ดินตรงนั้นมันมีมูลค่ามากกว่าทั้งเผิงเฉิงและหนานจิงรวมกันซะอีก

นอกจากนี้อีกฝ่ายก็ได้ให้สูเจิ้งเหมาในการเลือกสถานที่ใดก็ได้ในการสร้างตึก หากว่าเป็นงั้นจริงก็คุ้มที่จะทุ่มเงินเพื่อสร้างตึกที่สูงใกล้เคียงกับตึกซิงซีได้เลย

แล้วถ้าได้ที่ดินโดยรอบของตึกใหม่ในเซี่ยงไฮ้อีก ไม่อยากจะคิดเลยว่ามูลค่าเม็ดเงินมันจะสูงขนาดไหน อาจจะหมื่นล้านไม่ก็แสนล้านหยวนเลย

"คุณซูหมายถึง…"

ดวงตาของสูเจิ้งเหมาเป็นประกายขึ้นมาทันที เขาได้ถามกับซูข่านด้วยน้ำเสียงที่ประหลาดใจ

"ที่ตรงนั้นจะเจริญกว่าที่เผิงเฉิงอีกเหรอครับ"

ต้องบอกว่าที่เผิงเฉิงตอนนี้นั้นมีชาวต่างชาติเข้ามาลงทุนสร้างโรงงานเป็นจำนวนมาก การจ้างงานหรือเศรษฐกิจในเผิงเฉิงตอนนี้ก็อยู่ในช่วงขาขึ้นสุดๆ

แต่สำหรับเมืองเซี่ยงไฮ้แล้ว นี่เป็นสถานที่ที่ออกละครหรือว่าภาพยนตร์มาที่สุดเรื่องหนึ่ง ทำให้นักท่องเที่ยวต่างแห่กันมาที่เซี่ยงไฮ้แห่งนี้

ตอนแรกสูเจิ้งเหมาเองก็รู้สึกเฉยๆกับเซี่ยงไฮ้ แต่หลังจากที่ได้ยินซูข่านพูดถึงความเจริญในอนาคตของเมืองนี้

ทำให้สูเจิ้งเหมาเชื่ออย่างสุดหัวใจว่าเมืองนี้จะกลายเป็นเมืองที่เจริญมากในอนาคต สูเจิ้งเหมาเชื่อคำพูดของซูข่านทุกคำ ที่ผ่านมาซูข่านก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าไม่มีเรื่องไหนที่เขาพูดและไม่เป็นเรื่องจริงเลย

"ใช่"

ซูข่านพยักหน้าและพูดต่อ

"สถานที่ตรงนั้นมันตั้งอยู่ในสามเหลี่ยมปากแม่น้ำแยงซีพอดี ตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ของที่นั่น มันทำให้เหนือว่าเผิงเฉิงอย่างเห็นได้ชัด"

"ในอนาคตช่วงที่เศรษฐกิจกำลังพัฒนา เมืองเซี่ยงไฮ้จะเป็นจุดศูนย์กลางของความเจริญนี้ ที่นั่นจะกลายเป็นเมืองที่มีนักท่องเที่ยวเยอะพอๆกับเมืองใหญ่ในยุโรปเลย"

สูเจิ้งเหมาตกตะลึง เขาไม่คิดเลยว่าซูข่านจะบอกว่าเมืองเซี่ยงไฮ้นั้นจะเจริญเทียบกับต่างประเทศได้

หากว่าลงทุนที่นั่นตอนนี้ จะได้กำไรกี่เท่ากันแน่?

แสดงว่าที่นั่นจะทำเงินมหาศาลได้ไม่น้อยกว่าตึกซิงซีเลย

"คุณซูครับ งั้นพวกเราควรจะลงทุนด้วยใช่ไหมครับ"

สูเจิ้งเหมาถามด้วยน้ำเสียงที่ตื่นเต้น

ตอนนี้ทางกลุ่มไลอ้อนส์เองก็ได้เงินลงทุนจากต่างประเทศกลับมาโดยเฉลี่ยต่อเดือนอยู่ที่ประมาณ 30 ล้าน ซึ่งสัญญาของพวกเขาจะกินระยะเวลายาวนานถึงถึงต้นปีหน้า

โดยปริมาณการส่งออกของกลุ่มไลอ้อนอาจจะสูงถึง 50 ล้านได้เลย และจะยังคงตัวเลขนี้อยู่อีกหลายเดือน

หากเป็นอย่างที่คุณซูพูดจริงๆ การลงทุนสร้างตึกที่สูงใกล้เคียงกับตึกซิงซีในเซี่ยงไฮ้ อาจจะต้องกู้เงินจากธนาคารก็ได้

"อืม"

ซูข่านพยักหน้าและพูดต่อว่า

"ตอนนี้ทางกลุ่มไลอ้อนเองก็มีโครงสร้างตึกที่สูงที่สุดเช่นเดียวกัน การลงทุนในการสร้างตึกที่สูงในเซี่ยงไฮ้เองอาจจะไม่ส่งผลดีต่อพวกกลุ่มไล้ออนแน่ๆ

"ฉันจะให้ทางบริษัทว่านเซี่ยงจัดตั้งบริษัทย่อยขึ้นมา จากนั้นก็จะอัดฉีดเงิน 1,000 ล้านให้กับบริษัทนี้ แล้วก็จะไปร่วมมือกับทางซิงซีกรุ๊ปในการสร้างตึกอันใหม่"

สูเจิ้งเหมาตะลึงและมองไปที่ซูข่านอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง

"คุณซูครับ 1,000 ล้านเลยเหรอครับ"

ขนาดตึกซิงซีที่มีขนาดสูงกว่า 100 ชั้นยังใช้เงินลงทุนแค่ 500 ล้านเอง เงินลงทุน 1,000 ล้านจะได้ตึกที่สูงกี่ชั้นกันเนี่ย

"ใช่"

ซูข่านตอบด้วยรอยยิ้ม

"สำหรับในเมืองเซี่ยงไฮ้แล้ว ควรจะสร้างตึกที่คู่ควรกับเมืองแห่งนี้หน่อย หวังว่าจะได้สัก 150 ชั้นนะ"

"150 ชั้น!!"

สูเจิ้งเหมาตกตะลึง ตึกอันใหม่นี้จะสูงกว่าตึกซิงซีอีกตั้ง 50 ชั้น

คุณซูนี่ช่างเป็นพ่อพระมาโปรดจริงๆ เขาได้ให้โอกาสซิงซีกรุ๊ปในการสร้างตึกด้วย

เงินลงทุนกว่า 1,000 ล้าน ซึ่งทางกลุ่มไล้อ้อนเองก็ไม่สามารถหาได้แน่นอน แถมจำนวนเงินที่สูงขนาดนี้มันจะต้องดึงดูดชื่อเสียงจนคนไม่สนใจตึกของพวกเขาแน่ๆ

แต่สำหรับกลุ่มไล้อ้อนเองแล้ว พวกเขาน่าจะมีเงินลงทุนหมุนเวียนอยู่จำนวนมาก เขาคงไม่เดือดร้อนเพราะเรื่องแค่นี้หรอกมั้ง

"คุณซูครับ จะให้ผมเริ่มจัดการตอนไหนครับ?"

สูเจิ้งเหมาตอบกับซูข่านช้าๆ สายตาของเขาดูคาดหวังกับคำตอบมากๆ

"เริ่มตอนไหนงั้นเหรอ?

ซูข่านครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง

สำหรับเขาเองแล้วเงิน 1,000 ล้านนี่ไม่ใช่ปัญหาอะไรเลย สามารถดึงมากจากบริษัทว่านเซี่ยงได้ทุกเมื่อด้วยซ้ำ แต่ช่วงเวลานี้เหมือนจะไม่เหมาะสักเท่าไหร่

"ต้นปีหน้า"

ซูข่านตอบอย่างใจเย็น

ตอนนี้เรื่องใหญ่ที่ต้องทำที่สุดคือตลาดอสังหาในเซียงเจียง นี่คือช่องการทำเงินที่ดีที่สุดในช่วงเวลานี้ เขาจะต้องเอาประโยชน์จากภาวะอสังหาตกต่ำมาให้ได้มากที่สุด