ตอนที่ 329

ซูข่านรีบส่ายหัวทันที

"สะใภ้มันไม่ได้เกี่ยวอะไรกับแผนการนี้เลยซักหน่อย"

หลังจากที่ซูข่านและผู้ใหญ่บ้านได้เดินใกล้ถึงส่วนกลางของหมู่บ้าน เขาก็เห็นคนเต็มไปหมด มันเยอะกว่าตอนที่เขาจะไปเดินเล่นซะอีก

มีเสียงสับหมูดังมาจากมุมห้อง ซูข่านมองไปตามเสียงก็พบกับชายร่างใหญ่ที่กำลังเอามืดสับไปที่หมูรัวๆ ทุกวันนี้ยังไม่มีฟาร์มเลี้ยงหมูมากในประเทศจีน

หมูที่เลี้ยงส่วนใหญ่ก็ปล่อยให้มันใช้ชีวิตตามธรรมชาติ ฉะนั้นหมูที่ซูข่านได้ซื้อมาจึงมาขนาดที่เล็กกว่าในยุคปัจจุบันมาก

หมูเหล่านี้รสชาติมันดีกว่าที่หมูที่เลี้ยงในฟาร์มกันอยู่แล้ว ในฟาร์มเองก็ต้องใช้ทั้งสารเคมีหรืออาหารบำรุงต่างๆมากมายจนทำให้หมูตัวใหญ่

ถัดจากชายที่กำลังสับหมูอยู่นั้น ซูข่านก็เห็นชายอีกคนกำลังสับซี่โครงหมูอยู่

ซี่โครงหมูเนี่ยแหละที่พวกชาวบ้านจะนำไปต้มกับน้ำเพื่อทำเป็นน้ำซุปกระดูกหมู ผู้หญิงบางคนก็ได้นำผักมาต้มเพื่อให้มีความหวานในน้ำซุปด้วย

ถัดจากมุมน้ำซุปแล้วซูข่านก็เห็นเนื้อหมูที่ถูกสับออกมาวางเรียงรายกันอย่างสวยงาม มีเด็กๆที่วิ่งเล่นอยู่ก็หยุดมามองหมูสับกองโตนี้ด้วย พวกเขาทำท่าเหมือนจะกลืนน้ำลายก่อนจะออกวิ่งเล่นต่อ

ชีวิตของเด็กที่นี่ก็ไม่ต่างอะไรจากผู้ใหญ่มากนัก กว่าที่พวกเขาจะได้กินเนื้อหมูสักชิ้นหนึ่งจะต้องรอช่วงเวลาตรุษจีน ไม่แปลกหรอกที่เด็กส่วนใหญ่จะขาดสารอาหารกัน

ในอีกมุมหนึ่งนั้นซูข่านก็เห็นผู้หญิงคนหนึ่งกำลังลวกวุ้นเส้นอยู่ ถัดไปเขาก็เห็นผู้หญิงกลุ่มหนึ่งกำลังนวดแป้ง ดูเหมือนว่าพวกเขาจะทำซาลาเปามากินคู่กับวุ้นเส้นหมูตุ๋น

ถึงแม้ว่าพวกเขาจะได้กินวุ้นเส้นหมูตุ๋นแล้ว แต่พวกเขาก็ยังจะกินพวกแป้งอย่างซาลาเปาหรือข้าวสวยด้วยอีก

ซึ่งแน่นอนว่าซาลาเปาพวกนี้มันไม่มีไส้ข้างในอยู่แล้ว มันเป็นแค่แป้งเปล่า

คนที่นี่ส่วนใหญ่เขาจะกินซาลาเปาไม่มีไส้กับไข่ต้มเป็นประจำ ซาลาเปาไส้หมูนั้นจะได้กินต่อเมื่อมีงานเลี้ยงหรืองานแต่งงานเท่านั้น

ซูข่านเองก็ซื้อเส้นหมี่ขาวมามากพอที่ให้ชาวบ้านเหลือไว้ทำซาลาเปากินกันวันหลังด้วย

"ผู้ใหญ่บ้านกลับมาแล้ว"

"นั่นไงเขามานู้นแล้ว"

"ข้างๆนั่นคือคนที่แกบอกน่ะเหรอ?"

"เขาดูเหมือนกันมากเลยนะ"

เมื่อเห็นซูข่านและผู้ใหญ่บ้านกลับมา ชาวบ้านก็เรียกผู้ใหญ่บ้านเสียงดังทันที มีคนบางกลุ่มซุบซิบนิทราเกี่ยวกับตัวของซูข่านด้วย เด็กๆที่วิ่งเล่นเองเห็นผู้ใหญ่บ้านก็วิ่งมาด้วยสีหน้าที่ดีใจ

ซูข่านรู้ได้ทันทีว่าผู้ใหญ่บ้านคนนี้เป็นที่รักใคร่ของคนหมู่บ้าน พวกเขาทั้งหมดชื่นชมและยกย่องผู้ใหญ่บ้านจริงๆ

แต่ถ้าผู้ใหญ่บ้านนำความร่ำรวยมาสู่หมู่บ้านนี้ได้อีก บอกได้เลยว่าทุกคนจะต้องเคารพและเทิดทูนผู้ใหญ่บ้านไม่ต่างอะไรจากตาเฒ่า

"นั่นนายน้อยซูใช่ไหม?"

"เขาดูเป็นคนที่มีพรสวรรค์เหมือนกันนะ"

"ดูผิวพรรณของเขาสิ มันดีกว่าฉันที่เป็นผู้หญิงอีกนะ"

"เธอน่ะโตมากับไร่กับนา จะไปเทียบอะไรกับคนที่โตในเมืองอย่างนายน้อยซูได้เล่า"

"นายท่านจะต้องภูมิใจในตัวหลานชายของเขาแน่ๆ เขารู้ไหมนะว่าหลานชายของเขากลับมาที่บ้านเกิดและเชิญทุกคนมากินอาหารแบบนี้"

"เขาจะชื่นชอบซาลาเปาฝีมือของเราไหมนะ?"

"ข้ายังเห็นเขาซื้อเหล้ามา 3 ลังเลยนะ พวกเราเตรียมตัวเมาได้เลย"

ดูเหมือนว่าซูข่านเองก็จะได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเหมือนกัน มันเป็นเรื่องปกติอยู่แล้วที่คนอื่นจะชื่นชอบคนที่นำอาหารมาให้พวกเขา

การลงทุนด้วยเงินไม่กี่สิบหยวนทำให้ซื้อใจคนในหมู่บ้านได้ ซูข่านคิดว่ามันคุ้มซะยิ่งกว่าคุ้มซะอีก

ราคาแต่ละชิ้นส่วนของหมูนั้นก็ไม่เท่ากัน ส่วนที่ติดมันอย่างสามชั้นหรือสันคอแล้วก็สะโพกจะมีราคาที่สูงกว่าส่วนอื่นมาก ส่วนใหญ่แล้วส่วนพวกนี้จะขายให้พวกคนรวยอย่างเดียว

ชาวบ้านทั่วไปก็มักจะซื้อแค่ซี่โครง เครื่องใน แล้วก็หัวหมูเท่าน้้น การที่พวกเขาได้กินเนื้อส่วนอื่นมันทำให้ชาวบ้านดีใจมาก

"พวกนาย"

เมื่อเข้าไปในส่วนกลางของหมู่บ้าน ผู้ใหญ่บ้านก็เดินไปคุยกับผู้ชาย 5 คน

"ว่าไงครับ?"

ชายทั้ง 5 คนนั้นได้หันมาคุยกับผู้ใหญ่บ้าน

"ไปถามคนในหมู่บ้านให้หน่อยว่าใครมีชุดเครื่องนอนยังไม่ได้ใช้งานบ้าง นายน้อยซูต้องการจะซื้อต่อ"

"นายน้อยซูกับคนของเขาจะพักกันที่หมู่บ้านแห่งนี้ เสร็จแล้วพวกนายก็ช่วยยกไปที่บ้านหลังตรงนั้นด้วยนะ"

"ได้ครับ"

ชายทั้ง 5 คนตอบ

"เดี๋ยวผมจะไปถามคนในหมู่บ้านให้"

"หมู่บ้านเราก็ตั้งใหญ่มันต้องมีเหลือบ้างแหละ ฮ่าๆๆ"

หลังจากที่คุยกับชายทั้ง 5 คนเสร็จผู้ใหญ่บ้านก็หันมาพูดกับซูข่าน

"นายน้อยซูเชิญนั่งก่อนครับ ผมให้คนไปจัดการเรื่องเครื่องนอนให้แล้วนะครับ"

"แค่นายน้อยมาถึงคนในหมู่บ้านก็มีได้เงินจากนายน้อยแล้ว แถมนายน้อยยังเลี้ยงอาหารพวกเขาอีก"

"ผมคิดว่าตำแหน่งผู้ใหญ่บ้านของผมมันเริ่มสั่นหน่อยๆล่ะ"

"ฮ่าๆๆ"

ซูข่านพูดกับผู้ใหญ่บ้านด้วยรอยยิ้ม

"ในอนาคตหลังจากที่หมู่บ้านนี้ร่ำรวยขึ้นแล้ว ชาวบ้านจะเงินพอที่จะซื้อชุดเครื่องนอนเปลี่ยนกันวันต่อวันโดยไม่ซ้ำกันเลย"

"พระเจ้า!!"

เมื่อได้ยินคำพูดของซูข่าน ผู้ใหญ่บ้านก็มีสีหน้าที่ตื่นเต้นขึ้นอีกครั้ง

"ต้องรวยขนาดไหนถึงจะทำแบบที่นายน้อยซูบอกได้เนี่ย"

"แต่ถ้าเปลี่ยนบ่อยขนาดนั้น ผมว่าชาวบ้านที่นี่คงจะมีกล้ามที่แขนกันทุกคนแน่เลย ฮ่าๆๆๆ"

"ฮ่าๆๆๆ"

ซูข่านเองก็หัวเราะอย่างมีความสุข

หลังจากที่เนื้อหมูทุกสับเสร็จแล้ว ชาวบ้านบางคนก็เริ่มที่จะจุดเตา ยุคนี้ยังเป็นยุคที่ใช้ถ่านทำอาหารอยู่ จึงมีควันโขมงเยอะมาตอนจุดเตา

ไม่นานก็เริ่มมีกลิ่นของอาหารลอยมาทีละนิด แล้วกลิ่นหอมก็คลุ้งไปทั่วทั้งส่วนกลางหมู่บ้าน

ขนาดผู้ใหญ่บางคนยังไม่สามารถทนกับกลิ่นนี้ได้เลย พวกเขาได้แต่กลืนน้ำลายและเอามือมาลูบท้อง เด็กๆที่วิ่งเล่นกันอยู่ก็หยุดและมารวมกันที่ส่วนกลางหมู่บ้านมากขึ้น

อีกด้านหนึ่งกลุ่มผู้หญิงที่ทำซาลาเปาก็ยกหม้อนึ่งมา จากนั้นพวกเธอก็เปิดฝาออก ไอน้ำจากหม้อนึ่งเต็มกระจายไปทั่วก่อนจะมีกลิ่นหอมของแป้งซาลาเปาโชยออกมา

ผู้ใหญ่บ้านเห็นทุกอย่างเตรียมพร้อมกันหมดแล้ว เขาก็เดินเข้าห้องๆหนึ่งแล้วก็เปิดเครื่องกระจายเสียง ดูเหมือนว่าผู้ใหญ่บ้านกำลังจะพูดผ่านเสียงตามสาย

"สวัสดีชาวบ้านหมู่บ้านซูเจียทุกคนนะครับ"

"นายน้อยซูหลานของนายท่านได้ซื้ออาหารมาเลี้ยงหมู่บ้านของเราจำนวนมาก ที่ส่วนกลางตอนนี้มีวุ้นเส้นหมูตุ๋นกับซาลาเปาอยู่"

"ใครที่ยังไม่ได้ทานข้าวเย็นก็เรียนเชิญมาที่ส่วนกลางหมู่บ้านได้นะครับ"

"อาหารน่าจะเสร็จตอนที่พระอาทิตย์ตกดินพอดี ขอเรียนเชิญทุกคนนะครับ สวัสดีครับ"