ตอนที่ 348

"ครับพี่สาม ผมจะรีบแจ้งไปทางเซียงเจียงเดี๋ยวนี้เลยครับ"

จางเฉียงพยักหน้า

จากนั้นจางเฉียงก็ออกจากบ้านซูข่านไป เขารีบติดต่อไปยังเซียงเจียงเกี่ยวกับเรื่องที่ซูข่านได้บอก จากนั้นเขาก็กลับมาและรายงานให้กับซูข่าน

ด้วยเทคโนโลยีเกี่ยวกับเครื่องยนต์มันทำให้สามารถจัดตั้งบริษัทและโรงงานผลิตรถยนต์ได้

แต่…

ซูข่านครุ่นคิดอยู่พักหนึ่งเกี่ยวกับชื่อ

ทุกวันนี้รถยนต์จากประเทศต่างๆในยุโรปและอเมริกายังไม่ได้เข้ามาทำตลาดในประเทศจีน ซูข่านจึงสามารถจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าพวกนั้นได้ก่อน

ซูข่านมีชื่ออย่าง BMW Mercedes-Benz Audi Ferrari ฯลฯ อีกในมือของเขา แม้ว่าเขาจะไม่ได้เป็นคนที่คิดชื่อพวกนี้ แต่ซูข่านก็รู้สึกลังเลเล็กๆในใจของเขา

เขาคิดอยู่จะเลือกชื่อพวกนี้ดีไหม?

มันมีตัวเลือกเยอะมากให้ซูข่านได้เลือกใช้ แต่เขาเองก็เลือกไม่ถูกเหมือนกันว่าจะใช้ชื่อไหน

เป็นเวลาหลายวันที่ซูข่านยังคงคิดอยู่เกี่ยวชื่อของบริษัทรถยนต์ เขาไม่คิดมาก่อนเลยว่าตัวเขานั้นจะมีปัญหาแบบนี้ด้วย

ระหว่างที่ซูข่านได้คิดชื่อบริษัทรถยนต์อยู่นั่น ลี่ซีก็ได้มาหาเขาที่บ้านพร้อมกับใบหน้าที่ยิ้มแย้มแจ่มใส

"พี่ซูข่านคะ"

ลี่ซีพูดด้วยรอยยิ้มที่แสนอ่อนหวาน

"พ่อแม่ของหนูมาที่หนานจิงค่ะ"

"อ้าว…แล้วพวกเขามาทำอะไรที่นี่ล่ะ?"

ซูข่านถามกลับ

"พวกเขามาคุยกับคุณลุงและคุณป้า"

ลี่ซียิ้มจนแก้มแทบปริออกมา

ซูข่านเห็นก็เลยส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้ก่อนจะพูดด้วยรอยยิ้มที่มุมปาก

"งั้นเราไปหาพวกเขากันเถอะ"

ดูเหมือนจะต้องเลิกคิดเกี่ยวกับเรื่องชื่อโรงงานรถยนต์ไปก่อน ท่าทางจะมีเรื่องให้ปวดหัวใหม่มาอีกแล้ว

"ได้ค่ะ"

ลี่ซีตอบซูข่านพร้อมกับเอามือมาปิดที่ปาก เธอแอบหัวเราะเล็กน้อย

จากนั้นซูข่านก็ได้บอกให้กั๋วเฟ่ยจัดการเตรียมรถ วันนี้เป็นทีมของกั๋วเฟ่ยในการเป็นบอดี้การ์ดให้กับซูข่าน ซงหมิงเจียงได้จัดทีมของพวกเขาหมุนเวียนในการทำงานเป็นกะ

เมื่อกั๋วเฟ่ยเตรียมรถเสร็จแล้วเขาก็เดินเข้ามาบอกซูข่าน

"ทุกอย่างพร้อมแล้วครับพี่สาม"

จากนั้นสามคนได้เดินออกจากบ้านไป ที่หน้าบ้านนั้นมีรถตู้มือสองจอดอยู่ กั๋วเฟ่ยเปิดประตูให้ซูข่านและลี่ซีขึ้น จากนั้นเขาก็เดินไปขึ้นยังที่นั่งคนขับก่อนจะสตาร์ทรถ

ไม่นานรถก็ได้เคลื่อนตัวออกไปช้าๆ

ลี่ซี่ยังคงอาศัยอยู่ที่เมืองหนานจิงอยู่หลังจากที่ได้ไปคุยกับครอบครัวของซูข่านมา ตอนนั้นพ่อและแม่ของซูข่านบอกให้ช่วยพูดให้กับครอบครัวเธอ

ด้วยคำพูดของซูข่านและครอบครัวของเขา ในที่สุดพ่อแม่ของลี่ซีก็ยอมตกลงให้ลูกสาวไปเรียนต่อที่เมืองนอก

และซูข่านก็ยังได้บอกให้หลี่เสว่เอ๋อที่ทำงานอยู่ที่อเมริกาคอยให้การช่วยเหลือลี่ซีในการไปเรียนต่อครั้งนี้ด้วย

ล่าสุดได้มีการลงทุนไปกับบริษัทแอปเปิ้ล ซึ่งตอนนี้มูลค่าทางการตลาดของพวกเขาก็เติบโตรวดเร็วจนราคาใกล้เคียงกับทองคำแล้ว ข่าวการซื้อหุ้นของบริษัทการเงินและการลงทุนเฉียนฟ่านก็แพร่กระจายไปทั่วทั้งวอลล์สตรีท

ทางหลี่เสว่เอ๋อเองก็สามารถหามหาวิทยาลัยให้กับลี่ซีเองได้ไม่ยากด้วยเช่นกัน

บริษัทเฉียนฟ่านเองได้บริจาคเงินสนับสนุนให้กับมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด(Harvard University)โดยหลี่เสว่เอ๋อได้นำเงิน 1 ล้านดอลล่าร์ไปบริจาคด้วยตัวเอง

มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดนั้นเป็นมหาวิทยาลับที่มีชื่อเสียงโด่งดังเป็นเวลานาน มีคนที่มีชื่อเสียงหลายคนเรียนจบจากที่นี่

อาจารย์ในมหาวิทยาลัยเองก็มีแต่ระดับหัวกะทิทั้งนั้น

ความรู้ของอาจารย์บางคนก็มีมูลค่ามากกว่าหลายสิบล้าน

คนรุ่นหลังชอบดูแคลนเกี่ยวกับคนที่บริจาคเงินเพื่อส่งให้คนรู้จักตัวเองไปเรียน อันที่จริงมันไม่ได้ง่ายเลยสำหรับเด็กที่เข้าไปเรียนที่นี่

ต่อให้วิธีการเข้าจะแตกต่างกันแค่ไหน ถ้าคนไหนเรียนไม่รอดทางมหาวิทยาลัยก็ไม่เก็บไว้อยู่ดี

ด้วยมาตรฐานของทางมหาวิทยาลัยแล้ว ต่อให้คนที่บริจาคเงินให้กับมหาวิทยาลัยมากเท่าไหร่ พวกเขาก็จะมีสิทธิในการเข้าเรียนมากขึ้นเท่านั้น มันไม่ได้มีอยู่ในกฎก็จริงแต่ก็เป็นเรื่องที่รู้ๆกันอยู่

ปัจจุบันทางมหาวิทยาลัยเองได้ส่งคำเชิญให้ลี่ซีมาเป็นนักศึกษากับทางมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด เธอมีสิทธิที่จะเรียนที่นั่นได้

ก่อนหน้านี้ลี่ซีก็เดินทางไปยังในเมืองเพื่อจัดการเกี่ยวกับเอกสารทุกอย่าง ซึ่งมันให้เวลาดำเนินการถึงสิบวันเลยทีเดียว

ทุกวันนี้ขึ้นตอนการเดินทางไปยังต่างประเทศค่อนข้างเข้มงวดอย่างมาก ยกเว้นแต่จะมีจดหมายเชิญจากทางการหรือว่าเป็นเอกสารของทางมหาวิทยาลัย

ลี่ซี่เองก็มีเอกสารที่ทางมหาวิทยาลัยส่งมาให้ ทำให้ระยะเวลาทำเอกสารของเธอนั้นน้อยกว่าคนอื่นมาก แล้ววีซ่าสำหรับนักศึกษาเองก็ทำได้ไม่ยากเมื่อมีเอกสารพวกนี้ครบ

ไม่นานรถก็ขับมาถึงยังบ้านครอบครัวซูข่าน

ซูข่านและลี่ซีลงจากรถและเดินเข้าไปในบ้านของครอบครัวซูขา่น

แม้ว่าในเมืองหนานจิงจะเริ่มมีคนซื้อรถยนต์เพิ่มขึ้นแล้ว แต่ซูข่านเองก็ยังนั่งรถตู้มือสองเก่าๆอยู่ ขนาดจางเฉียงเองก็มีรถยนต์หลายคัน

ในสถานที่แบบนี้ หากว่านั่งรถหรูเกินไปมันจะทำให้คนจับตามองเกินไป

ซูข่านหยิบกุญแจขึ้นมาและเปิดประตูเข้าไปในบ้าน

เมื่อเขาเข้าไปในบ้านั้น ซูข่านเห็นพ่อกับแม่นั่งอยู่ที่โซฟา นอกจากพ่อแม่ของซูข่านแล้วยังมีสามีภรรยาวัยกลางคนอีกหนึ่งคู่นั่งอยู่ ซูข่านคุ้นเคยใบหน้าของทั้งสองคนนั้นอย่างดี

"สวัสดีครับคุณป้าคุณลุง"

ซูข่านทักทายทั้งสองอย่างรวดเร็ว แม้ว่าเขาจะไม่เจอกันมาหลายปีแล้ว แต่ซูข่านยังคงจำภาพของทั้งคู่ได้อยู่เช่นเดียวกับลี่ซี

ที่สำคัญเลยคือโครงหน้าดั่งเดิมของพวกเขายังเหมือนเดิมอยู่ ไม่เหมือนกับลี่ซีซึ่งแตกต่างจากตอนที่เธอยังเป็นเด็กมาก แต่ในอนาคตจะเริ่มแยกกับยากกว่านี้ในตอนที่เริ่มมีการทำศัลยกรรม

"อ้าวซูข่านกลับมาแล้วเหรอ? ยังหล่อเหมือนเดิมเลยนะ"

"นับวันยิ่งเหมือนพ่อขึ้นเรื่อยๆแล้ว"

พ่อแม่ของลี่ซีได้ทักทายซูข่านด้วยรอยยิ้ม

"ครับผม"

ซูข่านยิ้มให้กับเขาทั้งสอง จากนั้นซูข่านก็พาลี่ซีไปนั่งยังโซฟา เมื่อเผชิญหน้ากับผู้ใหญ่ถึง 4 คน ลี่ซีรู้สึกประหม่าเล็กน้อย

ซูข่านได้แต่มองและส่งสายตาให้กำลังใจเธอ

"ซูข่าน ที่นั่นจะมีคนดูแลลี่ซีจริงๆใช่ไหม?"

แม่ของลี่ซีถามด้วยน้ำเสียงที่เป็นกังวล ส่วนพ่อของเธอนั้นถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้ถาม แต่สีหน้าก็แสดงออกได้ถึงความกังวลเช่นเดียวกัน

ซูข่านพยักหน้าเล็กน้อยและพูดว่า

"ใช่ครับ"

"ทางมหาวิทยาลัยที่นั่นก็ได้ส่งคำเชิญมาให้ลี่ซีแล้วด้วย ลุงกับป้าไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ"

"แต่ถ้าคุณป้ากับคุณลุงเป็นห่วงก็สามารถเดินทางไปพร้อมกับลี่ซีได้เลยครับ"

แผนเดิมคือให้ลี่ซีขึ้นเครื่องบินไปแค่คนเดียว แต่ถ้าพ่อแม่ของเธอเป็นห่วง จะให้ไปอยู่ด้วยก็ไม่ได้เสียหายอะไร

"แม่!!"

ลี่ซีพูดอย่างฉุนเฉียว

"ที่นู้นก็มีเพื่อนของพี่ซูข่านอยู่ แม่ไม่ต้องกังวลหรอก อีกอย่างหนูก็โตเป็นผู้ใหญ่แล้วด้วย"

"นั่นสิ ลี่ซีเองก็โตเป็นสาวขนาดนี้แล้ว ถึงแม้ว่าเธอจะอยู่ที่เมืองนอกจริงๆ แต่ที่นั่นก็มีเพื่อนของซูข่านที่พูดภาษาจีนได้อยู่ เขาสามารถดูแลลี่ซีได้อยู่แล้ว"

ซูเจียงกัวพ่อของซูข่านช่วยพูดเสริม

เมื่อซูข่านได้ยินที่พ่อพูด เขาก็ถอนหายใจออกมา