จาก 3,000 ล้านกลายเป็น 10,000 ล้าน ซึ่งมันเติบโตกว่าเดิมมากกว่า 3 เท่า
สำหรับเงินเริ่มต้นมหาศาลกว่า 3,000 ล้าน การเติบโตแบบนี้มันไม่ใช่ธรรมดาเลย แถมยังใช้ระยะเวลาสั้นๆเพียงไม่กี่ปีเท่านั้น
เหมือนกับตอนที่ซูข่านได้ลงเงินไปกับฟิวเจอร์น้ำมันเมื่อหลายปีก่อน ตอนนั้นทำให้ว่านเซี่ยงกรุ๊ปมีกระแสเงินในบริษัทกว่า 5,000 ล้าน การเติบโตตอนนั้นสูงกว่า 2-3 เท่าเช่นเดียวกัน
เพียงแค่ระยะเวลาของการเล่นฟิวเจอร์น้ำมันสั้นกว่าเท่านั้นเอง แถมเงินต้นเองก็น้อยกว่าอีกด้วย
ไม่ว่าจะวิธีไหนก็ตาม ทรัพย์สินของซูข่านก็เพิ่มมากขึ้นอยู่ดี เม็ดเงินที่ไหลเวียนอยู่ในว่านเซี่ยงกรุ๊ปก็ไม่รู้เท่าไหร่เข้าไปแล้ว อำนาจการเงินของซูข่านยิ่งทรงพลังกว่าเดิมอีก
จากนั้นซูข่านกับหลู่เฉียนซานก็อยู่คุยกันต่ออีกพักหนึ่ง ก่อนที่ซูข่านจะเรียกคนขับรถมาพาหลู่เฉียนซานกลับไปยังว่านเซี่ยงกรุ๊ป
หลู่เฉียนซานจะต้องไปปรึกษาวิธีการกับจางหม่านต่อแน่นอน ซึ่งพวกเธอจะจัดการยังไงนั้น ซูข่านก็ไม่ได้สนใจเลยสักนิดเดียว
เขาต้องการเพียงแค่ผลลัพธ์เท่านั้น
ทั้งสองคนจะต้องหาวิธีการที่ดีที่สุดและรวดเร็วที่สุดมาได้อย่างแน่นอน เพราะยังไงทั้งสองคนก็เป็นถึงประธานและรองประธานของว่านเซี่ยงกรุ๊ป
ดวงตาของซูข่านหรี่ลงเล็กน้อยและก็ยิ้มที่มุมปาก
ในเย็นวันนั้นจางหม่านได้มาหาซูข่านที่บ้าน
"เจ้านายคะ ต้องขอโทษด้วยจากเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้…."
ทันทีที่จางหม่านได้เจอซูข่าน เธอจึงพูดขอโทษอย่างรวดเร็ว
ซูข่านได้ยกมือขึ้นมาเพื่อขัดจังหวะการพูดของเธอและได้พูดแทรกว่า
"ไม่เป็นไร"
"ตอนนี้เธอเป็นคนที่มีชื่อเสียงแล้ว ระมัดระวังเรื่องความปลอดภัยของตัวเองไว้หน่อย"
"ค่ะเจ้านาย"
จางหม่านพยักหน้าอย่างเชื่อฟัง
"ฉันได้คุยกับบริษัทรักษาความปลอดภัยแล้ว เดี๋ยวพวกเขาจะจัดบอดี้การ์ดมาให้กับฉันค่ะ"
จางหม่านพูดจบก็มองไปที่ซูข่านทันที
จางหม่านก็ไม่ได้เจอกับซูข่านเป็นเวลากว่า 1 ปีเต็ม ในที่สุดเธอก็ได้เห็นเจ้านายของเธอกลับมาที่เซียงเจียงอีกครั้ง ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอเฝ้าคิดถึงการมาของซูข่านมาโดยตลอด
"อืม"
ซูข่านพยักหน้าเล็กน้อย
จากนั้นจางหม่านก็ได้ถามเข้าประเด็นกับซูข่านทันที
"เจ้านายคะ บริษัทการเงินและการลงทุนเฉียนฟ่านที่อเมริกา ตอนนี้มีหุ้นของแอปเปิ้ลแล้ว 3% เจ้านายจะให้ซื้อเพิ่มอีกไหมคะ?"
"3%?"
ซูข่านรู้สึกดีใจเล็กน้อยที่ได้ยิน ก่อนหน้านี้บริษัทแอปเปิ้ลยังไม่เปิดการระดมทุน ทำให้บริษัทเฉียนฟ่านยังไม่สามารถซื้อหุ้นของแอปเปิ้ลได้
แต่หลังจากที่แอปเปิ้ลได้เปิดให้นักลงทุนมาร่วมลงทุนแล้ว ก็น่าจะมีทั้งคนที่สนใจและไม่สนใจอยู่ไม่ใช่น้อย นักลงทุนบางคนเองก็ยังไม่เห็นอนาคตของบริษัทแอปเปิ้ลสักเท่าไหร่
แต่สำหรับซูข่านนั้น ถ้าบริษัทแอปเปิ้ลเสนอขายหุ้นของตัวเองเท่าไหร่ ซูข่านก็ไม่รังเกียจแถมยังยินดีที่จะซื้อเก็บไว้ด้วย
ไม่มีใครรู้หรอกว่ามูลค่าของบริษัทแอปเปิ้ลจะพุ่งสูงแค่ไหนในยุคของสมาร์ทโฟน
หากคิดตามมูลค่าตลาดของบริษัทแอปเปิ้ลในตอนนั้นละก็ ส่วนแบ่งแค่ 3% ก็น่าจะตีเป็นเงินไม่รู้กี่หมื่นล้านดอลล่าห์
แม้ว่าจะมีการเปิดระดุมทุนอีกในอนาคต ยังไงก็ตามก็ต้องรักษาสัดส่วนการถือหุ้นของบริษัทแอปเปิ้ลไว้ให้ได้มากที่สุด
"ซื้อต่อไป"
ซูข่านพยักหน้าเบาๆและพูดต่อว่า
"พยายามซื้อให้ได้ประมาณ 5% ของบริษัทก็พอ"
5% เป็นจุดที่ปลอดภัยพอดี หากซื้อมากกว่านี้เกินไป มันจะดึงดูดความสนใจของบริษัทอื่นและรวมไปถึงของในบริษัทแอปเปิ้ลด้วย
โดยเฉพาะชายที่ชื่อสตีฟ จ๊อบส์
เขาเป็นชายที่เชี่ยวชาญทั้งด้านเทคโนโยลีและธุรกิจ เขาสามารถทำบริษัทแอปเปิ้ลออกมาได้อย่างลงตัวในทุกๆด้าน และมีจุดขายที่สำคัญคือเทคโนโลยีที่ฉลาดล้ำ
หากว่าบริษัทการเงินและการลงทุนเฉียนฟ่านถือครองหุ้นของบริษัทแอปเปิ้ลมากเกินไป สตีฟ จ๊อบส์จะต้องหาวิธีการเพื่อเอาหุ้นของบริษัทเขาคืนแน่ๆ
ดังนั้นจึงยังไม่จำเป็นต้องรีบเดินเกมเร็วเท่าไหร่
ยังไงซะมูลค่าในตลาดของบริษัทแอปเปิ้ลก็สูงหลายล้านล้านดอลล่าห์อยู่แล้ว หากว่าทางบริษัทการเงินและการลงทุนเฉียนฟ่านได้หุ้นมาสัก 5%
ก็ตีมูลค่าได้ประมาณ 5 หมื่นล้านดอลล่าห์ เงินเท่านี้ก็เพียงพอที่จะทำให้คนๆหนึ่งขึ้นหน้าปกของนิตยสารฟรอบเป็นประจำ หรือทำให้คนๆหนึ่งอยู่กินอย่างสุขสบายไปตลอดชีวิต
อย่างไรก็ตามซูข่านคิดว่าการถือสัดส่วนหุ้นแค่ 5% นั้นมันยังน้อยเกินไปหน่อย แต่ถ้าบริษัทเฉียนฟ่านถือหุ้นเยอะกว่านี้ มันก็น่าจะเป็นสิ่งเลวร้ายสำหรับบริษัทเฉียนฟ่านอยู่เหมือนกัน
"ได้ค่ะเจ้านาย เดี๋ยวฉันให้หลี่เสว่เอ๋อดำเนินการซื้อหุ้นของบริษัทแอปเปิ้ลเพิ่มเติมเองค่ะ"
จางหม่านพูดด้วยรอยยิ้ม
หุ้นของบริษัทแอปเปิ้ลได้มีมูลค่ามากขึ้นเรื่อยๆทุกวัน จากวันที่จดทะเบียนตอนนี้มูลค่าของหุ้นก็ได้เพิ่มขึ้นแล้วกว่า 30% และยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
หุ้นที่ทางบริษัทเฉียนฟ่านได้ถือครองเอาไว้ โดยรวมตอนนี้ถือว่ามันทำกำไรแล้ว
"ไปจดทะเบียนบริษัทแบบเดียวกับบริษัทเฉียนฟ่านและทำการซื้อหุ้นบริษัทแอปเปิ้ลเพิ่มเติม"
"อะไรนะคะ?"
จางหม่านมองไปที่ซูข่านด้วยความตกใจ
"หลังจากที่จดทะเบียนบริษัทเสร็จแล้ว มุ้งเน้นไปยังตลาดการเงินเหมือนกับบริษัทเฉียนฟ่าน แล้วก็ทำการมองหาลู่ทางในการซื้อหุ้นบริษัทแอปเปิ้ลให้ได้สัก 5%"
"หรือมีหุ้นบริษัทแอปเปิ้ลไว้สัก 3% ก็ได้"
การดำเนินการของทั้งสองบริษัททำให้สามารถถือหุ้นของบริษัทแอปเปิ้ลเยอะกว่าที่พวกเขาอยากแบ่งให้ได้
วิธีนี้จะป้องกันไม่ให้บริษัทถูกเพ่งเล็งจากพวกผู้มีอิทธิพลในตลาดของอเมริกาอีกด้วย
นอกจากเป็นวิธีการหลีกเลี่ยงผู้มีอิทธิพลแล้ว ยังมีข้อดีอีกอย่างหนึ่ง
ซูข่านไม่อยากจะใส่ไข่ทั้งหมดลงในตะกร้าแค่เพียงใบเดียวหรอก ถ้าหากเกิดหกล้มขึ้นมา ไข่ในตะกร้าก็อาจจะแตกทั้งหมดก็ได้ ดังนั้นจะเป็นการดีกว่าที่แบ่งไข่ไว้สองตะกร้า
การทำแบบนี้ไม่ใช่แค่ซูข่านที่ทำเป็นคนแรก
ในบรรดานักธุรกิจของยุคหลังๆ ส่วนใหญ่แล้วพวกเขามักจะเป็นเจ้าของบริษัทกันหลายสิบจนไปถึงหลายร้อยแห่งภายใต้ชื่อบริษัทที่แตกต่างกันไป
การทำแบบนี้มันมันยังช่วยใยการหลีกเลี่ยงภาษีที่ต้องจ่ายและยังช่วยหลีกเลี่ยงความเสี่ยงตอนที่หุ้นตัวใดตัวหนึ่งล้มอีกด้วย
อย่างน้อยก็ยังมีอีกบริษัทที่สามารถดำเนินการธุรกิจต่อไปได้
ซูข่านวางแผนที่จะจัดตั้งบริษัทใหม่ขึ้นมาเพื่อหลีกเลี่ยงสถานการ์ดังกล่าว และยังถูกใช้เพื่อซื้อหุ้นของบริษัทแอปเปิ้ลได้อีก
หากว่าได้หุ้นของบริษัทแอปเปิ้ลเพียงแค่ 5% อย่างน้อยบริษัทที่เพิ่งจดทะเบียนใหม่นี้ ก็มีมูลค่ามากกว่าบริษัทหลายแห่งในโลกใบนี้แล้ว
เมื่อถึงเวลาก็ยังสามารถนำหุ้นมูลค่าหลายหมื่นล้านดอลล่าห์ไปขายได้อีก ถึงมันจะไม่ได้ขายได้เท่ากับราคาตลาดก็เถอะ แต่อย่างน้อยก็ยังทำเงินได้หลายหมื่นล้านดอลล่าห์อยู่ดี
แล้วมูลค่าของบริษัทก็อาจจะตกลง แต่สิ่งที่จะได้มาก็คือกระแสเงินสดหมื่นล้าน
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved