ตอนที่ 273

เมื่อมองไปที่ซงหมิงเจียงและหวางเซียวหมันที่กำลังยืนงุนงงซูข่านเลยพูดกับทั้งสองคนว่า

"รีบจัดการย้ายของพวกนี้เข้ามาข้างในก่อน อันไหนที่เป็นพวกเหล้าก็แยกประเภทไว้ด้วย"

"ครับพี่สาม"

ซงหมิงเจียงพยักหน้าพร้อมกับเดินออกไปที่หน้าบ้านอีกครั้ง

เขาและหวางเซียวหมันได้ย้ายของที่คนนำมาให้กับซูข่านเข้ามาในบ้านอีกเรื่อยๆ ของพวกนี้น่าจะถูกนำมาให้โดยจางเฉียงและลูกน้องของเขา

นอกจากพวกของจางเฉียงแล้วก็น่าจะมีส่วนของหวางเอ๋อ เสี่ยวหู่ เสี่ยวเว่ย ซู่เฟิง ฯลฯ อีกนับไม่ถ้วนที่รู้จักและให้ความเคารพต่อซูข่าน

คนเหล่านี้พวกเขาทำงานให้กับซูข่านและก็ได้รับเงินเดือนต่อเดือนสูงมากๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเลยก็คือจางเฉียง

จางเฉียงเองได้ขยายช่องการกระจายสินค้าออกไปอีกนับไม่ถ้วน การได้ไปเปิดแถวตะวันออกเฉียงเหนือบริเวณพรมแดมทำให้เขามีส่วนแบ่งจากตรงนี้เพิ่มขึ้นไปอีก

เมื่อครบปีแล้วหลังจากหักลบค่าทุกอย่างจนหมดไป จางเฉียงเป็นคนที่มีเงินในกระเป๋าสูงสุดในบรรดาคนที่ทำงานกับซูข่านด้วย เขาได้เงินตลอดทั้งปีอยู่ในหลักหมื่นหยวน

เขาเองที่เป็นคนคนให้ของขวัญวันตรุษจีนแก่ซูข่านมากที่สุดอีกด้วย

"เฒ่าหลี่ เฒ่าหลี่"

ซูข่านเดินไปที่สวนหลังบ้านและตะโกนเสียงดัง

ไม่นานเฒ่าหลี่ก็ได้เดินออกมาจากห้องลับขณะที่สวมแว่นตาที่จ้าวชิงชิงซื้อให้ ก่อนจะพูดกับซูข่านว่า

"มีอะไรรึเปล่า?"

"ไปกินข้าวร้านวังหลวงกันดีกว่า วันนี้ฉันบอกให้คนที่มาอวยพรตรุษจีนฉันไปเจอกันที่นู้น"

ซูข่านพูดกับเฒ่าหลี่อย่างรวดเร็ว

"งั้นรอผมสักครู่"

เฒ่าหลี่พูดจบก็หันหลังและเดินกลับเข้าไปในห้องลับ ไม่นานเขาก็เดินออกมา

ทั้งสองคนได้ออกจากสวนหลังบ้านเดินมาที่หน้าบ้านก็เจอเสี่ยวผิง ซงหมิงเจียง และหวางเซียวหมันยืนอยู่

"พี่สามครับ"

ซงหมิงเจียงรีบเดินเข้ามาหาซูข่านและพูดอย่างรวดเร็ว

"ผมย้ายของขวัญที่คนอื่นนำมามอบให้กับพี่เข้าในบ้านหมดแล้วครับ และนี่ก็เป็นรายชื่อของคนที่เอาของมาให้พี่ครับ"

ซูข่านมองดูกระดาษที่ซงหมิงเจียงยื่นให้และก็ส่ายหัวก่อนพูดด้วยรอยยิ้มว่า

"ขอบใจที่จดรายชื่อพวกนี้ให้ฉัน แต่มันเป็นรายชื่อของคนให้ของขวัญไม่ใช่เหรอ? ฉันไม่จำเป็นต้องใช้มันหรอก"

"ครับพี่สาม"

ซงหมิงเจียงรีบเก็บกระดาษอย่างรวดเร็ว

เขานึกว่าซูข่านต้องการอยากจะรู้ว่าใครนำของขวัญตรุษจีนมามอบให้กับเขาบ้าง แต่ดูเหมือนว่าการกระทำครั้งนี้ของซงหมิงเจียงจะเสียเปล่า

ซูข่านเองก็ไม่ได้ว่าอะไรซงหมิงเจียงเหมือนกัน ที่เขาทำแบบนี้โดยไม่ฟังคำสั่งของซูข่านก็เป็นสิ่งที่ดี ซงหมิงเจียงเองก็รอบครอบและทำทุกอย่างรัดกุมตามแบบที่เขาฝึกมา

ถ้ามีใครส่งอะไรไม่ดีให้กับซูข่านเองตัวของซงหมิงเจียงเองก็จะรู้ได้ทันทีว่าใครนำมามอบให้

"พี่สามครับถ้างั้นผมขอนำเหล้าที่แยกมาไปเก็บรวมที่บ้านท้ายซอยก่อนนะครับ"

หวางเซียวหมันพูดขึ้นมาหลังจากที่ซูข่านคุยกับซงหมิงเจียงจบ น้ำเสียงของเขาดูประหม่าเล็กน้อย

"นายจะรีบกลับไปทำไม?"

ซูข่านรีบถามกลับอย่างรวดเร็ว

"วันนี้ไม่ใช่เวรของนายไม่ใช่เหรอ?"

"ใช่ครับ"

หวางเซียวหมันพยักหน้า

"งั้นไปกินข้าวเย็นที่ร้านอาหารวังหลวงกับฉันก่อน นายเองก็เป็นหนึ่งในคนที่ทำงานให้ฉันเหมือนกัน"

ซูข่านพูดจบก็รีบเดินออกจากจุดนั้นทันที เมื่อซูข่านพูดออกมาแล้วเขาจะไม่พูดอีกเป็นครั้งที่สอง

"อ๊ะ!!"

หวางเซียวหมันตะลึง

จากนั้นเขาก็รีบเดินตามซูข่านไปอย่างเร็วด้วยสีหน้าที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข ภายในใจของเขารู้สึกเบิกบานอย่างเต็มที่หลังจากที่ได้ยินซูข่านบอกว่าคนที่ทำงานกับเขา

พี่สามช่างเป็นคนที่ใจกว้างสุดๆไปเลย เขาสมควรที่จะเป็นเทพเจ้าให้คนเคารพบูชามากๆ

"คิดอะไรอยู่ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เชียว"

ซงหมิงเจียงมองมาที่หวางเซียวหมันที่กำลังเดินไปยิ้มไปก็อดที่จะแซวไม่ได้ แต่หวางเซียวหมันไม่ได้ตอบ เขายังคงเดินไปยิ้มไปอยู่คนเดียว

ซงหมิงเจียงเลยเอื้อมมือออกไปและตบไปที่หัวของหวางเซียวหมันเบาๆเพื่อปลุกให้เขาตื่น

"ไม่ได้ยินที่ถามรึไง"

"อ๋อครับพี่หมิงเจียง ขอบคุณครับ"

"อะไรของนายเนี่ย"

ซงหมิงเจียงเองก็ส่ายหัวและหัวเราะอย่างช่วยไม่ได้

เมื่อเดินออกมาจากบ้านแล้วซงหมิงเจียงเปิดประตูรถตู้มือสองให้กับซูข่าน จากนั้นเขาก็เดินไปนั่งยังที่คนขับ คนอื่นๆที่เหลือก็ขึ้นรถตู้ตามไป

จากนั้นรถตู้ก็ได้ออกจากบ้านซูข่านมุ่งหน้าไปยังถนนไทเซียนเหมิน

เมื่อมาถึงที่หน้าร้านอาหารวังหลวง ซูข่านเองก็เห็นรถจำนวนมากจอดเรียงรายอยู่ที่หน้าร้านอาหารวังหลวง

มีทั้งรถจักรยานธรรมดา รถมอเตอร์ไซต์ และรถยนต์

อากาศในตอนเย็นของวันนี้ค่อนข้างหนาวมาก ซูข่านเองได้เดินนำทุกคนเข้าไปในร้านเพื่อให้ร่างกายอบอุ่นก่อน ทันทีที่ซูข่านเดินเข้าไปก็ได้มีเสียงดังขึ้นมา

"พี่สามมาแล้ว"

จางเฉียงเป็นคนแรกที่เห็นซูข่าน เขาตะโกนเสียงดังทันทีที่ซูข่านเข้ามา ส่วนคนอื่นๆเห็นซูข่านก็ส่งเสียงดีใจกันออกมา

คนจำนวนมากในร้านอาหารวังหลวงต่างตะโกนเรียกคำว่าพี่สามอยู่ บางคนก็ยืนขึ้นและปรบมือ บางคนก็นั่งและตะโกนเรียก

ซูข่านกลอกตามองบนอย่างช่วยไม่ได้ ทำไมภาพนี้มันเหมือนกับการประชุมประจำปีของพวกนักการเมืองเลย

ซูข่านและคนอื่นๆรีบมานั่งยังโต๊ะอาหารที่เว้นว่างไว้ ไม่นานเฒ่าจางก็เป็นคนออกมารับออเดอร์ของซูข่านด้วยตัวเอง

"คุณซูมีเมนูไหนอยากจะกินเป็นพิเศษไหมครับ? ถ้ายังไม่มีผมได้เตรียมชุดอาหารไว้ให้กับคุณซูแล้ว"

"เตรียมไว้แล้วงั้นเหรอ?"

ซูข่านถามด้วยความสงสัย

"ใช่ครับ ผมปรุงทุกอย่างสุดฝีมือเลย"

เฒ่าจางรีบตอบซูข่านอย่างรวดเร็ว

"งั้นเอาอาหารที่เฒ่าจางเตรียมไว้ก็ได้ ฉันเชื่อมั่นใจฝืมือ"

"กรุณารอสักครู่ครับ"

เฒ่าจางก้มหัวหนึ่งทีก่อนจะเดินกลับเข้าไปในครัว

ไม่นานพนักงานเสิร์ฟหลายต่อหลายคนรวมถึงลูกชายของเฒ่าจางก็ได้นำอาหารออกมาเสิร์ฟอย่างรวดเร็ว

บนโต๊ะอาหารนั้นเต็มไปใบเนื้อวัวและเนื้อแกะหลายจานรวมไปถึงซี่โครงหมูด้วย ใกล้ๆกับจานที่เป็นเนื้อสัตว์ก็มีเมนูที่ทำจากผักใบเขียวที่เอาไว้กินตัดเลี่ยน สุดท้ายแล้วก็คือถ้วยซุปขนาดใหญ่ที่ดูจากน้ำซุปก็รู้ได้เลยว่ารสชาติต้องเข้มข้น

จากนั้นทุกคนก็เริ่มต้นกินอาหารเย็นด้วยความเอร็ดอร่อย ซูข่านมองดูรอบๆก็เห็นว่าผู้คนที่มากินในห้องนี้เป็นคนที่คุ้นหน้าคุ้นตากันทั้งนั้น

แต่ถ้าคนเหล่านี้ได้เดินมาเพื่อที่จะดื่มอวยพรให้กับซูข่าน บางทีเขาคิดว่าเขาเองไม่น่าจะดื่มไหวเหมือนกัน ซูข่านเลยแก้ปัญหาด้วยกันยกแก้วเพื่อกินทีเดียวพร้อมกันกับคนทั้งห้อง

หลังจากที่ซูข่านดื่มแล้วคนในห้องก็ดื่มตาม จากนั้นต่างโต๊ะก็ต่างแยกกันกินมื้อเย็นกันอย่างมีความสุขในเทศกาลวันตรุษจีน

ในบรรดาคนในห้องทั้งหมดซูข่านได้เห็นหวางเอ๋อนั่งพิงกับเก้าอี้อยู่พร้อมกับใบหน้าที่มึนงงด้วยฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ ซูข่านเห็นภาพนั้นก็อดที่จะหัวเราะออกมาไม่ได้

หวางเอ๋อนี่แหละน่าจะเป็นตัวตั้งตัวตีในการบอกคนอื่นให้ซื้อเหล้าเหมาไถมามอบให้กับเขาในวันตรุษจีน ต้องบอกไว้ก่อนว่าของขวัญที่อยู่บ้านซูข่านนั้นเป็นเหล้าเหมาไถซะส่วนใหญ่

เอาเหล้ามามอบให้กับเขาแต่ตัวเองกลับเมาเหล้าเองเนี่ยนะ

ซูข่านมองหวางเอ๋ออยู่นานจนเขารู้สึกตัวและหลบสายตาของซูข่าน

สภาพของหวางเอ๋อตอนนี้เหมือนกับหมีที่กินน้ำผึ้งจนเมาและขยับไปไหนไม่ได้เลย