ตอนที่ 440

หลายสิบปีต่อมา จะมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากเดินทางมาท่องเที่ยวที่เซียงเจียงแห่งนี้ และที่ขาดไม่ได้เลยสำหรับนักท่องเที่ยวก็คือคาสิโน แต่ในเซียงเจียงนั้นไม่มีกฏหมายอนุญาติการพนันอะไรพวกนี้

ดังนั้นนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จึงมักจะนั่งเรือข้ามฝากไปยังเอ้าเหมิน(มาเก๊า)เพื่อเล่นการพนัน และก็เป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นได้ทั่วไปในวงการเสี่ยงโชค คนส่วนใหญ่มักจะเสียเงินมากกว่าจะได้

คนไหนที่ติดการพนันก็อยากที่จะหาเงินเพื่อไปเล่นต่อ พวกเขายอมขายเครื่องประดับติดตัวพวกเขาในราคาต่ำสุดเพื่อที่จะได้เงินให้เร็วที่สุด ส่วนใหญ่แล้วก็มักจะเป็นอัญมณีอย่างพวกหยก

อย่างไรก็ตามไม่ใช่ว่านักท่องเที่ยวทุกคนจะยอมขายในราคาถูก บางคนก็รู้ราคาและคุณภาพของหยกเป็นอย่างดี บางทีหยกก้อนเดียวอาจจะสูงถึงหลายสิบล้านเลยก็ได้

"แล้วคราวนี้คุณจะส่งใครไปล่ะ?"

เฒ่าหลี่จิบชาต่อช้าๆ

แม้ว่ามูลค่าของเหมืองเก่าหลุมนี้จะมีมูลค่าหลายร้อยล้าน แต่เฒ่าหลี่ก็ไม่ได้สนใจแต่อย่างใด เขาตั้งใจจะมอบทุกอย่างให้กับซูข่านอยู่แล้ว

ดังนั้นซูข่านจึงต้องหาวิธีจัดการเหมืองนี้ด้วยตัวของเขาเอง

ซูข่านได้ยินก็คิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพูดว่า

"เฒ่าหลี่คิดยังไงถ้าเป็นหลี่เจียงเฝิง?"

"ไม่มีปัญหา"

เฒ่าหลี่ตอบอย่างรวดเร็ว ซูข่านพยักหน้าและมองไปที่ประตูซึ่งมีซงหมิงเจียงอยู่และพูดว่า

"หมิงเจียงเรียกเจียงเฝิงเข้ามาหน่อย ฉันมีอะไรต้องคุยกับเขา"

"ครับ"

ซงหมิงเจียงที่ยืนอยู่หน้าประตูก็พยักหน้าและเปิดประตูก่อนจะเดินออกไป ไม่นานเขาก็กลับเข้ามาในห้องพร้อมกับหลี่เจียงเฝิง

เมื่อหลี่เจียงเฝิงเดินมาถึงห้องรับแขกเขาก็ได้ถามอย่างรวดเร็ว

"พี่สามต้องการให้ผมทำอะไรครับ?"

ซูข่านมองไปที่หลี่เจียงเฝิงเล็กน้อยก่อนจะพูดว่า

"เจียงเฝิงนายเองก็เคยไปพม่ากับเฒ่าหลี่มาแล้ว คงจะเห็นการทำงานในเหมืองของคนที่นั่นแล้วสินะ ฉันอยากให้นายเป็นคนดูแลเหมืองที่นั่นหลุมหนึ่ง"

"!!"

หลี่เจียงเฝิงตัวแข็งด้วยความตกใจ จากนั้นเขาก็ได้สติและหันไปมองที่เฒ่าหลี่ด้วยความตื่นเต้น เขาเคยได้ยินมาตลอดว่า คนไหนที่พี่สามส่งไปทำงาน ชีวิตของคนๆนั้นจะเปลี่ยนไปทันที

และตอนนี้ก็คือโอกาสที่พี่สามได้มอบให้เขาแล้ว

ตราบใดที่คนที่ไปทำงานให้กับพี่สามทำตามคำสั่งของพี่สามทุกอย่าง งานนั้นก็จะประสบความสำเร็จไปด้วยดี ยังไม่มีใครเลยที่กล้าขัดคำสั่งของพี่สามสักคน

ถึงแม้ว่างานที่พี่สามจะให้ไปทำจะอยู่ถึงประเทศพม่าก็เถอะ แต่ถ้ารายได้ของที่นั่นอาจจะสูงกว่าทำงานในประเทศจีนก็ได้ ทำที่พม่าปีเดียวอาจเยอะกว่าที่ประเทศจีน 10 ปีก็เป็นได้

"ทำไม? นายไม่อยากทำเหรอ?"

เมื่อมองไปที่หลี่เจียงเฝิงที่ตัวสั่นด้วยความตื่นเต้นอยู่นั้น ซูข่านก็ยิ้มเล็กๆที่มุมปากก่อนจะพูดแหย่หลี่เจียงเฝิงเล่นๆ

เมื่อได้ยินคำพูดของซูข่านแล้วหลี่เจียงเฝิงรีบส่ายหัวอย่างรวดเร็ว

"อยากครับพี่สาม ผมพร้อมที่จะทำงานให้พี่สามทุกอย่างเลยครับ"

หลี่เจียงเฝิงพูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความสุข เขาจะไม่เต็มใจทำงานกับพี่สามได้อย่างไร

หากเขาพลาดโอกาสที่พี่สามได้มอบให้กับเขา หลี่เจียงเฝิงจะต้องเกลียดตัวเองไปตลอดชีวิตแน่ๆ ถ้าเขาคว้าโอกาสนี้เอาไว้ได้ บางทีเขาอาจจะกลายเป็นหนึ่งในมังกรที่แหวกว่ายในท้องฟ้าก็เป็นได้

"อืม"

ซูข่านพยักหน้าด้วยความพอใจก่อนจะพูดว่า

"ฉันจะให้เวลานายเตรียมตัวหนึ่งเดือน นายกลับไปอยู่กับครอบครัวและพักผ่อนให้เต็มที่ จากนั้นก็หาคนสัก 2-3 คนไปทำงานกับนายที่พม่าด้วย"

"ขอบคุณมากครับพี่สาม"

หลี่เจียงเฝิงรู้สึกซาบซึ้งในตัวของซูข่านมาก หลี่เจียงเฝิงไม่คิดมาก่อนเลยว่าซูข่านจะใจกว้างกับลูกน้องของตัวเองแบบนี้ นอกจากจะให้โอกาสไปทำงานที่ประเทศพม่าแล้ว ยังจะให้วันหยุดเขาเดือนหนึ่งอีก

ก่อนหน้านี้ตอนที่ทำงานกับพี่สาม เขามีวันหยุดก็จริงแต่ว่าบ้านเกิดของหลี่เจียงเฝิงนั้นอยู่ค่อนข้างไกล การที่เขาจะมีโอกาสเจอหน้าครอบครัวก็ต้องรอเทศกาลตรุษจีนสถานเดียว

แถมในช่วงที่ผ่านมาก็ได้เดินทางไปประเทศพม่าอีก ยิ่งทำให้หลี่เจียงเฝิงคิดถึงครอบครัวเข้าไปใหญ่

ยังไงก็เถอะ สุดท้ายแล้วพี่สามก็เป็นคนที่มีบุญคุณมากๆจริง นอกจากจะให้งานที่เงินเดือนดีทำแล้ว เขายังเห็นอกเห็นใจในตัวของลูกน้องตัวเองอีกด้วย

ถ้าจะยอมตายให้ใครสักคนละก็ คนๆนั้นจะต้องเป็นพี่สามอย่างแน่นอน

ถ้าไม่ได้มาทำงานกับพี่สาม ป่านนี้ก็หลี่เจียงเฝิงก็น่าจะไปทำงานในโรงงานอย่างที่ครอบครัวเขาต้องการแล้วก็เป็นได้ และก็ต้องมานั่งทำงานหนักเพื่อรอรับเงินเดือนแค่ 30 หยวน

ไหนจะสวัสดิการหรือวันหยุดที่โรงงานไม่ได้มอบให้อีกล่ะ การทำงานกับพี่สามทำให้รายได้ของเขาสูงถึงหลายพันหยวนต่อปี และตอนนี้พี่สามก็ได้ให้โอกาสในการทำงานใหม่กับเขาแล้ว

ถ้าเป็นเหมือนกับคนอื่นที่พี่สามส่งไปทำงาน รายได้ก็อาจจะสูงเป็นหมื่นหยวนต่อปีเลยก็เป็นได้ แค่หลักพันหยวนก็ไม่มีใครในหมู่บ้านของเขาจะเทียบได้แล้ว และนี่เงินสูงกว่าหมื่นหยวนอีก

เรียกได้ว่าแค่เงินเดือนปีเดียวก็ทำให้ชีวิตครอบครัวของหลี่เจียงเฝิงสบายไปทั้งชีวิตแล้ว

"หมิงเจียง!!"

ซูข่านมองไปที่ซงหมิงเจียงและเรียกเขา

"ครับพี่สาม"

ซงหมิงเจียงรีบเข้ามาใกล้ๆซูข่านและพูดด้วยความเคารพ

"ติดต่อหยางไท่เฉียนซื้อตั๋วเครื่องบินให้เจียงเฝิงกลับบ้านเกิดของเขาด้วย ไม่อย่างงั้นถ้าปล่อยให้เจียงเฝิงขึ้นรถไฟก็หมดวันพักผ่อนกับครอบครัวพอดี"

"ครับพี่สาม"

ซงหมิงเจียงรีบตอบรับอย่างรวดเร็วด้วยรอยยิ้ม

"ขอบคุณมากครับพี่สาม ขอบคุณมากครับ"

เมื่อได้ยินซูข่านสั่งซงหมิงเจียง หลี่เจียงเฝิงก็รู้สึกซาบซึ้งในตัวของซูข่านมากขึ้นไปอีก ชีวิตนี้เขาไม่รู้จะติดหนี้บุญคุณของชายคนนี้อีกกี่ครั้ง

"ไปเถอะ"

ซูข่านโบกมือให้ซงหมิงเจียงและหลี่เจียงเฝิงออกไป ยังไงพวกเขาทั้งสองก็เป็นพี่น้องที่ร่วมเป็นร่วมตายกันในสงครามมาแล้ว เมื่อมีโอกาสซูข่านก็อยากให้พวกเขามีเวลาอยู่ด้วยกันสักหน่อย

โดนเฉพาะคนที่เพิ่งกลับมาจากประเทศพม่า พวกเขาคงคิดถึงอาหารจากเมืองจีนแน่ๆ วันนี้พวกเขาคงอยากจะเมากับพวกซงหมิงเจียงให้เต็มที่แน่นอน

ซูข่านเข้าใจความรู้สึกของลูกน้องของตัวเองทั้งหมด เขาได้สั่งให้แม่ครัวเตรียมอาหารและเหล้าดีๆไว้ให้กับพวกซงหมิงเจียงและหลี่เจียงเฝิงด้วย และซูข่านยังอนุญาติให้พวกเขาทั้งหมดใช้บ้านของเขาเป็นสถานที่กินดื่มได้

วันเวลาก็ได้ผ่านไปอย่างช้าๆ ซูข่านก็ยังรอคอยข่าวจากว่านเซี่ยงกรุ๊ปที่เจรจากับผู้บริหารระดับสูงของธนาคารวิงออนอยู่

การถือแต้มต่อในการเจรจานั้นเป็นเรื่องที่ดีสำหรับว่านเซี่ยงกรุ๊ปมาก แต่อย่างไรก็ตามระหว่างที่ซูข่านรอคอยข่าวนี้อยู่นั้น ซูข่านก็ได้รับข่าวหนึ่งที่ตัวเขาต้องประหลาดใจ

"ลี่ซีกลับมาแล้วงั้นเหรอ?"

ซูข่านถามซ้ำด้วยความตกใจ ในมือของเขานั้นถือโทรศัพท์อยู่

"ค่ะเจ้านาย คุณลี่ซีขึ้นเครื่องบินเมื่อคืนนี้ ฉันเดาว่าเธอน่าจะมาถึงที่สนามบินในบ่ายวันนี้ค่ะ"

เสียงของจางหม่านดังขึ้นในโทรศัพท์

"แล้วทำไมเธอถึงต้องเลือกบินมาลงที่นี่ด้วย? ทำไมเธอไม่ไปที่หนานจิงล่ะ?"

ซูข่านเดาไม่ถูกเหมือนกันว่าทำไมลี่ซีถึงได้เลือกที่กลับมาประเทศจีน และที่สำคัญเลยคือเลือกบินมาลงที่เซียงเจียงด้วย

"ช่างมันเถอะ เดี๋ยวฉันจะไปรับเธอเอง"

ซูข่านส่ายหัวพร้อมกับวางโทรศัพท์

ลี่ซียอมขึ้นเครื่องบินจากอเมริกาเพื่อมาลงที่เซียงเจียงเลยอย่างงั้นเหรอ? บางทีเธออาจจะมีอะไรบางอย่างที่ต้องการจะทำที่นี่ก็เป็นได้

"หมิงเจียง!!"

ซูข่านพูดขึ้นมาเสียงดัง จากนั้นซงหมิงเจียงก็เดินเข้ามาอย่างรวดเร็ว

"ครับพี่สาม"

"เตรียมรถ เราจะสนามบิน"

ซูข่านได้มองที่ซงหมิงเจียงและพูดช้าๆ

"ครับพี่สาม"

ซงหมิงเจียงพยักหน้าอย่างเชื่อฟัง เขารีบไปจัดการเตรียมรถให้กับซูข่านทันที ในไม่ช้ารถทั้งสามคันก็พร้อม

ซูข่านออกมาจากบ้านและก็ขึ้นที่รถฮัมเมอร์ทันที

จากนั้นเสียงเครื่องยนต์ของรถฮัมเมอร์ก็ได้คำรามขึ้นมา เสียงเครื่องยนต์เป็นเสียงที่ทำให้เลือดลมของชายชาตรีทุกคนสูบฉีดขึ้นมา