"อรุณสวัสดิ์ครับ"
เลขาหลี่ยิ้มให้กับซูข่าน
ซูข่านก้มหัวให้เลขาหลี่เล็กน้อยก่อนจะถามว่า
"คุณปู่ตื่นรึยังครับ?"
"นายท่านกำลังรดน้ำต้นไม้อยู่ที่หลังบ้านครับ"
เลขาหลี่ตอบอย่างใจเย็น
"งั้นผมขอตัวไปหาคุณปู่คนนะครับลุงหลี่"
หลังจากที่ทักทายเลขาหลี่เสร็จ ซูข่านก็เดินไปที่สวนหลังบ้านทันที ชีวิตของตาเฒ่านั้นสะดวกสบายอย่างมาก เขาตื่นมารดน้ำต้นไม้ทุกวันเป็นกิจวัตร
เมื่อเดินไปถึงหลังบ้านแล้ว ซูข่านก็เห็นชายชราคนหนึ่งกำลังรดน้ำต้นไม้อยู่ ตอนนี้ก็ใกล้จะถึงฤดูหนาวแล้ว เขาต้องเตรียมกระถางใหม่ให้กับต้นไม้พวกนี้ ไม่อย่างงั้นต้นไม้อาจจะตายในฤดูหนาวได้
"อ้าว..มาแล้วรึ"
เมื่อชายชราเห็นซูข่าน เขาก็วางบัวรดน้ำลงและพูดด้วยรอยยิ้ม
"อรุณสวัสดิ์ครับคุณปู่"
ซูข่านพยักหน้าและไปเดินข้างของชายชรา
"ไปคุยกันข้างในเถอะ"
ชายชราพูดเสร็จก็เดินนำซูข่านเข้าไปในบ้าน
เมื่อมาถึงยังห้องโถงและนั่งลง ชายชราก็หลี่ตาลงเล็กน้อยมองมาที่ซูข่านและพูดขึ้นมาว่า
"พ่อของหลานบอกกับปู่แล้ว"
"หลานคิดว่าวิกผมเนี่ยมันจะมีอนาคตจริงๆเหรอ?"
"คุณปู่ครับ"
ซูข่านเดาไว้อยู่แล้วว่าพ่อของเขาจะต้องโทรหาตาเฒ่านี่หลังจากที่คุยกับเขาเสร็จ
"วิกผมได้รับความนิยมอย่างมากเลยครับในยุโรปและอเมริกา เศรษฐกิจของประเทศเหล่านั้นเองก็ดีมากๆ ซึ่งค่าครองชีพของพวกเขาก็สูงกว่าประเทศเราหลายเท่า"
"ดังนั้นคนที่นั่นเขาจะให้ความสำคัญในเรื่องของภาพลักษณ์อย่างมาก พวกเขายอมทำทุกอย่างเพื่อให้ตัวเองดูดีในสายตาคนอื่น วิกผมเองก็เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่คนนิยมใช้กันมากครับ"
ซูข่านได้เล่ารายละเอียดให้ชายชราได้ฟัง
"เฮ้อ..พวกชาวตะวันตก"
ชายชราถอนหายใจ
"คุณปู่ไม่ต้องห่วงครับ ผมเชื่อว่าประเทศของเราจะพัฒนาแซงหน้าพวกนั้นอย่างแน่นอน"
ซูข่านพูดด้วยความมั่นใจ
เขารู้ดีว่าในอีกไม่กี่สิบปีข้างหน้า ประเทศจีนจะเติบโตจนเทียบเคียงประเทศชั้นนำของโลกได้ เทคโนโลยีต่างๆและรวมไปถึงคุณภาพชีวิตของคนในประเทศก็จะดีขึ้นมากเช่นกัน
"ประเทศของเรานั้นถึงแม้ว่าจะมีความเจริญไม่เท่ากับประเทศอื่น แต่ประเทศจีนเองก็เต็มไปด้วยผู้คนที่มุ่งมั่นจะพัฒนาประเทศอยู่มาก"
"นี่จะเป็นกุญแจสำคัญที่จะพาประเทศจีนไปอยู่ในจุดเดียวกับคนอื่นได้
"ประเทศจีนจะต้องเป็นชาติที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกครับ ในอดีตนั้นประเทศของเราผ่านสงครามมาหลายยุคหลายสมัย"
"ผมว่าสายเลือดนักสู้ของพวกเราจะต้องพาประเทศจีนไปอยู่แนวหน้าของโลกได้แน่นอน"
ประเทศจีนเองก็มีประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน ซูข่านรู้เรื่องพวกนี้ดีอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นประวัติเรื่องอะไร สุดท้ายแล้วมันจะต้องมีคนจีนไปเกี่ยวข้อง
ขนาดกรุงโรมที่คนรู้จักกันทั่วบ้านทั่วเมือง รู้อะไรไหมว่ากรุงโรมมีเส้นทางสายไหมที่ต่อยาวมาถึงประเทศจีนด้วย
ชายชรามองไปที่ซูข่านด้วยสายตาที่ชื่นชมจากนั้นเขาก็หัวเราะออกมา
"ฮ่าๆๆ"
มีหลานชายที่ทัศนคติแบบนี้ ใครล่ะจะไม่ภูมิใจ
"ได้ๆ ดีๆ"
จากนั้นชายชราก็พูดต่อว่า
"ปู่โตเองก็ผ่านอะไรมาตั้งเยอะตั้งแต่ยังเด็ก บ้านเกิดของปู่จากกิ่วหลู่เองก็ยังเหมือนเดิมทุกอย่าง ขนาดปู่ไม่อยู่ที่นั่นมาตั้งหลายปีแต่ที่นั่นเองก็ไม่ได้เปลี่ยนไปเลยสักนิด"
ในขณะที่พูดชายชราก็สูดลมหายใจเข้า เขายังคงคิดถึงสถานที่ที่เขาได้โตมา
"หลานเองก็คงไม่เคยสัมผัสกับความลำบากใช่ไหมล่ะ ตอนที่หลานเกิดมาทุกอย่างก็มีพร้อมแล้ว"
"ตอนที่ปู่ยังเป็นเด็กนะ ปู่ต้องอาศัยอยู่ในบ้านหลังเก่าๆ ขนาดกางเกงตัวเดียวยังต้องแบ่งกันใส่ตั้ง 3 คนเลย"
"ถึงแม้ว่าปู่จะไม่ได้ยากจนเหมือนแต่ก่อนแล้วก็จริง แต่ชาวบ้านแถวนั้นก็เองก็ไม่ได้มีโอกาสเหมือนกับปู่ พวกเขายังคงทำนาหรือไม่ก็หาเช้ากินค่ำไปวันๆ"
"ความสุขของพวกเขาก็เพียงอย่างเดียวคือได้เจอกับครอบครัวในวันปีใหม่ ปู่เองอยากจะทำอะไรบางอย่างให้กับพวกเขาได้บ้าง แต่มันก็เกินกำลังของปู่เกินไป"
"ซูข่านเอ่ย"
"หลานน่ะคือความภาคภูมิใจที่แท้จริงของปู่ ถ้ามันไม่เกินกำลังอะไรของหลานมาก ปู่อยากให้หลานช่วยเหลือบ้านเกิดของปู่หน่อย"
"ครับคุณปู่"
ซูข่านพยักหน้าเมื่อได้ยิน
ตาเฒ่าเป็นคนที่ให้ความสำคัญกับบ้านเกิดมาก เขาคงจะจดจำภาพบ้านเกิดที่เขาโตมาได้ขึ้นใจ
ซูข่านเลยพูดขึ้นมาด้วยรอยยิ้ม
"เดี๋ยวผมจัดการเรื่องนี้ให้ครับคุณปู่ อีกสองวัน ผมจะรีบเดินทางไปยังกิ่วหลู่ทันทีเพื่อจัดการเรื่องนี้ครับ"
ซูข่านเองก็เพิ่งกลับมาจากเซียงเจียงแต่เขาไม่ได้กลับมาที่หนานจิงเลยทันที เขาได้แวะไปยังเผิงเฉิงและเซี่ยงไฮ้ก่อน ซูข่านเลยอยากจะพักผ่อนที่หนานจิงอีกสัก 2 วันเพื่อชาร์ทพลัง
ตัวของซูข่านเองก็ยังมีอะไรต้องทำอีกมากในหนานจิง เขายังไม่สามารถไปกิ่วหลู่เดี๋ยวนี้ได้เลย
อีกทั้งเขาต้องติดต่อกับสูเจิ้งเหมาให้เตรียมเครื่องจักรไว้สำหรับทำวิกผมด้วย และซูข่านยังจะต้องหาวัสดุบางอย่างเพื่อทำวิกผมสไตล์เดียวกับที่พวกยุโรปและอเมริกาชอบใช้
ที่สำคัญเลยมันต้องตามกระแสแฟชั่นให้ทันด้วย จำเป็นต้องสร้างแบรนด์ของตัวเองขึ้นมา ไม่อย่างงั้นคนจากยุโรปหรืออเมริกาคงไม่กล้าจะใส่วิกผมที่เขาทำขึ้น
ถ้าแบรนด์ของซูข่านแข็งแกร่งเมื่อไหร่ เมื่อนั้นแหละเงินทองก็จะไหลเข้ามาไม่ขาดสาย
จริงอยู่ที่ไม่จำเป็นต้องสร้างแบรนด์ก็ขายได้ จริงๆจะทำแบบคนอื่นที่เอาสัญลักษณ์ของแบรนด์ดังมาปรับปรุงแล้วใช้เลยก็ยังได้ แต่ของพวกนี้มันก็ทำกำไรได้แค่ไม่กี่ปีเท่านั้น
ซูข่านไม่ได้มีแผนการทำเงินระยะสั้น 1-2 ปีเลย
"สมกับเป็นหลานของปู่จริงๆ"
ชายชราพยักหน้าและพูดว่า
"เดี๋ยวปู่จะบอกคนที่นั่นให้ พอหลานไปถึงจะได้มีคนไปรับหลาน"
"ครับคุณปู่"
ซูข่านตอบชายชราด้วยรอยยิ้ม
"ในเมื่อมาที่นี่ทั้งที่แล้ว ตอนเที่ยงหลานก็อยู่กินข้าวกับปู่ด้วยเลยสิ"
"ได้ครับ"
ซูข่านยิ้มอย่างสดใส
การกินข้าวกับตาเฒ่านั้น ส่วนใหญ่จะเป็นการกินพร้อมกันทั้งครอบครัว ตาเฒ่าจะชอบเชิญซูเหวินและลุงมากินพร้อมกันพ่อของเขาบ่อยๆ
แต่การที่ได้กินข้าวกันตามลำพังนั้น บอกได้เลยว่ามันเป็นอะไรที่หายากจริงๆกับตาเฒ่าคนนี้
หลังจากนั้นซูข่านก็นั่งคุยกับชายชราต่ออีกสักพักก่อนที่อาหารจะยกมาเสิร์ฟ เมื่อกินข้าวกับตาเฒ่าเสร็จแล้ว ซูข่านก็ขอตัวกลับบ้าน
ทันทีที่เขาเดินกลับมาที่เดิม ซูข่านก็สังเกตเห็นรถตู้ของเขาจอดอยู่ เขาจึงขึ้นและรีบกลับบ้านทันที
เมื่อมาถึงบ้านซูข่านแล้ว เขาก็ติดต่อไปยังสูเจิ้งเหมาก็ให้จัดเตรียมเครื่องจักร สีย้อม และวัตถุดิบอีกจำนวนหนึ่งในการทำวิก
เวลาได้ผ่านไปอย่างรวดเร็ว
หลังจากที่ซูข่านได้พักผ่อนถึง 2 วันแล้ว ตอนนี้เขาก็พร้อมที่จะเดินทางอีกครั้ง
ครั้งนี้จะเป็นจังหวัดที่เขาไม่ได้คิดมาก่อนว่าจะมีโอกาสได้ไป
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved