ตอนที่ 324

"อรุณสวัสดิ์ครับ"

เลขาหลี่ยิ้มให้กับซูข่าน

ซูข่านก้มหัวให้เลขาหลี่เล็กน้อยก่อนจะถามว่า

"คุณปู่ตื่นรึยังครับ?"

"นายท่านกำลังรดน้ำต้นไม้อยู่ที่หลังบ้านครับ"

เลขาหลี่ตอบอย่างใจเย็น

"งั้นผมขอตัวไปหาคุณปู่คนนะครับลุงหลี่"

หลังจากที่ทักทายเลขาหลี่เสร็จ ซูข่านก็เดินไปที่สวนหลังบ้านทันที ชีวิตของตาเฒ่านั้นสะดวกสบายอย่างมาก เขาตื่นมารดน้ำต้นไม้ทุกวันเป็นกิจวัตร

เมื่อเดินไปถึงหลังบ้านแล้ว ซูข่านก็เห็นชายชราคนหนึ่งกำลังรดน้ำต้นไม้อยู่ ตอนนี้ก็ใกล้จะถึงฤดูหนาวแล้ว เขาต้องเตรียมกระถางใหม่ให้กับต้นไม้พวกนี้ ไม่อย่างงั้นต้นไม้อาจจะตายในฤดูหนาวได้

"อ้าว..มาแล้วรึ"

เมื่อชายชราเห็นซูข่าน เขาก็วางบัวรดน้ำลงและพูดด้วยรอยยิ้ม

"อรุณสวัสดิ์ครับคุณปู่"

ซูข่านพยักหน้าและไปเดินข้างของชายชรา

"ไปคุยกันข้างในเถอะ"

ชายชราพูดเสร็จก็เดินนำซูข่านเข้าไปในบ้าน

เมื่อมาถึงยังห้องโถงและนั่งลง ชายชราก็หลี่ตาลงเล็กน้อยมองมาที่ซูข่านและพูดขึ้นมาว่า

"พ่อของหลานบอกกับปู่แล้ว"

"หลานคิดว่าวิกผมเนี่ยมันจะมีอนาคตจริงๆเหรอ?"

"คุณปู่ครับ"

ซูข่านเดาไว้อยู่แล้วว่าพ่อของเขาจะต้องโทรหาตาเฒ่านี่หลังจากที่คุยกับเขาเสร็จ

"วิกผมได้รับความนิยมอย่างมากเลยครับในยุโรปและอเมริกา เศรษฐกิจของประเทศเหล่านั้นเองก็ดีมากๆ ซึ่งค่าครองชีพของพวกเขาก็สูงกว่าประเทศเราหลายเท่า"

"ดังนั้นคนที่นั่นเขาจะให้ความสำคัญในเรื่องของภาพลักษณ์อย่างมาก พวกเขายอมทำทุกอย่างเพื่อให้ตัวเองดูดีในสายตาคนอื่น วิกผมเองก็เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่คนนิยมใช้กันมากครับ"

ซูข่านได้เล่ารายละเอียดให้ชายชราได้ฟัง

"เฮ้อ..พวกชาวตะวันตก"

ชายชราถอนหายใจ

"คุณปู่ไม่ต้องห่วงครับ ผมเชื่อว่าประเทศของเราจะพัฒนาแซงหน้าพวกนั้นอย่างแน่นอน"

ซูข่านพูดด้วยความมั่นใจ

เขารู้ดีว่าในอีกไม่กี่สิบปีข้างหน้า ประเทศจีนจะเติบโตจนเทียบเคียงประเทศชั้นนำของโลกได้ เทคโนโลยีต่างๆและรวมไปถึงคุณภาพชีวิตของคนในประเทศก็จะดีขึ้นมากเช่นกัน

"ประเทศของเรานั้นถึงแม้ว่าจะมีความเจริญไม่เท่ากับประเทศอื่น แต่ประเทศจีนเองก็เต็มไปด้วยผู้คนที่มุ่งมั่นจะพัฒนาประเทศอยู่มาก"

"นี่จะเป็นกุญแจสำคัญที่จะพาประเทศจีนไปอยู่ในจุดเดียวกับคนอื่นได้

"ประเทศจีนจะต้องเป็นชาติที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกครับ ในอดีตนั้นประเทศของเราผ่านสงครามมาหลายยุคหลายสมัย"

"ผมว่าสายเลือดนักสู้ของพวกเราจะต้องพาประเทศจีนไปอยู่แนวหน้าของโลกได้แน่นอน"

ประเทศจีนเองก็มีประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน ซูข่านรู้เรื่องพวกนี้ดีอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นประวัติเรื่องอะไร สุดท้ายแล้วมันจะต้องมีคนจีนไปเกี่ยวข้อง

ขนาดกรุงโรมที่คนรู้จักกันทั่วบ้านทั่วเมือง รู้อะไรไหมว่ากรุงโรมมีเส้นทางสายไหมที่ต่อยาวมาถึงประเทศจีนด้วย

ชายชรามองไปที่ซูข่านด้วยสายตาที่ชื่นชมจากนั้นเขาก็หัวเราะออกมา

"ฮ่าๆๆ"

มีหลานชายที่ทัศนคติแบบนี้ ใครล่ะจะไม่ภูมิใจ

"ได้ๆ ดีๆ"

จากนั้นชายชราก็พูดต่อว่า

"ปู่โตเองก็ผ่านอะไรมาตั้งเยอะตั้งแต่ยังเด็ก บ้านเกิดของปู่จากกิ่วหลู่เองก็ยังเหมือนเดิมทุกอย่าง ขนาดปู่ไม่อยู่ที่นั่นมาตั้งหลายปีแต่ที่นั่นเองก็ไม่ได้เปลี่ยนไปเลยสักนิด"

ในขณะที่พูดชายชราก็สูดลมหายใจเข้า เขายังคงคิดถึงสถานที่ที่เขาได้โตมา

"หลานเองก็คงไม่เคยสัมผัสกับความลำบากใช่ไหมล่ะ ตอนที่หลานเกิดมาทุกอย่างก็มีพร้อมแล้ว"

"ตอนที่ปู่ยังเป็นเด็กนะ ปู่ต้องอาศัยอยู่ในบ้านหลังเก่าๆ ขนาดกางเกงตัวเดียวยังต้องแบ่งกันใส่ตั้ง 3 คนเลย"

"ถึงแม้ว่าปู่จะไม่ได้ยากจนเหมือนแต่ก่อนแล้วก็จริง แต่ชาวบ้านแถวนั้นก็เองก็ไม่ได้มีโอกาสเหมือนกับปู่ พวกเขายังคงทำนาหรือไม่ก็หาเช้ากินค่ำไปวันๆ"

"ความสุขของพวกเขาก็เพียงอย่างเดียวคือได้เจอกับครอบครัวในวันปีใหม่ ปู่เองอยากจะทำอะไรบางอย่างให้กับพวกเขาได้บ้าง แต่มันก็เกินกำลังของปู่เกินไป"

"ซูข่านเอ่ย"

"หลานน่ะคือความภาคภูมิใจที่แท้จริงของปู่ ถ้ามันไม่เกินกำลังอะไรของหลานมาก ปู่อยากให้หลานช่วยเหลือบ้านเกิดของปู่หน่อย"

"ครับคุณปู่"

ซูข่านพยักหน้าเมื่อได้ยิน

ตาเฒ่าเป็นคนที่ให้ความสำคัญกับบ้านเกิดมาก เขาคงจะจดจำภาพบ้านเกิดที่เขาโตมาได้ขึ้นใจ

ซูข่านเลยพูดขึ้นมาด้วยรอยยิ้ม

"เดี๋ยวผมจัดการเรื่องนี้ให้ครับคุณปู่ อีกสองวัน ผมจะรีบเดินทางไปยังกิ่วหลู่ทันทีเพื่อจัดการเรื่องนี้ครับ"

ซูข่านเองก็เพิ่งกลับมาจากเซียงเจียงแต่เขาไม่ได้กลับมาที่หนานจิงเลยทันที เขาได้แวะไปยังเผิงเฉิงและเซี่ยงไฮ้ก่อน ซูข่านเลยอยากจะพักผ่อนที่หนานจิงอีกสัก 2 วันเพื่อชาร์ทพลัง

ตัวของซูข่านเองก็ยังมีอะไรต้องทำอีกมากในหนานจิง เขายังไม่สามารถไปกิ่วหลู่เดี๋ยวนี้ได้เลย

อีกทั้งเขาต้องติดต่อกับสูเจิ้งเหมาให้เตรียมเครื่องจักรไว้สำหรับทำวิกผมด้วย และซูข่านยังจะต้องหาวัสดุบางอย่างเพื่อทำวิกผมสไตล์เดียวกับที่พวกยุโรปและอเมริกาชอบใช้

ที่สำคัญเลยมันต้องตามกระแสแฟชั่นให้ทันด้วย จำเป็นต้องสร้างแบรนด์ของตัวเองขึ้นมา ไม่อย่างงั้นคนจากยุโรปหรืออเมริกาคงไม่กล้าจะใส่วิกผมที่เขาทำขึ้น

ถ้าแบรนด์ของซูข่านแข็งแกร่งเมื่อไหร่ เมื่อนั้นแหละเงินทองก็จะไหลเข้ามาไม่ขาดสาย

จริงอยู่ที่ไม่จำเป็นต้องสร้างแบรนด์ก็ขายได้ จริงๆจะทำแบบคนอื่นที่เอาสัญลักษณ์ของแบรนด์ดังมาปรับปรุงแล้วใช้เลยก็ยังได้ แต่ของพวกนี้มันก็ทำกำไรได้แค่ไม่กี่ปีเท่านั้น

ซูข่านไม่ได้มีแผนการทำเงินระยะสั้น 1-2 ปีเลย

"สมกับเป็นหลานของปู่จริงๆ"

ชายชราพยักหน้าและพูดว่า

"เดี๋ยวปู่จะบอกคนที่นั่นให้ พอหลานไปถึงจะได้มีคนไปรับหลาน"

"ครับคุณปู่"

ซูข่านตอบชายชราด้วยรอยยิ้ม

"ในเมื่อมาที่นี่ทั้งที่แล้ว ตอนเที่ยงหลานก็อยู่กินข้าวกับปู่ด้วยเลยสิ"

"ได้ครับ"

ซูข่านยิ้มอย่างสดใส

การกินข้าวกับตาเฒ่านั้น ส่วนใหญ่จะเป็นการกินพร้อมกันทั้งครอบครัว ตาเฒ่าจะชอบเชิญซูเหวินและลุงมากินพร้อมกันพ่อของเขาบ่อยๆ

แต่การที่ได้กินข้าวกันตามลำพังนั้น บอกได้เลยว่ามันเป็นอะไรที่หายากจริงๆกับตาเฒ่าคนนี้

หลังจากนั้นซูข่านก็นั่งคุยกับชายชราต่ออีกสักพักก่อนที่อาหารจะยกมาเสิร์ฟ เมื่อกินข้าวกับตาเฒ่าเสร็จแล้ว ซูข่านก็ขอตัวกลับบ้าน

ทันทีที่เขาเดินกลับมาที่เดิม ซูข่านก็สังเกตเห็นรถตู้ของเขาจอดอยู่ เขาจึงขึ้นและรีบกลับบ้านทันที

เมื่อมาถึงบ้านซูข่านแล้ว เขาก็ติดต่อไปยังสูเจิ้งเหมาก็ให้จัดเตรียมเครื่องจักร สีย้อม และวัตถุดิบอีกจำนวนหนึ่งในการทำวิก

เวลาได้ผ่านไปอย่างรวดเร็ว

หลังจากที่ซูข่านได้พักผ่อนถึง 2 วันแล้ว ตอนนี้เขาก็พร้อมที่จะเดินทางอีกครั้ง

ครั้งนี้จะเป็นจังหวัดที่เขาไม่ได้คิดมาก่อนว่าจะมีโอกาสได้ไป