ตอนที่ 409

ความเคารพในตัวซูข่านของลู่กั๋วเฉียงได้เพิ่มไปจนถึงขีดสุด เรียกได้ว่าเขาแทบจะกราบไหว้ซูข่านแล้ว

ในใจของเขาตอนนี้อยากลงไปกราบไหว้ซูข่านด้วยซ้ำ

หากว่าพระเจ้ามีจริงในโลก เทพเจ้าจะต้องเป็นพี่สามไม่ผิดแน่ ในใจของลู่กั๋วคิดเฉียงคิดเช่นนั้น

"ใจเย็นๆ"

ซูข่านส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้และพูดด้วยรอยยิ้ม

"นั่งลงและค่อยๆพูดก็ได้ จะรีบร้อนอะไรขนาดนั้น"

"ขอบคุณครับพี่สาม"

ลู่กั๋วเฉียงทำตามอย่างเชื่อฟัง เขารีบนั่งลงแล้วระงับความตื่นเต้นภายในตัวของเขา จากนั้นก็ดื่มชาตรงหน้าก่อนจะมองไปที่ซูข่านและเริ่มต้นพูด

ตอนแรกนั้นลู่กั๋วเฉียงไม่ได้อยากจะทุบตู้เย็นตามคำแนะนำของซูข่านเท่าไหร่ เขายอมรับเลยว่าตอนนั้นเขารู้สึกเคืองเล็กๆที่ซูข่านได้บอกให้เขาทำแบบนั้น แต่ตอนนี้เขารู้แล้วว่าผลลัพธ์ที่ตามมานั้นเป็นยังไง

"ไม่เพียงแค่ในเผิงเฉิงเท่านั้นนะครับ เมืองกว่างโจวและเมืองอื่นๆในกวางตุ้ง ต่างก็รายงานข่าวเรื่องที่ผมได้ทุบตู้เย็น ตอนนี้เรื่องราวมันแพร่กระจายไปทั่วประเทศแล้วครับ"

"มีคนโทรมาหาผมเป็นร้อยๆสายเลยครับ ทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าที่ผมทำไป มันเป็นอะไรที่สุดยอดที่สุดเท่าที่พวกเขาได้เจอมาเลย"

เรื่องราวของโรงงานกั๋วเฉียงนั้นเป็นอะไรที่ยิ่งใหญ่มากๆ มันถูกนำเสนอในรายการข่าวของเกือบทุกเมืองในประเทศจีน เรียกได้ว่าเป็นการสร้างผลกระทบที่ยิ่งใหญ่มากๆต่อคนทั้งชาติ

ผู้ว่าของแต่ละจังหวัดก็ได้เห็นข่าวและจัดประชุมเพื่อยกระดับโรงงานในจังหวัดให้เป็นแบบโรงงานอิเล็กทรอนิกส์กั๋วเฉียงทันที

ก่อนหน้านี้นั้นโรงงานอิเล็กทรอนิกส์กั๋วเฉียงเต็มไปด้วยปัญหามากมาย พนักงานที่อยู่ในโรงงานอยากจะลาออกทันทีที่รู้ข่าวเรื่องการขอคืนเงินตู้เย็น วันที่ไปทำงานเหมือนกับเป็นฝันร้ายของพวกเขา

ตอนนี้สถานการณ์นั้นได้เปลี่ยนไปแล้ว พนักงานในโรงงานทั้งหมดต่างชื่นชมในตัวลู่กั๋วเฉียงอย่างมาก พวกเขาเชื่อมั่นในตัวของลู่กั๋วเฉียงขึ้นไปอีก

ระหว่างที่ลู่กั๋วเฉียงได้เล่าเรื่องต่างๆให้ซูข่านฟังด้วยความตื่นเต้นนั้น ก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น ซงหมิงเจียงจึงเดินไปที่ประตูทันที

"สวัสดีครับ หัวหน้าสู"

ซงหมิงเจียงเปิดประตูไปก็เห็นสูเจิ้งเหมายืนอยู่ พวกเขาทั้งคู่จึงทักทายกันเล็กน้อย

จากนั้นซงหมิงเจียงก็เดินนำพาสูเจิ้งเหมาเข้ามาในห้องของซูข่าน เมื่อเห็นซูข่านกับลู่กั๋วเฉียงนั่งอยู่ สูเจิ้งเหมาจึงหัวเราะและพูดด้วยรอยยิ้ม

"น้องลู่ เรื่องของนายไม่ได้ดังแค่ในประเทศจีนอย่างเดียวเท่านั้น ที่เซียงเจียงก็รู้เรื่องราวพวกนี้ด้วย และก็ที่เกาะไต้หวันอีก รวมไปถึงประเทศในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ยุโรปและอเมริกาด้วย"

"มันเป็นกระแสดังทั่วโลกยิ่งกว่าดาราฮอลลีวูดอีก"

สูเจิ้งเหมาพูดด้วยความอิจฉา

"ระ..ระเรื่องของผม ดังไปทั่วโลกเลยเหรอ?"

ลู่กั๋วเฉียงรู้สึกประหลาดใจและชี้ไปที่ตัวเองพร้อมกับถามด้วยเสียงที่สั่น

"ใช่แล้วน้องลู่"

สูเจิ้งเหมาพยักหน้าให้และหันไปมองซูข่าน จากนั้นเขาก็หยิบหนังสือพิมพ์กองหนึ่งวางไว้บนโต๊ะ

"นี่เป็นหนังสือพิมพ์จากอเมริกาและจากเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ครับ ผมได้ให้คนของผมไปซื้อมาจากเซียงเจียง"

เมื่อสูเจิ้งเหมาพูดจบ ซูข่านก็เอื้อมไปหยิบหนังสือพิมพ์ขึ้นมาอ่าน ฉบับที่ซูข่านหยิบนั้นเป็นภาษาอังกฤษล้วน น่าจะเป็นฉบับจากอเมริกาแน่ๆ

แม้ว่าจะไม่ใช่หนังสือพิมพ์รายอย่างใหญ่อย่างแอสโซซิเอทเต็ดเพรส(Associated Press) แต่หนังสือพิมพ์ที่อยู่ในมือซูข่านก็เป็นของสัญชาติอเมริกา ซึ่งน่าจะเป็นบริษัทหนังสือพิมพ์เล็กๆเจ้าหนึ่ง

บนหน้าหนังสือพิมพ์ได้เขียนข่าวของลู่กั๋วเฉียงไว้ตัวใหญ่ นอกจากนี้ยังมีรูปภาพประกอบตอนที่ลู่กั๋วเฉียงกำลังทุบตู้เย็นอยู่อีกด้วย นอกนั้นก็เป็นข่าวอื่นๆที่พบเห็นได้ทั่วไปในหนังสือพิมพ์

มีคนจีนเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่จะปรากฏอยู่ในหน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์ที่อเมริกา นอกจากหน้าแรกแล้ว หน้าอื่นๆด้านในของหนังสือพิมพ์ฉบับนี้ ก็เขียนเรื่องราวของลู่กั๋วเฉียงเต็มไปหมด

เรียกได้ว่าข่าวอื่นๆอยู่แค่หน้าแรกหน้าเดียว นอกนั้นเป็นเรื่องของลู่กั๋วเฉียงซะส่วนมาก

แล้วเนื้อหาด้านในของหนังสือพิมพ์ก็เขียนเรื่องจริงทั้งหมดโดยไม่ได้แต่งเติมแต่อย่างใด เรื่องนี้จะทำให้ลู่กั๋วเฉียงดูน่ากลัวมากขึ้นในสายตาของชาวต่างชาติ

เศรษฐกิจในประเทศจีนเองถ้าเทียบกับที่อเมริกาแล้ว ถือได้ว่ายังห่างชั้นอยู่อีกมาก พวกเขาไม่จำเป็นต้องเขียนข่าวปลอมหรือแต่งเติมข่าวเหมือนกับยุคที่มีอินเตอร์เน็ต

ยังไงซะพวกอเมริกาก็ไม่เคยคิดว่าคนจีนจะกลายเป็นชาติที่มีเศรษฐกิจอันดับสองเป็นรองพวกเขา แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ เนื้อหาด้านในของหนังสือพิมพ์ก็ยกย่องลู่กั๋วเฉียงไว้มาก

พวกเขาคิดว่านี่เป็นแบบอย่างของผู้ประกอบการที่เป็นสุภาพบุรุษและแสดงความรับผิดชอบออกมาจากใจจริง

ซูข่านอ่านหนังสือพิมพ์แล้วก็อดยิ้มไม่ได้

"ทำไมหนังสือพิมพ์พวกนี้มันถึงได้มีภาษาจีนด้วย?"

"ประเทศในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้พูดจีนกันได้ด้วยเหรอ?"

ลู่กั๋วเฉียงหยิบหนังสือพิมพ์จากในกองขึ้นมาและถามด้วยความสงสัย

"ก็ปกตินะ"

ซูข่านวางหนังสือพิมพ์อเมริกาในมือและพูดด้วยรอยยิ้ม

"คนจีนเราไปทำงานที่เอเซียตะวันออกเฉียงใต้เยอะจะตาย ไม่แปลกหรอกที่จะมีหนังสือพิมพ์ภาษาจีน เผลอๆพวกเขาเปิดโรงพิมพ์ที่ขายทั้งหนังสือพิมพ์จีนและหนังสือพิมพ์ประเทศนั้นด้วยซ้ำ"

"คุณซูพูดถูกครับ นอกจากโรงพิมพ์แล้วยังมีโรงเรียนจีนอีกด้วย บางประเทศก็มีคนจีนไปรวมตัวกันแล้วก็ตั้งชุมชนคนจีนก็มีครับ"

สูเจิ้งเหมาพูดเสริม

ซูข่านพยักหน้าเล็กน้อย คนจีนที่ไปทำงานต่างประเทศนั้นยังคงมีความรักชาติอยู่ในตัวพวกเขา วัฒนธรรมต่างๆไม่สามารถทำอะไรพวกคนจีนที่มีความปรารถนาแรงกล้าได้

พวกเขายังให้ความสำคัญกับวัฒนธรรมจีนอยู่เสมอ แม้ว่าจะอยู่ที่ไหนบนโลกนี้ก็ตาาม พวกเขาก็จะไม่ลืมว่ารากเหง้าของพวกเขานั้นคือที่ไหน ถึงแม้ว่ามันจะค่อยๆเสื่อมถอยลงตามกาลเวลาก็เถอะ

"สุดยอดดดดด"

ลู่กั๋วเฉียงอุทานความประหลาดใจ

"นายลองอ่านฉบับนี้ดูสิ เขาเขียนเรื่องราวของนายทั้งฉบับเลย"

ซูข่านหัวเราะและยื่นหนังสือพิมพ์ให้กับลู่กั๋วเฉียง

"เอ่อ…"

ลู่กั๋วเฉียงรู้สึกเขินมาก เขารู้จักภาษาอังกฤษเพียงไม่กี่คำเท่านั้น ส่วนใหญ่แล้วก็เป็นตัวที่อยู่ตามร้านอาหารซะมากกว่า อย่างเช่น KFC หรือเรียกได้ว่าลู่กั๋วเฉียงไม่รู้ภาษาอังกฤษเลยดีกว่า

สูเจิ้งเหมาส่ายหัวเล็กน้อยด้วยรอยยิ้มก่อนจะหยิบหนังสือพิมพ์ฉบับนั้นมาอ่าน

"โห"

"หนังสือพิมพ์ฉบับนี้เขียนชื่นชมนายทั้งฉบับจริงๆด้วย ตอนนี้โรงงานของนายดังไปทั่วโลกแล้วนะน้องลู่"

สูเจิ้งเหมาวางหนังสือพิมพ์ลงและมองไปที่ลู่กั๋วเฉียงด้วยความอิจฉา

"แฮะๆๆ"

ลู่กั๋วเฉียงหัวเราะออกมาเล็กน้อย เขารู้สึกภูมิใจมากที่โรงงานของเขามีชื่อเสียงดังไปทั่วโลก จากนั้นก็รีบหันมามองซูข่านและพูดอย่างรวดเร็ว

"ทั้งหมดนี่เป็นเพราะพี่สาม.."

"หยุด!!!"

ซูข่านยกมือขึ้นมาหยุดลู่กั๋วเฉียงทันที

"เลิกประจบสอพลอฉันได้แล้ว ฉันได้ยินจนเอียนไปหมด"

จากนั้นซูข่านก็หัวเราะออกมา แล้วคนในห้องก็ต่างหัวเราะตาม