ตอนที่ 397

"ครับพี่สาม"

จางเฉียงพยักหน้าอย่างรวดเร็ว

เขาไม่รู้เลยว่าซูข่านจะให้เขาไปทำอะไรที่หมู่บ้านซีกวน แต่ถ้าเป็นคำสั่งของซูข่านแล้ว จางเฉียงก็ยินดีที่จะทำโดยไม่ต้องหาเหตุผล และต้องทำให้ดีที่สุดด้วย

การที่จางเฉียงมาอยู่ในจุดนี้ได้ ก็เป็นเพราะเขาทำตามคำสั่งของซูข่านมาโดยตลอด

ตอนที่เขายังเด็กนั้น จางเฉียงก็มักจะถูกกลั้นแกล้งโดยเด็กแถวบ้านเขาอยู่เสมอ

แล้วในตอนนี้ล่ะ เด็กๆที่เคยกลั้นแกล้งทำงานในโรงงานได้เงินเดือนละไม่ถึง 40 หยวนด้วยซ้ำ กลับกันแค่รายได้ของจางเฉียงวันเดียวก็ไม่รู้กี่พันหยวนแล้ว

แถมเขายังเป็นคนสำหรับในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในเมืองหนานจิงให้ดีขึ้นด้วย ทุกอย่างเป็นเพราะซูข่านได้ให้โอกาสกับเขา

"ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร"

ซูข่านพูดด้วยรอยยิ้ม

"ราคาที่ดินที่นั่นกำลังเริ่มสูงขึ้น นายก็แค่ไปที่หมู่บ้านซีกวนแล้วก็ซื้อบ้านหรือที่ดินให้ได้มากที่สุดแค่นั้น"

"ครับพี่สาม งานง่ายมากๆครับ"

จางเฉียงพูดด้วยแววตาที่สดใส

"ผมจะรีบไปหาคนที่ต้องการขายบ้านหรือที่ดินที่หมู่ซีกวนทันทีครับ ถ้าบ้านหลังไหนที่ทรุดโทรมเกินผมก็จะรื้อถอนให้เป็นที่ดินเปล่า"

จางเฉียงควบคุมช่องทางการขนส่งสินค้ามากมายในภาคเหนือและอีกหลายเมืองใหญ่ สินค้าจากภาคใต้ได้กระจายโดยมีเขาเป็นจุดศูนย์กลาง

ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ชื่อเสียงของเขาได้เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เขานั้นได้พบเจอกับผู้คนมากมาย ทำให้จางเฉียงมีเส้นสายเล็กๆน้อยๆในการจัดการเรื่องอะไรบางอย่าง

และการซื้อที่ดินหรือบ้านนั้นเขาก็ทำเป็นประจำอยู่แล้วในเมืองหนานจิง แค่เปลี่ยนสถานที่เป็นหมู่บ้านซีกวนเท่านั้น

"ไปจัดการให้เรียบร้อยล่ะ"

ซูข่านสั่งเบาๆ"

"งั้นผมขอตัวกลับก่อนนะครับพี่สาม"

หลังจากได้รับคำสั่งใหม่จากซูข่าน จางเฉียงก็กล่าวลาซูข่านทันที

ยิ่งเขาทำเรื่องนี้ได้เสร็จเร็วเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งมีเวลาในการจัดการโรงแรมฮั่นหยู่เอ็กเพรสมากขึ้นเท่านั้น

ซูข่านหยิบชาขึ้นมาจิบเล็กน้อย เขาหรี่ตามองดูจางเฉียงที่กำลังเดินออกจากบ้านไป

จางเฉียงที่กำลังเดินอยู่นั้นเขาก็ค่อยๆเปิดประตูและเดินออกจากบ้านซูข่านไป จากนั้นเขาก็เดินไปตามถนนเพื่อไปยังรถของเขาที่จอดไว้อยู่ที่หน้าซอย

ระหว่างทางนั้นจางเฉียงก็ได้สวนกับผู้หญิงกับผู้ชายคู่หนึ่ง เมื่อเดินสวนกันไปผู้หญิงกับผู้ชายคู่นั้นก็ได้หันหลังกลับมามองจางเฉียง

"เอ๊ะ!!"

ชุ่นอี่อีหรี่ตาลงเล็กน้อยขณะมองด้านหลังของจางเฉียง

"ทำไมหน้าตาคนเมื่อกี้ดูคุ้นๆจัง?"

"ต้องคุ้นสิครับ"

ลุงหมิงพยักหน้าและพูดด้วยความเคารพ

"ชายคนเมื่อสักครู่ที่เดินผ่านไปเป็นผู้จัดจำหน่ายสินค้าที่ใหญ่ที่สุดในเมืองหนานจิงครับ เขาเป็นคนที่กระจายสินค้าไปยังตัวแทนต่างๆยังภาคเหนือรวมไปถึงเมืองต่างๆด้วย"

"ดูเหมือนว่าเขาจะเพิ่งเดินออกมาจากบ้านของพี่ซูข่านเลย"

ชุ่นอี่อีขมวดคิ้วและพูดกับลุงหมิง

"นายน้อยซูท่าทางจะไม่ได้มีธุรกิจแค่ KFC อย่างเดียวอย่างที่คุณหนูบอกจริงๆด้วยครับ"

ลุงหมิงพูดขณะที่มองหลังของจางเฉียงเช่นเดียวกับชุ่นอี่อี

สำหรับการลงทุนในประเทศจีน ตระกูลชุ่นจำเป็นต้องหาข้อมูลเกือบทุกอย่างให้ได้มากที่สุดเพื่อเอาไว้ประกอบการตัดสินใจลงทุน แน่นอนว่าในเมืองหนานจิงนั้นก็มีข้อมูลมากมายให้ตระกูลชุ่นได้อ่าน

ไม่แปลกที่ทำไมพวกเขาทั้งสองถึงได้รู้จักกับจางเฉียง ก่อนหน้านี้ตระกูลชุ่นตรวจสอบนักธุรกิจท้องถิ่นในหนานจิงไว้หมดแล้วด้วย

เมื่อเห็นจางเฉียงเดินออกมาจากแถวนี้ ทั้งสองคนเลยรู้ได้ทันทีว่าชายคนนี้จะต้องมาหาซูข่านไม่ผิดแน่

"ไม่คิดเลยว่าพี่ซูข่านจะยิ่งใหญ่ขนาดนี้"

ชุ่นอี่อีพูดเบาๆ

"เห็นด้วยครับ"

ลุงหมิงพยักหน้าเล็กน้อย

"ไม่แปลกใจเลยที่ทำไมคุณหนูถึงยังลืมนายน้อยซูไม่ได้ มีเพียงเขาเท่านั้นที่เหมาะสมกับคุณหนู"

ชุ่นอี่อีหน้าแดงเล็กน้อย ภายในใจของเธอมีความสุขมาก

"น่าเสียดายจังที่ต้องกลับก่อน"

แววตาของชุ่นอี่อีสั่นเล็กน้อยบ่งบอกได้ถึงความผิดหวัง

"เดี๋ยวพวกเราค่อยกลับมาใหม่ก็ได้ครับคุณหนู"

ลุงหมิงปลอบชุ่นอี่อีเบาๆ

"อืม"

ชุ่นอี่อีพยักหน้า

จากนั้นทั้งสองก็เดินเข้าไปในบ้านของซูข่าน ทันทีที่ก้าวเท้าเข้ามาในบ้าน ชุ่นอี่อีก็เห็นซูข่านกำลังนั่งอยู่ที่ใต้ต้นไม้ใหญ่

"พี่ซูข่านนนนน"

ชุ่นอี่อีวิ่งไปหาซูข่านทันทีและตะโกนด้วยรอยยิ้ม เมื่อเธอวิ่งมาใต้ต้นไม้เธอจ้องมองไปยังใบหน้าของซูข่านแบบไม่กระพริบตา

"อ้าวอี่อี ทำไมเธอถึงมาที่นี่อีกล่ะ?"

ซูข่านถามกับชุ่นอี่อีช้าๆ

"หนูมาบอกลาพี่ซูข่าน"

ชุ่นอี่อีพูดด้วยรอยยิ้ม

"การเจรจากับรัฐบาลเสร็จสิ้นลงแล้ว ธุรกิจที่ยุโรปก็ดันเกิดเรื่องขึ้นพอดี หนูเลยต้องกลับไปแก้ปัญหานิดหน่อย"

"เจรจาเรียบร้อยแล้วเหรอ? เร็วจัง"

ซูข่านถามด้วยความประหลาดใจ

ชุ่นอี่อีไม่ได้พูดรายละเอียดเกี่ยวกับการเจรจาเมื่อคืนนี้ แสดงว่าการเจรจาที่เกิดขึ้นนั้นอาจจะมีเรื่องอะไรบางอย่างก็ได้ ไม่อย่างงั้นตระกูลชุ่นคงไม่กลับประเทศเร็วขนาดนี้หรอก

เกิดอะไรขึ้นกับตระกูลชุ่นและการเจรจาเมื่อคืนกันนะ?

ในชาติที่แล้วก็ไม่เคยมีเรื่องแบบนี้ขึ้นมาก่อน ซูข่านเองก็ไม่สามารถเดาได้เลยว่าเรื่องราวจะเป็นยังไงบ้าง

"ใช่ค่ะ"

ชุ่นอี่อีตอบซูข่านพร้อมกับมองไปที่ซูข่านด้วยดวงตาที่เปล่งประกายสดใส

"หนูไม่อยากกลับไปเลย ทางมหาวิทยาลัยให้วันหยุดหนูตั้งหนึ่งเดือนแน่ะ ตอนแรกหนูว่าจะใช้เวลาอยู่ที่นี่ต่อสัก 2-3 วันแท้ ไม่น่าเกิดเรื่องขึ้นเลย"

"แต่พี่ซูข่านไม่ต้องห่วงนะ หลังจากที่หนูจัดการเรื่องทุกอย่างเสร็จหมดแล้ว หนูจะรีบกลับมาพี่ซูข่านทันทีเลย"

จากนั้นชุ่นอี่อีก็เอาแขนของซูข่านไปกอด

"เอ่อ…"

ซูข่านไม่ทันได้ตั้งตัว เขารู้สึกไม่สบายใจเล็กน้อยที่ชุ่นอี่อีได้ทำแบบนั้น ถ้าคนอื่นมาเห็นอาจจะเข้าใจอะไรผิดก็ได้ โชคดีจริงๆที่เฒ่าหลี่ไม่อยู่

จากนั้นซูข่านก็หัวเราะแห้งๆและพยายามดึงแขนของเขาออกจากอ้อมกอดของชุ่นอี่อี แม้ว่าตัวเธอจะเล็กแต่แรงกอดของเธอนั้นแน่นมาก เขาไม่สามารถดึงแขนออกจากเธอได้เลย

ซูข่านรู้สึกว่าตัวเองเหมือนนั้นแก่ทันทีเลย เขาไม่รู้เหตุผลทำไมเหมือนกันถึงได้สู้แรงของสาวมัธยมปลายคนนี้ไม่ได้

"ฮี่ๆๆ"

ชุ่นอี่อีจ้องไปที่ซูข่านและพูดด้วยรอยยิ้ม

"พี่ซูข่านจะเขินทำไมคะ? หนูเป็นคู่หมั้นของพี่ซูข่านนะ ถึงพี่จะกอดหนูก็ไม่มีใครว่าพี่หรอก"

"เอื้อ!!"

ซูข่านตกตะลึงไปชั่วขณะ เขาอยากจะกระอักเลือดออกมามาก นี่เขาไม่สามารถทำอะไรผู้หญิงคนนี้ได้เลยอย่างงั้นเหรอ?

จากนั้นซูข่านก็มองไปยังรอบๆและก็เห็นซงหมิงเจียงและบอดี้การ์ดของชุ่นอี่อีอยู่ พวกเขาทั้งสองพยายามหันหน้าหนีแต่มีรอยยิ้มเล็กๆบนใบหน้าพวกเขา

ซูข่านไม่รู้จะหัวเราะหรือร้องไห้กับสถานการณ์ตอนนี้ดี เขารู้สึกหดหู่มากถึงมากที่สุด