ตอนที่ 293

ตอนนี้สายตาทุกคู่จับจ้องมาที่จางหม่าน

จางหม่านที่ยืนอยู่ตรงกลางเวทีเลยพูดใส่ไมโครโฟนเบาๆ

"จากผลงานล่าสุดที่ทางบริษัทเราได้ทดลองไปกับตลาดอสังหาฯในเซียงเซียง ทางว่านเซี่ยงกรุ๊ปเชื่อว่ามีการประเมินมูลค่าตลาดอสังหาฯต่ำเกินไป"

"ว่านเซี่ยงกรุ๊ปของดิฉันพร้อมที่จะก้าวไปพร้อมกับชาวเซียงเจียงในเวลานี้"

"หมายความว่าไงครับ?"

"ท่านประธานจางหมายถึงภาวะราคาของอสังหาฯตอนนี้อยู่เหรอคะ?"

นักข่าวจำนวนมากตะโกนถามจางหม่านเสียงดัง

ไม่เพียงแต่นักข่าวเท่านั้นที่อยากจะรู้ ผู้คนที่กำลังรับฟังอยู่ก็เริ่มนั่งไม่ติดเก้าอี้พร้อมกับแสดงท่าทางอยากรู้อยากเห็นเหมือนกัน

จางหม่านไม่ได้สนใจคำถามของนักข่าว เธอได้พูดต่อว่า

"โดยแผนแรกที่ทางว่านเซี่ยงกรุ๊ปต้องการจะทำคือทุ่มเงินในการฟื้นฟูตลาดอสังหาฯ โดยเงินที่ทางว่านเซี่ยงกรุ๊ปพูดถึงนั่นมีมูลค่ามากกว่า 5,000 ล้าน"

ทันทีที่จางหม่านพูดจบภายในห้องก็เงียบสนิท สีหน้าของจางหม่านนั่นนิ่งสงบราวกับแม่น้ำ ส่วนผู้คนภายในห้องส่วนใหญ่เบิกตากว้างออกมาพร้อมกับอ้าปากเล็กน้อย

พวกเขากำลังอยู่ภาวะตกตะลึงกับแผนการที่จางหม่านได้บอก เงินจำนวนนั้นมันมหาศาลมากสำหรับพวกเขา

"หะ..หะ…5,000 ล้าน!!"

นักข่าวคนหนึ่งรวบรวมสติแล้วถามจางหม่านเสียงดัง

"ประธานจางคะ? คุณแน่ใจเหรอคะว่าว่านเซี่ยงกรุ๊ปของคุณจะสามารถทุ่มเงินมหาศาลกับแผนที่คุณเพิ่งได้บอกมาได้?"

"คุณไม่ได้กุเรื่องขึ้นมาใช่ไหมคะ?"

"แล้วทางว่านเซี่ยงกรุ๊ปสามารถหาเงินมากขนาดนั้นมาได้จริงๆเหรอคะ? ทางดิฉันเองก็ไม่เคยได้ยินธุรกิจอะไรของทางว่านเซี่ยงกรุ๊ปเลย"

จางหม่านยิ้มให้กับนักข่าวสาวและตอบคำถามของนักข่าวสาวคนนั้น

"ถ้าคุณไม่เชื่อว่าทางว่านเซี่ยงกรุ๊ปสามารถหาเงิน 5,000 ล้านมาได้ คุณลองถามผู้หญิงคนนั้นดูสิคะ"

"เธอคือหวางหมันหยู รองประธานอาวุโสของธนาคาร HSBC เซียงเจียง เธอสามารถตอบคำถามนี้แทนดิฉันได้ค่ะ"

จางหม่านพูดเสร็จก็ได้ยื่นมือและชี้ไปยังผู้หญิงสุดสวยอีกคนหนึ่งในกลุ่มผู้คน

ผู้หญิงคนดังกล่าวลุกขึ้นมาช้าๆ หน้าตาของเธอนั้นสวยไม่แพ้กับจางหม่านเลยแม้แต่น้อย รูปร่างของเธอก็ดูดีเช่นเดียวกัน

ผู้จัดการหวางหรือหวางหมันหยูนั่นเอง

ด้วยผลงานล่าสุดที่เธอได้ทำร่วมกับซูข่าน ทางธนาคาร HSBC สามารถทำเงินได้มากมายจากฟิวเจอร์น้ำมัน เธอจึงได้เลื่อนจำแหน่งจากผู้จัดการฝ่ายการเงินเป็นรองประธาน HSBC ในเซียงเจียง

ด้วยอายุของหวางหมันหยูที่ยังสาวอยู่นั้น บวกกับผลงานที่เธอทำได้ คาดว่าในปีหน้าเธออาจจะได้เลื่อนตำแหน่งอีกครั้งก็เป็นได้

"เรียนทุกท่านค่ะ"

"ในนามของธนาคาร HSBC ดิฉันขอยืนยันว่าทางบริษัทว่านเซี่ยงรวมไปถึงว่านเซี่ยงกรุ๊ปนั้น สามารถเบิกเงิน 5,000 ล้านจาก HSBC ได้ทุกเมื่อที่ทางว่านเซี่ยงกรุ๊ปต้องการค่ะ"

หวางหมันหยูพูดด้วยรอยยิ้มช้าๆ ทำไมคุณซูมีแผนอะไรทำไมไม่บอกกับฉันเลย

อยู่ๆเขาก็ไปซื้อหุ้นของบริษัทอสังหาฯจงฮงซะอย่างงั้น แล้วตอนนี้ก็ยังประกาศว่าจะทุ่มเงินมหาศาลช่วยตลาดอสังหาฯอีก

ซูข่านได้มองภาพการแถลงข่าววันนี้ออกทั้งหมด เขารู้ว่านักข่าวจะต้องถามคำถามแปลกๆให้กับจางหม่าน

เขาเลยบอกให้จางหม่านเชิญหวางหมันหยูมาเป็นแขกในงานนี้ด้วย

ทางหวางหมันหยูเองก็ไม่ได้อยากจะมางานที่ไม่มีซูข่านเท่าไหร่หรอก แต่ที่เธอต้องมาเพราะว่านเซี่ยงกรุ๊ปนั้นเป็นลูกค้า VIP ของทาง HSBC

บริษัทที่มีกระแสเงินสดหมุนเวียนอยู่เป็นหมื่นล้าน จะมีลูกค้าที่ไหนดีไปกว่านี้อีก

"รองประธาน HSBC ได้ยืนยันกับตัวแบบนี้ แสดงว่าว่านเซี่ยงกรุ๊ปต้องการทุ่มเงินเพื่อฟื้นฟูตลาดอสังหาฯในเซียงเจียงเป็นเรื่องจริงงั้นเหรอ?"

"พระเจ้าช่วย นี่มันเป็นข่าวใหญ่"

"รับติดต่อโรงงานเดี่ยวนี้เลย ถ้าหากแก้ไขข่าวตอนนี้น่าจะทันลงหนังสือพิมพ์ฉบับพรุ่งนี้"

"ข่าวนี้ต้องทำให้เซียงเจียงแตกตื่นอย่างแน่นอน"

"ต้องรีบกลับไปรายงานข่าวนี้ที่สถานทีแล้ว"

"มีใครแจ้งข่าวนี้ไปยังตลาดหุ้นแล้วบ้าง? หุ้นอสังหาฯที่นั่นเป็นยังไง"

หวางหมันหยูเองก็เป็นคนที่มีชื่อเสียงพอสมควรในเซียงเจียง เธอมักจะปรากฏในหน้าหนังสือพิมพ์อยู่บ่อยครั้งเกี่ยวกับข่าวของ HSBC

เธอได้เป็นรองประธานทั้งที่อายุยังน้อย หลายต่อหลายคนทำงานมาชั่วชีวิตยังแทบไม่มีสิทธิเป็นผู้จัดการเลย

และการได้มาเป็นรองประธานธนาคาร HSBC นั้น เป็นความใฝ่ฝันของใครหลายๆคน

บรรดานักข่าวและสื่อหนังสือพิมพ์ต่างตกใจและลนลานในการรีบส่งข่าวไปยังสังกัดของตัวเอง

โดยข่าวที่สามารถแพร่กระจ่ายได้เร็วสุดนั้น ก็ต้องเป็นวิทยุกับข่าวในรายการทีวี ส่วนหนังสือพิมพ์อย่างเร็วสุดก็ต้องเป็นพรุ่งนี้เช้า

พวกสื่อจากสำนักพิมพ์ต้องเรียกตัวคนเขียนข่าวให้กลับมาเขียนข่าวนี้ทันที ข่าวใหญ่แบบนี้ถ้าเขียนรายละเอียดไม่ครบมีหวังหนังสือพิมพ์ได้เสียชื่อแน่

เมื่อมองดูความวุ่นวายในที่แถลงข่าว จางหม่านก็ได้พยักหน้าด้วยความพึงพอใจเบาๆ ไม่นึกเลยว่าข่าวที่เธอปล่อยจะทำให้ผู้คนที่นี่แตกตื่นขนาดนี้

ข่าวนี้ของจางหม่านจะต้องแพร่กระจายไปทั่วทั้งเมือง ส่วนข่าวการเปลี่ยนผู้ถือหุ้นของบริษัทอสังหาฯจงฮงก็ถูกลบหายไปอย่างรวดเร็ว

แผนการทั้งหมดถูกคิดโดยชายคนนั้น เขาช่างเป็นคนที่น่าทึ่งเหมือนเดิม

จางหม่านคิดกับตัวเองในใจ

ไม่นานข่าวก็ได้แพร่กระจายออกไปอย่างรวดเร็ว สถานีโทรทัศน์ที่กำลังฉายละครอยู่ บางสถานทีก็ได้ตัดภาพมารายงานข่าวนี้ทันที

ขณะเดียวกับ ณ ตึกสำนักงานใหญ่ของหลี่กรุ๊ป มีเสียงดังขึ้นในห้องๆหนึ่ง

"อะไรนะ!!"

"คฤหาสน์ในเกาเลียงก็โดนซื้อไปแล้วงั้นเหรอ?"

"ซงฮั่วก็ด้วยใช่ไหม?"

ผู้ชายคนหนึ่งขยับแว่นกรอบทองของเขาให้กระชับกับดวงตามากขึ้น สายตาอันเฉียบแหลมได้มองไปยังชายวัยกลางคนอายุประมาณ 40 ข้างหน้าเขา

"ตอนนี้ตลาดอสังหาฯกำลังอยู่ในช่วงขาลง บริษัทอื่นๆก็ไม่มีใครที่จะกล้าซื้ออสังหาฯริมทรัพย์แท้ๆ มันเกิดเรื่องบ้าแบบนี้ขึ้นได้ยังไง?"

หลี่เจียเฉิงลุกขึ้นยืนจากเกาอี้และพูดออกมาอย่างรวดเร็ว

"ห๊า!!"

เสียงของชายสวมแว่นทุ้มและต่ำมาก แสดงได้ถึงความโกรธจัด

"คุณหลี่ครับ"

ชายวัยกลางคนได้มองไปที่หลี่เจียเฉิงที่กำลังโกรธจัดและรีบอธิบายอย่างรวดเร็ว

"ผมได้ติดตามอสังหาฯตามที่คุณหลี่ได้บอกไว้แล้ว และในช่วงที่ผมกำลังจะเตรียมเข้าไปพูดคุยกับพวกเขา พวกเขาก็บอกว่าอสังหาฯนั้นขายไปแล้ว"

นี่เป็นเรื่องที่ทำให้เขาประหลาดใจอย่างมาก เหตุการณ์นี้ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นแค่ครั้งเดียว

พวกเขารู้ว่าทำอะไรช้ากว่าหนึ่งก้าวเสมอ เหมือนกับกำลังเดินตามรอยเท้าใครบางคน

"มันเป็นใคร?"

หลี่เจียเฉิงสูดหายใจเข้าลึกๆระงับความโกรธ จากนั้นก็นั่งลง เขาเฝ้าดูอสังหาฯพวกนี้มานาน อยู่ก็มีคนมาปาดหน้าซื้อก่อนเขาซะงั้น

"ผมตรวจสอบมาแล้วครับ"

ชายวัยกลางคนพูดด้วยน้ำเสียงที่สั่นๆเล็กน้อย

"อสังหาฯที่ซื้อตัดหน้าเราทั้งหมดถูกซื้อโดยว่านเซี่ยงกรุ๊ปครับ"

"ว่านเซี่ยงกรุ๊ป?"

หลี่เจียเฉิงรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยที่ได้ยิน