ตอนที่ 222

ลำไส้ของหมูนั้นมีสีสันที่ชวนน่ากินอย่างมาก มีน้ำซอสสูตรของเฒ่าจางได้ราดบนมาตัวลำไส้ด้วย

มันเป็นอาหารจีนดั้งเดิม และเฒ่าจางก็มีฝืมือระดับเสิร์ฟให้กับฮ่องเต้อีกด้วย

มีคนจำนวนมากได้ต่อแถวเพื่อมารอกินอาหารของร้านวังหลวงแห่งนี้ ในช่วงเวลาเที่ยงถึงเย็น หากมาช้าไปแค่นิดเดียวก็อาจจะไม่ได้กินเลยก็ได้

"เชิญครับคุณซู"

เฒ่าจางพูดด้วยความเคารพ

ซูข่านได้หยิบตะเกียบขึ้นมาและหยิบไปที่ไส้หมูหนึ่งชิ้น ก่อนจะเอาเข้าปากและกัดเคี้ยวเบาๆ รสชาติของน้ำซอสก็ได้ระเบิดไปทั่วทั้งปากของซูข่าน

รสชาติของน้ำซอสที่เข้มข้น กลิ่นหอมของเครื่องเทศ ทุกอย่างได้กระจายไปทั่วทั้งปากของซูข่าน

"รสชาติอร่อยเหมือนเดิมเลย"

ซูข่านยกนิ้วโป้งให้กับเฒ่าจาง ฝีมือของเฒ่าจางนั้นไม่มีตกเลยแม้แต่น้อย อาหารทุกจานของเขาถูกปรุงรสมาอย่างดีและที่สำคัญ มันอร่อยมาก

ไส้หมูนึ่งแล้วราดซอสสูตรพิเศษของทางร้าน น่าเป็นเมนูที่ซูข่านชอบที่สุดแล้ว มันสามารถกินคู่กับผัดผักอีกจานในการตัดรสชาติที่เลี่ยนเกินไปได้อีก หากว่าต้องการซดน้ำก็มีน้ำซุปที่เคี่ยวไว้อย่างดีอยู่ข้างๆ

ดูเป็นอาหารที่ตามบ้านทั่วไปก็สามารถทำตามได้ แต่รสชาติอาจจะไม่ดีเท่ากับที่เฒ่าจางทำ

"ขอบคุณสำหรับคำชมครับคุณซู"

เฒ่าจางยิ้มแก้มปริออกมา ใบหน้าที่เป็นกังวลเมื่อสักครู่ได้หายไปแล้ว

ไม่นานซูข่านก็อิ่ม เขากินได้อย่างละนิดอย่างละหน่อยเท่านั้น ที่เหลือตอนนี้ก็มีซงหมิงเจียวกับชูเฟิงที่กำลังกินกันอยู่

ซงหมิงเจียงนั้นต้องกินเยอะกว่าปกติอยู่แล้ว เขามีการออกกำลังกายและฝึกซ้อมตัวเองทุกวัน เขาต้องการสารอาหารเพื่อทดแทนพลังงานที่สูญเสียไป

ส่วนชูเฟิงนั้นเริ่มจะกินข้าวจานที่สามแล้ว เด็กที่กำลังโตก็ต้องการสารอาหารไม่น้อยไปกว่านักกีฬาเลย แต่การที่ครอบครัวของเขายากจนทำให้สารอาหารที่เขาได้รับ ไม่เพียงพอกับช่วงวัยของเขา

ไม่แปลกที่ทำไมชูเฟิงจะดูผอมกว่าเด็กคนอื่นเล็กน้อย

ในอนาคต ตอนเด็กพ่อแม่มักจะบอกว่าให้เรากินข้าวเยอะๆ จะได้โตไวๆ แต่พอตัวเริ่มอ้วนขึ้นมาหน่อย พ่อแม่ก็เปลี่ยนคำพูดซะงั้น กินน้อยๆบางก็ได้ตัวโตเป็นโอ่งแล้วเนี่ย พ่อแม่นี่ก็เนอะ

ซูข่านได้วางตะเกียบและเช็ดปากของเขา

"ลูกค้าเป็นยังไงบ้าง?"

ซูข่านมองไปยังเฒ่าจางและถาม ระหว่างที่ซูข่านได้เดินเข้ามาในห้องนี้ ข้างนอกก็เต็มไปด้วยลูกค้ามากมาย

ขนาดร้านอาหารฝั่งนี้จะเป็นฝั่งที่มีห้องส่วนตัว ซูข่านยังเห็นคนเดินเข้าออกอยู่จำนวนมาก

"คุณซูครับ หลังจากที่ร้านได้ขยายมายังฝั่งนี้ ลูกค้าก็แน่นตลอดเลยครับ"

เฒ่าจางพูดอย่างภาคภูมิใจ

"ห้องส่วนตัวของที่นี่เต็มตลอด 100% ตั้งแต่เปิดฝั่งนี้เลยครับ โดยรวมแล้วลูกค้าได้เพิ่มจากเดิมประมาณ 20%"

"อย่างลูกค้าเก่าที่เป็นขาประจำพวกเขาก็ได้เชิญชวนเพื่อนพี่น้องของพวกเรามาทาน ทำให้ลูกค้าใหม่ๆของร้านก็เยอะขึ้นไปอีก พวกคนที่ลูกค้าประจำชวนมาก็ได้ชวนครอบครัวของพวกเขามาอีก"

"ในเวลา 1 เดือนที่ผ่านมา ลูกค้าหน้าใหม่ของทางร้านเพิ่มเยอะขึ้นมามาก และลูกค้าทั้งหมดต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าอาหารของร้านนี้อร่อย"

ต้องบอกได้เลยว่าเฒ่าจางนั้นเก่งมากๆ นอกจากฝีมือการทำอาหารแล้ว คุณภาพของพนักงานต้อนรับที่เฒ่าจางได้อบรมเป็นพิเศษ นี่ก็เป็นสิ่งที่มัดใจลูกค้าได้ เฒ่าจางอาจจะไม่รู้ว่าสิ่งเล็กๆแค่นี้มันทำให้ร้านนี้ยิ่งใหญ่ขนาดไหน

"เฒ่าจางจัดการร้านนี้ได้ดีมาก ฉันไม่คิดเลยว่าร้านที่เฒ่าจางเปิดครั้งแรกจะประสบความสำเร็จขนาดนี้"

"คุณซูชมผมเกินไปแล้วครับ"

เฒ่าจางพูดอย่างสุภาพและนอบน้อม

ถึงแม้ว่าเฒ่าจางจะถ่อมตัวของเขามาก แต่น้ำเสียงและสีหน้าของเฒ่าจางนั้น แสดงได้ถึงความภาคภูมิใจสุดๆ

ตัวของเฒ่าจางนั้นไม่คิดเลยว่าร้านอาหารวังหลวงจะมีลูกค้าเยอะขนาดนี้ ด้วยความที่ซูข่านเปิดร้านอาหารให้กับเฒ่าจาง มันทำให้เฒ่าจางรู้สึกกดดันมากๆตอนแรก แต่ตอนนี้เขาได้คลายความกดดันนั้นไปด้วยฝีมือของเขา

ขนาดคนจากสถานฑูตยังมากินถึงที่นี่เลย แถมพวกเขายังถ่ายรูปเป็นที่ระลึกอีกด้วย เฒ่าจางภูมิใจร้านอาหารวังหลวงมาก

จะมีสักกี่คนในหนานจิงที่สามารถเปิดร้านอาหารแล้วคนเยอะตั้งแต่วันแรกได้บ้าง? นอกจาก KFC ที่พนักงานของเขาเล่าให้ฟังแล้วเฒ่าจางก็ไม่เคยเห็นร้านไหนเป็นแบบร้านนี้มาก่อน

"เฒ่าจางจัดการร้านนี้ได้ดี ฉันก็โล่งใจ"

ซูข่านพูดด้วยรอยยิ้ม

"ดูเหมือนว่าบ้านข้างๆ 2 หลังยังว่างให้เฒ่าจางขยายร้านได้อีกนะ"

"อะไรนะบ้านข้างๆ 2 หลัง"

คำพูดของซูข่านทำให้เฒ่าจางตกใจมาก ร้านอาหารวังหลวงนี่ก็ได้ดัดแปลงมาจากบ้านของซูข่าน และตอนนี้ซูข่านกำลังจะยกบ้านข้างๆให้เขาอีก 2 หลัง

คุณซูมีบ้านกี่หลังกันแน่เนี่ย?

"ห๊าา"

ชูเฟิงอ้าปากค้างจากคำพูดของซูข่าน พี่สามกำลังจะยกบ้าน 2 หลังเพื่อเปิดร้านวังหลวงอีกอย่างงั้นเหรอ?

พี่สามยอดเยี่ยมเกินไปแล้ว เก่งเกินกว่าที่คิดไว้อีก ชูเฟิงมองไปที่ซูข่านด้วยสายตาที่ไม่กระพริบ ขณะในมือของเขายังถือตะเกียบและคีบอาหารอยู่

รู้ไหมว่าบ้านของชูเฟิงมีเล็กกว่าห้องกินข้าวส่วนตัวห้องนี้อีก แถมยังมีหลายครอบครัวอาศัยอยู่ด้วย ห้องเล็กๆของเขาก็เพียงพอสำหรับอยู่อาศัยแล้ว 4 คน

แต่พี่สามกำลังยกจะยกบ้าน 2 หลังนี้ได้อย่างง่ายดาย

"พี่สามมีบ้านกี่หลังกันแน่?"

ชูเฟิงพยายามนับบ้านของซูข่าน เขาได้นับบ้านของซูข่านไว้ในใจ

"บ้านที่พี่สามอยู่ บ้านที่อยู่ท้ายซอย บ้านที่เปิดร้านวังหลวง บ้านที่ขยายจากร้านวังหลวง ละก็อีก 2 หลัง"

"6 หลัง!! บ้าไปแล้ว!!"

ชูเฟิงตะลึงกับจำนวนบ้านที่ซูข่านมีมาก

"ที่นี่มันยังดูเล็กเกินไป"

ซูข่านพูดกับเฒ่าจางเบาๆ

ถึงขนาดที่เอาบ้านหลังเปล่าๆมาทำเป็นร้านอาหารอย่างเดียวแล้ว ซูข่านยังรู้สึกว่าร้านอาหารวังหลวงยังคับแคบไปหน่อย

เฒ่าจางหน้าซีดเล็กน้อยและมองไปที่ซูข่าน ร้านขนาดนี้คุณซูบอกว่ามันเล็กเกินไป

ทั้งหนานจิงไม่มีร้านอาหารไหนใหญ่เท่ากับร้านที่นี่แล้ว คุณซูต้องการจะเปิดให้ใหญ่เท่ากับสนามฟุตบอลเลยรึยังไงกัน?

หากมีร้านอาหารขนาดนั้นจริงเกิดขึ้นมา มันก็คู่ควรที่ต้องเป็นของคุณซูอยู่แล้ว เขาเหมาะสมที่จะเป็นเจ้าของร้านใหญ่ๆแบบนั้นได้

ซงหมิงเจียงเป็นคนเดียวในห้องที่ไม่ตกใจในคำพูดของซูข่าน เขาได้ติดตามซูข่านไปที่เซียงเจียงมาแล้ว เขารู้ได้โดยธรรมชาติว่าพี่สามคนนี้ยอดเยี่ยมแค่ไหน

"ก็สมกับเป็นพี่สามทุกอย่างจริงๆ"

ซงหมิงเจียงพูดกับตัวเองเงียบๆคนเดียว