"เธอไปเรียนกับเฒ่าหลี่ต่อเถอะ เดี๋ยวฉันจะติดต่อคนที่เซียงเจียงให้"
ซูข่านมองไปที่จ้าวชิงชิงที่นั่งอยู่ เขารู้สึกว่าจ้าวชิงชิงได้มองเขาด้วยสายตาแปลกๆจึงรีบไล่เธอ
จ้าวชิงชิงลุกขึ้นอย่างเชื่อฟัง เธอรีบเข้าไปในบ้านอย่างรวดเร็ว แต่ก่อนที่เธอจะเข้าไปในบ้านเธอได้หันกลับมามองพร้อมกับโบกมือให้กับซูข่าน ซูข่านเลยส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้
"หมิงเจียง ตอนนี้กี่โมงแล้ว?"
ซูข่านตะโกนเข้าไปในบ้าน จากนั้นซงหมิงเจียงและหลี่เจียงเฝิงก็เดินออกมา พวกเขาทั้งสองพยายามหาอะไรทำในบ้านระหว่างที่ซูข่านคุยกับจ้าวชิงชิง
"เกือบบ่าย 3 แล้วครับ"
ซงหมิงเจียงเปิดประตูบ้านออกมาแล้วเดินมาบอกกับซูข่านอย่างรวดเร็ว วันนี้ไม่ใช่หยุดสุดสัปดาห์ผู้คนยังคงทำงานกันอยู่ เช่นเดียวกันกับที่เซียงเจียง พวกเขาก็ยังทำงานเช่นกัน
ไม่รู้ว่าวันนี้จางหม่านเข้าบริษัทรึเปล่าเนี่ยสิ หลังจากที่คิดจบซูข่านก็ได้เทชาลงในถ้วยแล้วจิบมันช้าๆ
ครึ่งชั่วโมงต่อมาซูข่านก็ได้ลุกขึ้นและออกจากบ้านไป เขาเดินไปในซอยเรื่อยๆ ซงหมิงเจียงและหลี่เจียงเฝิงก็ได้เดินตามซูข่านอยู่ไม่ห่างมากนัก
เวลาที่ผ่านมาซงหมิงเจียงก็ได้ถ่ายทอดความรู้ที่จะรักษาความปลอดภัยกับบุคคลสำคัญให้กับหลี่เจียงเฝิงแล้ว
หลี่เจียงเฝิงเองรู้สึกว่ามันสุดยอดมาก เขาไม่คิดเลยว่าการเป็นบอดี้การ์ดต้องมีข้อปฏิบัติเยอะขนาดนี้ มันดูวุ่นวายก็จริงแต่ก็สามารถคุ้มครองบุคคลสำคัญได้ดีมาก
ซูข่านเดินไปถึงร้านที่ขายหนังสือพิมพ์ที่อยู่ไม่ไกลจากบ้านนัก
"อ้าวซูข่านไม่ได้เจอกันตั้งนาน วันนี้มาโทรไปต่างประเทศอีกแล้วใช่ไหม?"
เจ้าของร้านหนังสือพิมพ์ได้ทักทายซูข่านที่เพิ่งเดินเข้าร้านมา
"พ่อหนุ่มวันก่อนที่พูดภาษาอังกฤษนี่นา"
"พ่อหนุ่มชื่อซูข่านเหรอ?"
"ข้าเห็นพ่อหนุ่มนี่มีรถด้วยนะ แต่มันก็เก่าพอๆกับอายุข้าเลย ฮ่าๆๆๆ"
"อย่างน้อยมันยังเป็นรถนะ คนแก่ๆอย่างพวกเรายังไม่มีปัญญาซื้อเลย"
"พ่อหนุ่มมีรถด้วยเหรอ? แสดงว่าพ่อหนุ่มนี่ก็รวยใช้ได้เลยนะเนี่ย"
"วันนี้มาพูดแปลกๆอีกด้วยไหม ข้าของฟังอีกสักรอบหน่อยเถอะ"
คนเฒ่าคนแก่ที่เล่นหมากรุกอยู่หน้าร้านได้ยินเจ้าของร้านทักทายซูข่าน ที่เหลือก็ต่างแซวซูข่านกันยกใหญ่ พวกเขาดูตื่นเต้นกับการพูดภาษาอังกฤษอย่างมาก
ซูข่านกลอกตามองบนอย่างเหนื่อยใจ หากว่าพูดความจริงคงไม่มีใครเชื่อหรอก พวกเขาคงหาว่าซูข่านเองเป็นบ้าแน่ๆที่พูดถึงเรื่องเงินหลายพันหลายหมื่นล้าน
ครั้งก่อนที่มาซูข่านได้พูดภาษาจีนกวางตุ้งไป แต่ดันมีคนฟังรู้เรื่องซะงั้น แล้วเขาก็แพร่กระจายเรื่องเงินของซูข่านไปทั่ว แต่กลับไม่มีใครเชื่อเลย
ขนาดเศรษฐีบางคนที่อยู่ในหนานจิงยังมีเงินน้อยกว่าซูข่านอีกด้วย
จากนั้นซูข่านก็ได้หรี่ตาลงและยิ้มอย่างชั่วร้าย
"ผมพูดเรื่องจริงทั้งหมดนะครับ ฮ่าๆๆ"
เมื่อพวกลุงๆได้ยินกันก็หัวเราะชอบใจกันใหญ่ บางคนก็หัวเราะจนน้ำตาไหลเลย
สำหรับพวกเขาแล้ว พวกเขามองซูข่านเป็นแค่เด็กที่พูดภาษาอื่นได้เท่านั้น เขาไม่เชื่อข่าวที่คนชื่อหวางบอกเลยสักนิด คนที่ชื่อหวางเที่ยวพูดเรื่องเดิมซ้ำไปซ้ำมาจนพวกเขารำคาญเลยแหละ
"ถ้ามีเยอะก็แบ่งลุงด้วยละกัน"
"เลี้ยงน้ำข้าด้วยนะพ่อหนุ่ม ฮ่าๆๆๆ"
ซูข่านก็ส่ายหัวแล้วหันหน้าไปที่โทรศัพท์ก่อนจะยกขึ้นมาแล้วกดหมายเลขของเซียงเจียงลงไป
ไม่นานเสียงของจางหม่านก็ได้ดังขึ้น
"เจ้านาย"
เสียงของจางหม่านดูดีใจมากที่ซูข่านโทรกลับมา เป็นเวลานานมากที่เธอไม่ได้ยินเสียงของซูข่าน
"อืม"
ซูข่านตอบเบาๆ จากนั้นเขาก็พูดกับจางหม่านเป็นภาษาอังกฤษทันที
"เธอไปจดทะเบียนบริษัทใหม่ให้ฉันที เป็นบริษัทที่จัดการเกี่ยวกับเรื่องของสิทธิบัตร"
"ไปหาคนที่มีความรู้ด้านสิทธิบัตรโดยเฉพาะมาด้วย ถึงแม้ว่าจะเป็นคนที่ดูไม่ได้เรื่องก็ตามแต่ถ้าความรู้แน่นก็พอแล้ว"
จางหม่านประหลาดใจเล็กน้อยและถามด้วยความสงสัย
"ด่วนไหมคะเจ้านาย"
"ด่วน"
ซูข่านรีบตอบอย่างรวดเร็ว
"หลังจากที่ทำเรื่องอะไรเรียบร้อยแล้ว ให้รีบพามาที่หนานจิงทันที"
ทุกวันนี้มีสายการบินที่สามารถขึ้นจากเซียงเจียงและตรงดิ่งมายังหนานจิงได้ทันที จางหม่านเองก็เคยนั่งเครื่องบินกลับเซียงเจียงแล้ว แต่การขึ้นเครื่องบินจำเป็นต้องมีเอกสารยืนยันตัวมากมาย
เครื่องบินที่บินจากหนานจิงสู่เซียงเจียงนั้นเร็วกว่าการขึ้นรถไฟหลายเท่า สามารถเดินทางให้ถึงได้ภายในวันเดียวด้วยซ้ำ
"ได้ค่ะเจ้านาย"
จางหม่านรีบพูดอย่างรวดเร็วหลังซูข่านพูดจบ
ซูข่านเป็นเจ้านายของเธอโดยตรง ดังนั้นเมื่อเจ้านายได้สั่งแล้ว เธอมีหน้าที่ทำตามเท่านั้น เป็นเพียงคนที่เชื่อฟังและรับผิดชอบ
นี่เป็นเหตุผลที่ซูข่านเลือกให้จางหม่านมาทำตำแหน่งนี้ เธอเป็นคนที่เชื่อฟังซูข่านมากๆ คนที่มีความสามารถหรือเก่งๆหลายคนชอบเชื่อความคิดตัวเอง พวกเขาไม่ชอบการทำตามคำสั่งเท่าไหร่
อีกอย่างหนึ่งคือซูข่านไม่อยากได้คนที่มีความสามารถหรือเก่งแบบนั้นมาอยู่กับเขา
บริษัทของซูข่านเองจำเป็นต้องดำเนินการตามแผนที่เขาวางเอาไว้ ไม่จำเป็นต้องมีการคิดนอกกรอบหรือทำตามใจตัวเอง
ซูข่านมั่นใจว่าเขาสามารถพาบริษัทของเขาไปยังจุดสูงสุดได้
ยิ่งไปกว่านั้น ซูแคนไม่ต้องการคนที่มีความสามารถมากเกินไป
หลังจากนั้นทั้งสองก็วางสายโทรศัพท์
จางหม่านหรี่ตาลงเล็กน้อยแล้วคิดกับตัวเอง
"จะได้เจอเจ้านายอีกแล้ว"
"แต่.."
หลังจากคิดถึงหน้าของซูข่านแล้ว จางหม่านก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย เธอเคยศึกษาเกี่ยวกับกฏหมายของมหาวิทยาลัยอิมพีเรียลมา ถึงแม้ว่าจะเป็นวิทยาเขตใต้ก็เถอะ
แต่เธอก็ได้เรียนเกี่ยวกับสิทธิบัตรมาบ้าง หากเป็นไปได้เธอก็อยากจะจัดการบริษัทใหม่ที่กำลังจะจัดตั้งขึ้นมานี้เหมือนกัน แต่การที่บริหารบริษัทว่านเซี่ยงเนี่ย ทำให้เวลาของเธอแทบไม่มีแล้ว
"คนที่เจ้านายหมายถึงนี่ต้องเป็นพวกจบใหม่ด้วยไหมนะ?"
จ่างหม่านถอนหายใจ
"เดี่ยวก่อนนะ"
"บางทีเขาอาจจะทำได้ก็ได้นะ"
ดวงตาของจางหม่านเบิกกว้างขึ้นและเป็นประกายทันที
"แต่ชายคนนี้เขาผ่านความยากลำบากมามากมายนี่สิ บางทีเขาอาจจะปฏิเสธก็ได้"
"ลองชวนดูก่อนก็ไม่ได้เสียหายอะไรซักหน่อย เจ้านายเองก็พูดเองว่าเอาคนที่มีความรู้"
ดวงตาของจางหม่านหรี่ลงเล็กน้อย อยู่ๆเธอก็มีออร่าที่ดุร้ายและทรงพลังแผ่ออกมา ภายในห้องทำงานของเธอตอนนี้เต็มไปด้วยบรรยากาศตึงเครียด
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved