ตอนที่ 245

"เธอไปเรียนกับเฒ่าหลี่ต่อเถอะ เดี๋ยวฉันจะติดต่อคนที่เซียงเจียงให้"

ซูข่านมองไปที่จ้าวชิงชิงที่นั่งอยู่ เขารู้สึกว่าจ้าวชิงชิงได้มองเขาด้วยสายตาแปลกๆจึงรีบไล่เธอ

จ้าวชิงชิงลุกขึ้นอย่างเชื่อฟัง เธอรีบเข้าไปในบ้านอย่างรวดเร็ว แต่ก่อนที่เธอจะเข้าไปในบ้านเธอได้หันกลับมามองพร้อมกับโบกมือให้กับซูข่าน ซูข่านเลยส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้

"หมิงเจียง ตอนนี้กี่โมงแล้ว?"

ซูข่านตะโกนเข้าไปในบ้าน จากนั้นซงหมิงเจียงและหลี่เจียงเฝิงก็เดินออกมา พวกเขาทั้งสองพยายามหาอะไรทำในบ้านระหว่างที่ซูข่านคุยกับจ้าวชิงชิง

"เกือบบ่าย 3 แล้วครับ"

ซงหมิงเจียงเปิดประตูบ้านออกมาแล้วเดินมาบอกกับซูข่านอย่างรวดเร็ว วันนี้ไม่ใช่หยุดสุดสัปดาห์ผู้คนยังคงทำงานกันอยู่ เช่นเดียวกันกับที่เซียงเจียง พวกเขาก็ยังทำงานเช่นกัน

ไม่รู้ว่าวันนี้จางหม่านเข้าบริษัทรึเปล่าเนี่ยสิ หลังจากที่คิดจบซูข่านก็ได้เทชาลงในถ้วยแล้วจิบมันช้าๆ

ครึ่งชั่วโมงต่อมาซูข่านก็ได้ลุกขึ้นและออกจากบ้านไป เขาเดินไปในซอยเรื่อยๆ ซงหมิงเจียงและหลี่เจียงเฝิงก็ได้เดินตามซูข่านอยู่ไม่ห่างมากนัก

เวลาที่ผ่านมาซงหมิงเจียงก็ได้ถ่ายทอดความรู้ที่จะรักษาความปลอดภัยกับบุคคลสำคัญให้กับหลี่เจียงเฝิงแล้ว

หลี่เจียงเฝิงเองรู้สึกว่ามันสุดยอดมาก เขาไม่คิดเลยว่าการเป็นบอดี้การ์ดต้องมีข้อปฏิบัติเยอะขนาดนี้ มันดูวุ่นวายก็จริงแต่ก็สามารถคุ้มครองบุคคลสำคัญได้ดีมาก

ซูข่านเดินไปถึงร้านที่ขายหนังสือพิมพ์ที่อยู่ไม่ไกลจากบ้านนัก

"อ้าวซูข่านไม่ได้เจอกันตั้งนาน วันนี้มาโทรไปต่างประเทศอีกแล้วใช่ไหม?"

เจ้าของร้านหนังสือพิมพ์ได้ทักทายซูข่านที่เพิ่งเดินเข้าร้านมา

"พ่อหนุ่มวันก่อนที่พูดภาษาอังกฤษนี่นา"

"พ่อหนุ่มชื่อซูข่านเหรอ?"

"ข้าเห็นพ่อหนุ่มนี่มีรถด้วยนะ แต่มันก็เก่าพอๆกับอายุข้าเลย ฮ่าๆๆๆ"

"อย่างน้อยมันยังเป็นรถนะ คนแก่ๆอย่างพวกเรายังไม่มีปัญญาซื้อเลย"

"พ่อหนุ่มมีรถด้วยเหรอ? แสดงว่าพ่อหนุ่มนี่ก็รวยใช้ได้เลยนะเนี่ย"

"วันนี้มาพูดแปลกๆอีกด้วยไหม ข้าของฟังอีกสักรอบหน่อยเถอะ"

คนเฒ่าคนแก่ที่เล่นหมากรุกอยู่หน้าร้านได้ยินเจ้าของร้านทักทายซูข่าน ที่เหลือก็ต่างแซวซูข่านกันยกใหญ่ พวกเขาดูตื่นเต้นกับการพูดภาษาอังกฤษอย่างมาก

ซูข่านกลอกตามองบนอย่างเหนื่อยใจ หากว่าพูดความจริงคงไม่มีใครเชื่อหรอก พวกเขาคงหาว่าซูข่านเองเป็นบ้าแน่ๆที่พูดถึงเรื่องเงินหลายพันหลายหมื่นล้าน

ครั้งก่อนที่มาซูข่านได้พูดภาษาจีนกวางตุ้งไป แต่ดันมีคนฟังรู้เรื่องซะงั้น แล้วเขาก็แพร่กระจายเรื่องเงินของซูข่านไปทั่ว แต่กลับไม่มีใครเชื่อเลย

ขนาดเศรษฐีบางคนที่อยู่ในหนานจิงยังมีเงินน้อยกว่าซูข่านอีกด้วย

จากนั้นซูข่านก็ได้หรี่ตาลงและยิ้มอย่างชั่วร้าย

"ผมพูดเรื่องจริงทั้งหมดนะครับ ฮ่าๆๆ"

เมื่อพวกลุงๆได้ยินกันก็หัวเราะชอบใจกันใหญ่ บางคนก็หัวเราะจนน้ำตาไหลเลย

สำหรับพวกเขาแล้ว พวกเขามองซูข่านเป็นแค่เด็กที่พูดภาษาอื่นได้เท่านั้น เขาไม่เชื่อข่าวที่คนชื่อหวางบอกเลยสักนิด คนที่ชื่อหวางเที่ยวพูดเรื่องเดิมซ้ำไปซ้ำมาจนพวกเขารำคาญเลยแหละ

"ถ้ามีเยอะก็แบ่งลุงด้วยละกัน"

"เลี้ยงน้ำข้าด้วยนะพ่อหนุ่ม ฮ่าๆๆๆ"

ซูข่านก็ส่ายหัวแล้วหันหน้าไปที่โทรศัพท์ก่อนจะยกขึ้นมาแล้วกดหมายเลขของเซียงเจียงลงไป

ไม่นานเสียงของจางหม่านก็ได้ดังขึ้น

"เจ้านาย"

เสียงของจางหม่านดูดีใจมากที่ซูข่านโทรกลับมา เป็นเวลานานมากที่เธอไม่ได้ยินเสียงของซูข่าน

"อืม"

ซูข่านตอบเบาๆ จากนั้นเขาก็พูดกับจางหม่านเป็นภาษาอังกฤษทันที

"เธอไปจดทะเบียนบริษัทใหม่ให้ฉันที เป็นบริษัทที่จัดการเกี่ยวกับเรื่องของสิทธิบัตร"

"ไปหาคนที่มีความรู้ด้านสิทธิบัตรโดยเฉพาะมาด้วย ถึงแม้ว่าจะเป็นคนที่ดูไม่ได้เรื่องก็ตามแต่ถ้าความรู้แน่นก็พอแล้ว"

จางหม่านประหลาดใจเล็กน้อยและถามด้วยความสงสัย

"ด่วนไหมคะเจ้านาย"

"ด่วน"

ซูข่านรีบตอบอย่างรวดเร็ว

"หลังจากที่ทำเรื่องอะไรเรียบร้อยแล้ว ให้รีบพามาที่หนานจิงทันที"

ทุกวันนี้มีสายการบินที่สามารถขึ้นจากเซียงเจียงและตรงดิ่งมายังหนานจิงได้ทันที จางหม่านเองก็เคยนั่งเครื่องบินกลับเซียงเจียงแล้ว แต่การขึ้นเครื่องบินจำเป็นต้องมีเอกสารยืนยันตัวมากมาย

เครื่องบินที่บินจากหนานจิงสู่เซียงเจียงนั้นเร็วกว่าการขึ้นรถไฟหลายเท่า สามารถเดินทางให้ถึงได้ภายในวันเดียวด้วยซ้ำ

"ได้ค่ะเจ้านาย"

จางหม่านรีบพูดอย่างรวดเร็วหลังซูข่านพูดจบ

ซูข่านเป็นเจ้านายของเธอโดยตรง ดังนั้นเมื่อเจ้านายได้สั่งแล้ว เธอมีหน้าที่ทำตามเท่านั้น เป็นเพียงคนที่เชื่อฟังและรับผิดชอบ

นี่เป็นเหตุผลที่ซูข่านเลือกให้จางหม่านมาทำตำแหน่งนี้ เธอเป็นคนที่เชื่อฟังซูข่านมากๆ คนที่มีความสามารถหรือเก่งๆหลายคนชอบเชื่อความคิดตัวเอง พวกเขาไม่ชอบการทำตามคำสั่งเท่าไหร่

อีกอย่างหนึ่งคือซูข่านไม่อยากได้คนที่มีความสามารถหรือเก่งแบบนั้นมาอยู่กับเขา

บริษัทของซูข่านเองจำเป็นต้องดำเนินการตามแผนที่เขาวางเอาไว้ ไม่จำเป็นต้องมีการคิดนอกกรอบหรือทำตามใจตัวเอง

ซูข่านมั่นใจว่าเขาสามารถพาบริษัทของเขาไปยังจุดสูงสุดได้

ยิ่งไปกว่านั้น ซูแคนไม่ต้องการคนที่มีความสามารถมากเกินไป

หลังจากนั้นทั้งสองก็วางสายโทรศัพท์

จางหม่านหรี่ตาลงเล็กน้อยแล้วคิดกับตัวเอง

"จะได้เจอเจ้านายอีกแล้ว"

"แต่.."

หลังจากคิดถึงหน้าของซูข่านแล้ว จางหม่านก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย เธอเคยศึกษาเกี่ยวกับกฏหมายของมหาวิทยาลัยอิมพีเรียลมา ถึงแม้ว่าจะเป็นวิทยาเขตใต้ก็เถอะ

แต่เธอก็ได้เรียนเกี่ยวกับสิทธิบัตรมาบ้าง หากเป็นไปได้เธอก็อยากจะจัดการบริษัทใหม่ที่กำลังจะจัดตั้งขึ้นมานี้เหมือนกัน แต่การที่บริหารบริษัทว่านเซี่ยงเนี่ย ทำให้เวลาของเธอแทบไม่มีแล้ว

"คนที่เจ้านายหมายถึงนี่ต้องเป็นพวกจบใหม่ด้วยไหมนะ?"

จ่างหม่านถอนหายใจ

"เดี่ยวก่อนนะ"

"บางทีเขาอาจจะทำได้ก็ได้นะ"

ดวงตาของจางหม่านเบิกกว้างขึ้นและเป็นประกายทันที

"แต่ชายคนนี้เขาผ่านความยากลำบากมามากมายนี่สิ บางทีเขาอาจจะปฏิเสธก็ได้"

"ลองชวนดูก่อนก็ไม่ได้เสียหายอะไรซักหน่อย เจ้านายเองก็พูดเองว่าเอาคนที่มีความรู้"

ดวงตาของจางหม่านหรี่ลงเล็กน้อย อยู่ๆเธอก็มีออร่าที่ดุร้ายและทรงพลังแผ่ออกมา ภายในห้องทำงานของเธอตอนนี้เต็มไปด้วยบรรยากาศตึงเครียด