"เจ้านายครับ ให้ผมบินไปยุโรปเพื่อคุยกับทางอีริคสันเลยไหมครับ"
หยางไท่เฉียนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะถามซูข่าน
"ไม่จำเป็น"
ซูข่านส่ายหัว
"เรื่องนี้นายไม่จำเป็นต้องรีบร้อนเลย หากว่าพวกเขาต้องการสิทธิบัตรจริงเดี๋ยวพวกเขาก็ส่งคนมาที่นี่เองแหละ"
"อะไรนะครับ?"
หยางไท่เฉียนถามซูข่านเสียงดังด้วยความตกใจ
"อีริคสันจะส่งคนมาที่เซียงเจียงเองเลยเหรอครับ?"
ถ้าอีริคสันส่งคนมาที่เซียงเจียงเพื่อคุยเรื่องนี้โดยเฉพาะ แสดงว่าพวกเขาต้องการสิทธิบัตรนี้อย่างมาก ซึ่งพวกเขาน่าจะยอมรับเงื่อนไขของเราโดยง่ายเลย
"ฉันคิดว่าพวกนั้นจะต้องส่งคนมานะ ถ้ามีโอกาสฉันเองก็อยากจะพูดคุยกับตัวแทนของฝั่งนู้นซักหน่อยเหมือนกัน ถ้ายังไงก็ติดต่อฉันมาอีกทีก็ได้"
"ครับเจ้านาย"
หยางไท่เฉียนพยักหน้า
จากนั้นหยางไท่เฉียนกับซูข่านก็ได้พูดคุยกันต่อเล็กน้อยก่อนที่หยางไท่เฉียนจะขอตัวกลับไปทำงานของเขาต่อ ไหนจะต้องไปยังบริษัทว่านเซี่ยงเพื่อพูดคุยเรื่องเงินกับจางหม่านอีก
ซูข่านจิบชาที่เหลือจนหมดก่อนจะเดินขึ้นบันไดไปยังระเบียงบนชั้นสามของบ้าน
ทิวทัศน์ตอนกลางวันเองก็สวยงามมากหากว่ามองลงไปก็สามารถเห็นเมืองเซียงเจียงได้ทั้งเมือง ที่ตรงนี้ยังสามารถเห็นแม่น้ำเจียงเซียงที่ทอดยาวได้อีกด้วย
รอบๆของตัวบ้านก็เป็นภูเขาที่เต็มไปด้วยต้นไม้เขียวชอุ่ม หากว่ามองไปยังทะเลก็สามารถเห็นอ่าววิคตอเรียได้ทั้งหมด
ถึงสายตาของซูข่านจะมองไปยังทิวทัศน์ที่สวยงามเช่นนี้ แต่ในหัวของเขานั้นกำลังคิดถึงภาพการร่วมมือกันระหว่างเขากับบริษัทอีริคสันในอีก 20 ปีข้างหน้า
ช่วงนั้นจะเป็นช่วงที่สมาร์ทโฟนได้กำเนิดขึ้นพอดี จะเป็นยังไงหากว่าเทคโนโลยีของทางอีริคสันกับทางโซนี่ได้ร่วมมือกันพัฒนาในจุดนี้
ผลิตภัณฑ์ที่ทำโดยสองยักษ์ใหญ่จะต้องครองส่วนแบ่งทางการตลาดได้เป็นจำนวนมากแน่ๆ แต่ก่อนที่จะถึงยุคสมาร์ทโฟน ยังคงมียุคหนึ่งที่ส่วนแบ่งทางการตลาดสูงไม่แพ้กันอยู่
"โทรศัพท์มือถือ"
ซูข่านพูดกับตัวเองเบาๆ จากนั้นก็สูดหายใจเข้าอากาศบริสุทธิ์เข้าเต็มปอดของเขา
"เราจะต้องครองตลาดโทรศัพท์มือถือให้ได้"
ถึงแม้ว่าโทรศัพท์มือถือจะไม่ใช่ปัจจัยที่จำเป็นต่อการอยู่อาศัยก็จริง แต่ในอนาคตมันก็เป็นเรื่องยากที่จะหาสิ่งใดมาแทนอุปกรณ์ที่แสนสะดวกสบายชิ้นนี้
เรียกได้ว่าแทบจะเป็นปัจจัยที่ 5 เลยก็ว่าได้
ซูข่านไม่สนว่าจะต้องทุ่มเงินลงทุนไปเยอะแค่ไหนเพื่อสร้างโทรศัพท์มือถือ เขาต้องการที่จะผลิตมันออกมาให้เร็วที่สุด
วันต่อมาตลาดอสังหาฯในฮ่องกงและเซียงเจียงก็ยังคงลดลงอย่างต่อเนื่อง ทางว่านเซี่ยงกรุ๊ปก็ได้ซื้อหุ้นของบริษัทอสังหาฯจงฮงเพิ่มอีกเรื่อยๆเช่นกัน
ตอนนี้ว่านเซี่ยงกรุ๊ปได้ถือหุ้นเป็นจำนวน 90% แล้ว
ด้วย % ที่เยอะขนาดนี้ซูข่านเลยสั่งการให้ต้าเฟยไปจัดการคุยกับตลาดหลักทรัพย์เพื่อปรับรูปแบบบริษัททันที
สัดส่วนของหุ้นบริษัทกับเงินทุนที่หมุนเวียนภายในนั้นไม่สอดคล้องกันอย่างมาก ดังนั้นพวกเขาจึงต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบของบริษัทเล็กน้อยให้เข้ากับตลาดหลักทรัพย์ได้
จะไม่สอดคล้องกันได้ยังไง ก็เล่นเอาเงินจากว่านเซี่ยงกรุ๊ปมาหมุนเวียนในบริษัทเยอะขนาดนี้ จะเป็นบริษัทอสังหาฯเดียวที่ไม่เดือดร้อนในสถานการณ์นี้ก็ไม่แปลก
ณ บ้านของซูข่าน
"เจ้านายคะ บริษัทอสังหาฯจงฮงได้ผ่านการตรวจสอบจากตลาดหลักทรัพย์แล้ว ตอนนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนปรับเปลี่ยนรูปแบบค่ะ"
จางหม่านมองไปยังซูข่านด้วยสายตาที่ตื่นเต้น
"ทางว่านเซี่ยงกรุ๊ปกำลังดำเนินการซื้อหุ้นส่วนที่เหลืออีก 10% เพื่อจะได้ถือหุ้น 100% ของบริษัทอสังหาฯจงฮงค่ะ"
หลู่เฉียนซานพูดเสริมเช่นกัน
บริษัทอสังหาฯจงฮงได้ปรับเปลี่ยนอะไรหลายๆอย่างในช่วงที่ตลาดอสังหาฯกำลังอยู่ในช่วงตกต่ำ ทั้งเปลี่ยนผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ทั้งเปลี่ยนผู้บริหาร
หากว่าเป็นฮงเทียนบริหารบริษัทต่อ เขาคงจะไม่มีนโยบายอะไรออกมาแน่ๆ คนแบบเขาคิดอะไรออกก็แปลกแล้ว
สิ่งที่ฮงเทียนน่าจะทำคือส่งจดหมายให้กับพนักงานในบริษัทนั่นแหละ ไม่ใช่จดหมายแสดงจุดยืนหรืออะไรหรอกนะ แต่เป็นจดหมายปรับลดเงินเดือนในช่วงที่บริษัทขาดทุนต่างหาก
"เจ้านายคะ ใกล้ถึงเวลาที่เราจะยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือตลาดอสังหาฯหรือยังคะ?"
จางหม่านถามด้วยสายตาที่คาดหวัง
ตลาดอสังหาฯกำลังตกต่ำอย่างมาก มันดูไร้วี่แววของการฟื้นตัวเลย หากปล่อยให้กลไลตลาดของมันทำงาน อาจจะต้องใช้เวลาอีกหลายปีเลย
เว้นซะแต่ว่าจะมีภาคเอกชนเข้ามาช่วยเหลือหรือแทรกแซง
"ใกล้แล้ว"
ซูข่านมองไปยังจางหม่านและพูดต่อด้วยรอยยิ้ม
"เราจะใช้ชื่อเสียงเธอให้เป็นประโยชน์ จางหม่าน"
"อย่างบอกนะคะว่าเจ้านายหมายถึง.."
หลู่เฉียนซานมองไปที่ซูข่านด้วยสีหน้าที่ตกใจอย่างสุดขีด
"จะให้ประธานจางผูกมัดกับพวกบริษัทอสังหาฯพวกนั้น"
"ผูกมัด? ผูกมัดอะไร?"
จางหม่ายตกตะลึง
ผูกมัดที่ว่ามานี่ใช่ผิดกฏหมายรึเปล่า?
จากนั้นจางหม่านก็ได้หันหน้ามามองหลู่เฉียนซานแล้วก็เข้าใจได้ทันที ผูกมัดที่หลู่เฉียนซานหมายถึงจะต้องเป็นสัญญาผูกมัดระหว่างบริษัทแน่ๆ
"ก็ไม่เชิง"
ซูข่านพูดด้วยรอยยิ้ม
"เราจะใช้ชื่อเสียงของจางหม่านให้เป็นประโยชน์ ส่วนคนอื่นก็ปล่อยให้เขาทำธุรกิจของพวกเขาต่อไป"
"สุดยอดไปเลยค่ะเจ้านาย"
หลู่เฉียนซานมองไปที่ซูข่านด้วยรอยยิ้ม ใบหน้าแสนเย็นชาของเธอตอนนี้ได้มีรอยยิ้มปรากฏออกมาอีกแล้ว
รอยยิ้มของหลู่เฉียนซานนั้นสามารถทำให้โลกใบนี้ทั้งใบหยุดหมุนได้เลย มันเป็นรอยยิ้มที่แสนอ่อนโยนมาก
จางหม่านมองดูก็กลอกตามองบนอย่างช่วยไม่ได้ ต้องชมเจ้านายของเขาจริงๆเลยที่สามารถทำให้หลู่เฉียนซานผู้ที่ไม่เคยยิ้มกับเธอแม้แต่ครั้งเดียวยิ้มออกมาได้
ขนาดหลู่เฉียนซานยังรับมือกับความฉลาดของเจ้านายไม่ได้ และบวกกับใบหน้าอันหล่อเหลาของเขาอีก เป็นฉันเองก็ทนไม่ไหวเหมือนกันนั่นแหละ
"เรื่องนี้พวกเราแทบไม่ต้องทำอะไรเลยด้วยซ้ำ"
ซูข่านอธิบายต่อด้วยรอยยิ้ม
จริงๆเรื่องนี้แค่ใช้ชื่อเสียงของว่านเซี่ยงกรุ๊ปให้เป็นประโยชน์เท่านั้นเอง ไม่ต้องเหนื่อยอะไรมากเลย
ผู้คนจำนวนมากพร้อมที่จะฟังประธานบริษัทที่มีมูลค่าเป็นหมื่นล้านอยู่แล้ว นี่จะเป็นหลุมขนาดใหญ่ที่ว่านเซี่ยงกรุ๊ปได้เป็นคนขุด ดูสิจะมีคนตกหลุมนี้เยอะแค่ไหน
แต่ผลลัพธ์ที่ตามมานั้นก็น่าจะช่วยเหลือตลาดอสังหาฯได้อย่างแน่นอน จริงๆแล้วตลาดอสังหาฯเองก็จะไม่ตกต่ำไปกว่านี้อีกแล้ว การช่วยเหลือตลาดก็เป็นแค่ชื่อเรียกให้สวยหรูเท่านั้นแหละ
หลังจากที่ตลาดอสังหาฯฟื้นตัว ราคาอสังหาฯทั่วทั้งเซียงเจียงและฮ่องกงจะเติบโตแบบก้าวกระโดดอย่างมาก การซื้อขายที่ดินก็สามารถทำได้โดยง่าย
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved