ตอนที่ 401

นักธุรกิจที่ทำเกี่ยวกับโรงแรมในประเทศจีนนั้น ส่วนใหญ่แล้วมักจะเป็นคนจากเซียงเจียงทั้งสิ้น พวกเขาได้กระจายกันไปตั้งโรงแรมทั่วทั้งประเทศจีน

เงินทุนการเปิดโรงแรมสำหรับพวกคนเซียงเจียงแล้ว ถือว่าเล็กน้อยมาก ค่าเงินของที่ประเทศจีนยังสู้ที่เซียงเจียงไม่ได้เลยสักนิด

ในเมืองเล็กๆแห่งหนึ่งช่วงปีทศวรรษที่ 1990 ช่วงนั้นเป็นช่วงที่โรงแรมขนาดเล็ก-ใหญ่มากมายผุดขึ้นทั่วประเทศจีน

ไม่เชื่อก็ลองย้อนกลับไปตอนที่ยังเป็นเด็กดูสิ ไม่ว่าจะเป็นที่เมืองไหน ส่วนใหญ่แล้วคนที่รวยที่สุดในเมืองก็มักจะเป็นคนที่มาจากเซียงเจียงกันทั้งนั้น

ประเทศจีนนั้นดึงดูดให้คนเซียงเจียงจำนวนมากมาลงทุน ไม่แปลกหรอกที่เกือบทุกธุรกิจจะมีคนเซียงเจียงเป็นเจ้าของ

ยกตัวอย่างก็เช่นโรงแรมแห่งนี้ เห็นได้ชัดว่าเป็นการเลียนแบบโรงแรมเพนนินซูล่าในเซียงเจียง การตกแต่งที่หรูหราแบบนี้ถ้าไม่ได้เงินทุนจากนักลงทุนเซียงเจียงมา นักลงทุนในเผิงเฉิงคงไม่มีทางทำได้แน่

ผู้คนในเซียงเจียงช่างเป็นคนที่มีสายตาเฉียบแหลมจริงๆ

ซูข่านนั่งลงบนโซฟาและได้คิดเรื่องพวกนี้

"นั่งลง"

จากนั้นซูข่านก็หันไปพูดกับลู่กั๋วเฉียงกับสูเจิ้งเหมาที่เดินตามเข้ามาที่หลัง เขาได้ชี้ไปยังโซฟาข้างๆ

"ขอบคุณครับพี่สาม"

"ขอบคุณครับคุณซู"

ลู่กั๋วเฉียงและสูเจิ้งเหมานั่งลงและรีบขอบคุณซูข่านอย่างรวดร็ว

"คุณซูครับ"

สูเจิ้งเหมามองไปที่ซูข่านและพูดด้วยความคาดหวัง

"อีกสามวันจะถึงพิธีเปิดตึกซิงซีอย่างเป็นทางการแล้วครับ คุณซูจะมาตัดริบบิ้นในงานไหมครับ?"

"ตัดริบบิ้น?"

ซูข่านขมวดคิ้วและส่ายหัวทันที

"ฉันจะไปงานแต่ไม่ไปตัดริบบิ้นแน่นอน นายจะตัดเองหรือให้นักการเมืองท้องถิ่นตัดก็ได้"

ซูข่านรู้ดี ในวันดังกล่าวจะต้องดึงดูดความสนใจของนักข่าวทั้งในและต่างประเทศแน่ ไม่เพียงแค่นั้นยังคงมีพวกนักบันทึกประวัติศาสตร์มาเพื่อจดสถิติอีกด้วย

เรียกได้ว่าจะมีกล้องเป็นจำนวนมากแน่ในวันนั้น

ตึกซิงซีที่กำลังจะเปิดใช้งานนั้น จะเป็นตึกที่สูงที่สุดในประเทศจีน คนทั่วทั้งประเทศจะต้องจับตามองมายังตึกซิงซีแห่งนี้

ตึกที่สูงที่สุดจะกลายเป็นกำลังหลักที่สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไปข้างหน้า ตาเฒ่าแห่งตระกูลซูเองก็น่าจะสนใจในตึกนี้ด้วย หากว่าซูข่านตัดริบบิ้นในวันเปิดงาน

ยังไงก็จะต้องมีกล้องจับภาพเขาไว้ แล้วตาเฒ่าก็จะจับตามองมายังซิงซีกรุ๊ปที่เป็นเจ้าของตึกนี้

หากสังเกตทางซิงซีกรุ๊ปนั้น ก็จะพบความแตกต่างได้อย่างชัดเจนเลย หลังจากที่ซูข่านได้มาที่เผิงเฉิงครั้งแรก ตอนที่เขากลับจากเผิงเฉิง ตอนนั้นก็ซิงซีกรุ๊ปก็ได้กำเนิดขึ้น

แล้วหลังจากนั้น ซูข่านก็ไม่สามารถปิดบังตัวตนได้อีกต่อไป

"ครับคุณซู งั้นผมจะจัดที่นั่งที่ดีให้กับคุณซูเองครับ"

สูเจิ้งเหมาพูดด้วยความเสียดาย อย่างน้อยที่เขาพอจะทำได้ก็คือหาที่นั่งบริเวณหน้าสุดให้กับซูข่าน

หากว่าเจ้านายใหญ่ไม่ได้รับชมการเปิดใข้งานตึกซิงซี สูเจิ้งเหมาเกรงว่าเขาจะไม่มีโอกาสทำอะไรแบบนี้อีกแล้ว ถ้าพลาดไป เขาคงจะเสียใจไปตลอดชีวิตแน่

"อืม"

ซูข่านพยักหน้า

จากนั้นเขาก็หันไปที่ลู่กั๋วเฉียงและถามช้าๆ

"กั๋วเฉียง โรงงานอิเล็กทรอนิกส์ของนายเป็นยังไงบ้าง?"

"เรียบร้อยทุกอย่างครับพี่สาม"

"ผมได้เพิ่มสายการผลิตเพิ่มอีกสองสายสำหรับการผลิตพัดลมไฟฟ้าด้วยครับ"

ลู่กั๋วเฉียงพูดถึงโรงงานอิเล็กทรอนิกส์ของเขาอย่างมีความสุข ตอนนี้โรงงานอิเล็กทรอนิกส์กั๋วเฉียงได้มีขนาดใหญ่มากจนไม่มีโรงงานในเผิงเฉิงสามารถเทียบได้แล้ว

แม้ว่าจะมีนักลงทุนจากเซียงเจียงมาเปิดโรงงานอิเล็กทรอนิกส์ แต่สุดท้ายโรงงานพวกนั้นก็ไม่สามารถสู้อัตราผลิตของโรงงานอิเล็กทรอนิกส์กั๋วเฉียงได้เลย

ลู่กั๋วเฉียงภูมิใจกับสิ่งนี้มาก

ซูข่านมองไปที่ลู่กั๋วเฉียงและพยักหน้าเล็กน้อย การที่โรงงานกั๋วเฉียงได้เพิ่มสายการผลิตอีกสองสาย แสดงว่ายอดขายของพัดลมนั้นทำได้ดีมากแน่ๆ

ซูข่านพึงพอใจกับการขยับขยายโรงงานของลู่กั๋วเฉียงมาก

เนื่องจากฤดูนี้ยังจะไม่ใช่ฤดูร้อนก็ตาม แต่หากว่าเร่งการผลิตพัดลมในช่วงฤดูร้อนนั้น เกรงว่าการผลิตพัดลมจะไม่ทันความต้องการ

การเตรียมการผลิตพัดลมล่วงหน้า 1-2 เดือนนั้นเป็นอะไรที่ดีมากๆ ก่อนที่สภาพอากาศจะเปลี่ยน

แต่ซูข่านรู้สึกได้ถึงความไม่ปกติเล็กน้อย เพราะว่าลู่กั๋วเฉียงพูดถึงแต่พัดลมไฟฟ้ากับการเพิ่มสายการผลิตเท่านั้น

ครั้งก่อนที่ซูข่านมาลู่กั๋วเฉียงก็ได้รายงานเรื่องพวกนี้กับเขาไปแล้ว แสดงว่ามีอะไรบางอย่างที่ลู่กั๋วเฉียงยังไม่ได้บอกกันเขา

ซูข่านคิดเรื่องนี้แล้วก็ขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะถามลู่กั๋วเฉียงช้าๆ

"กั๋วเฉียง?"

"แล้วการผลิตตู้เย็นเป็นยังไงบ้าง?"

เมื่อลู่กั๋วเฉียงได้ยินซูข่านถามถึงการผลิตตู้เย็น ลู่กั๋วเฉียงก็มีสีหน้าไม่มั่นใจขึ้นมาทันที เขาหลบสายตาซูข่านและก้มหน้าลง

"เกิดอะไรขึ้น?"

ซูข่านถามด้วยน้ำเสียงทุ้ม

ผู้คนที่คุ้นเคยกับซูข่านจะรู้ได้ทันทีว่าน้ำเสียงของซูข่านที่ทุ้มขึ้นนั้น มันแสดงได้ถึงความโกรธของซูข่าน น้อยคนนักที่จะได้เห็นซูข่านโกรธแบบนี้

ตู้เย็นเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านที่สำคัญมาก ซูข่านค่อนข้างคาดหวังกับการผลิตตู้เย็นในโรงงานอิเล็กทรอนิกส์กั๋วเฉียงแห่งนี้

ต่อให้ผ่านไปอีกกี่สิบปี ตู้เย็นก็ยังเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ยังนิยมอยู่ ยอดการขายตู้เย็นในแต่ละปีแทบไม่ตกลงเลยแถมมีแนวโน้มที่ดีขึ้นอีกต่างหาก

แม้ในยุคของสมาร์ทโฟน ความต้องการตู้เย็นก็ยังไม่ลดลงเลยสักนิด กลับมีเทคโนโลยีที่ทำงานคู่กับสมาร์ทโฟนอีกต่างหาก

เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านเกือบทุกอย่างสามารถจับคู่ทำงานกับสมาร์ทโฟนได้หมด ส่วนใหญ่แล้วมักจะรู้จักกันดีในชื่อของบ้านอัจฉริยะ

บ้านอัจฉริยะก็เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่เติบโตได้อย่างรวดเร็วในยุคของสมาร์ทโฟน ยิ่งในตอนที่อินเตอร์เน็ตได้พัฒนาจนสามารถเล่นที่ไหนได้แล้ว ตอนนั้นเป็นตอนที่บ้านอัจฉริยะเฟื่องฟูสุดๆ

การได้เทคโนโลยีตู้เย็นมานั้น จะทำให้โรงงานอิเล็กทรอนิกส์กั๋วเฉียงแข็งแกร่งขึ้นไปอีก แต่มันต้องพังลงเพียงเพราะว่าลู่กั๋วเฉียงไม่สามารถผลิตตู้เย็นออกมาได้

และยังไม่ยอมบอกซูข่านถึงความจริงในเรื่องนี้อีก

เมื่อได้ยินเสียงที่ฟังแล้วขนหัวลุก ลู่กั๋วเฉียงก็รีบลุกขึ้นยืนและก้มหัวลงทันที

"ผมขอโทษครับพี่สาม"