ตอนที่ 425

แต่ได้เห็นรอยยิ้มของซูข่าน ทำให้ใบหน้าของหลู่เฉียนซานมีสีแดงขึ้นเล็กน้อย เธอต้องรีบเปลี่ยนประเด็นโดยถามซูข่านอย่างรวดเร็วว่า

"วิธีการพิเศษยังไงเหรอคะ?"

"ฮ่าๆๆๆ"

ซูข่านหัวเราะออกมาอย่างมีความสุขก่อนจะอธิบายช้าๆ

"หากว่าใช้วิธีการแบบคนทั่วไปอาจจะไม่ได้ผล ต้องใช้วิธีการพิเศษแบบนี้แหละ"

"เอ่อ…ค่ะ"

หลู่เฉียนซานขมวดคิ้วด้วยความงุนงง

วิธีการพิเศษคืออะไร?

แล้วมันจะทำให้ชนะธนาคารฮั่งเส็งกับธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดได้ยังไง?

ถึงแม้ว่าธนาคารวิงออนจะเป็นธนาคารขนาดเล็กก็ตาม แต่มูลค่าทางการตลาดของธนาคารมีสูงกว่า 100 ล้าน ซึ่งมันเป็นราคาที่สูงมากๆถ้าเทียบกับธุรกิจประเภทอื่นในเซียงเจียงแห่งนี้

ซูข่านยิ้มอย่างชั่วร้ายก่อนจะพูดว่า

"ไปตรวจสอบผู้บริหารของธนาคารวิงออนซะ เขาได้ยักยอกเงินของธนาคารออกไป"

"ห้ะ!!! อะไรนะคะ?"

หลู่เฉียนซานอุทานออกมาเสียงดังด้วยความตกใจทันที ก่อนพูดต่อด้วยความประหลาดใจว่า

"เจ้านายหมายความว่า ผู้บริหารธนาคารวิงออนได้เอาเงินของธนาคารมาเป็นเงินของตัวเองเหรอคะ?"

"ใช่ จำนวนมากด้วย"

ซูข่านพยักหน้า

เงินที่ถูกยักยอกออกไปจากกองทุนของธนาคารวิงออน หากว่าตรวจสอบเจอ ชื่อเสียงของธนาคารวิงออนก็จะดิ่งลงทันที

และนั่นจะต้องเป็นเหตุการณ์ที่ธนาคารในเซียงเจียงทุกแห่งจะต้องจดจำถึงการกระทำของธนาคารวิงออน

แม้ว่าจะถึงไม่ถึงเวลาที่ความจริงจะต้องถูกเปิดเผย แต่ซูข่านรู้สึกว่าผู้บริหารคนนั้นน่าจะยักยอกเงินในช่วงนี้ออกไปได้หลายสิบล้านดอลล่าห์แล้ว

เพราะว่าธนาคารวิงออนเองก็มีวิกฤตของธนาคารอยู่ เป็นไปได้ว่าน่าจะเป็นเงินกำไรจากตอนที่ตลาดอสังหาฯในเซียงเจียงกำลังเฟื่องฟู

แล้วประจวบเหมาะกับตลาดอสังหาฯได้พังทลายลงอีก การเงินของธนาคาเลยติดลบอย่างช่วยไม่ได้ ซึ่งมันช่วยซ่อนเรื่องราวการยักยอกเงินได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว

หากยังไม่เบาะแสอะไรที่สื่อไปถึงเจ้าตัวได้ เกรงว่าอีกฝ่ายจะใช้เป็นข้ออ้างในการเอาตัวรอดจากเหตุการณ์นี้

ดังนั้นจำเป็นต้องให้ว่านเซี่ยงกรุ๊ปตรวจสอบคณะกรรมการผู้ถือหุ้นทั้งหมดของธนาคารวิงออน เหตุผลก็แค่ว่าอาจจะใช้ในการพิจารณาในการซื้อธนาคารวิงออนก็ได้

แล้วก็ตรวจสอบไปยังการเงินของคณะกรรมการทั้งหมดว่ามีใครได้กู้ยืมเงินจากธนาคารรึเปล่า? หากว่าพบข้อมูลดังกล่าว มันจะเป็นกุญสำคัญในการเอาธนาคารวิงออนมาเป็นของตัวเองได้

ซึ่งจะเป็นแต้มต่อให้กับว่านเซี่ยงกรุ๊ปเปิดการเจรจากับธนาคารวิงออนได้ก่อน และยังจะได้เสนอข้อที่ดีกว่าสองธนาคารยักษ์ใหญ่ก็เป็นได้

ไม่อย่างเงินหากว่าใช้กำลังเงินสู้กับสองธนาคารนี้ แต่มันก็อาจจะสูญเสียไปมากเหมือนกัน

แม้ว่าว่านเซี่ยงกรุ๊ปจะมีแสเงินสดมหาศาล แต่ถ้าเทียบกันในเรื่องของธุรกิจแล้ว มันก็ไม่ควรที่จะเสียเงินไปจำนวนมากกับธุรกิจธนาคารขนาดเล็ก

"คุณรู้ได้ยังไงกัน?"

หลู่เฉียนซานถามด้วยควมสงสัยทันที จากนั้นเธอก็ทำท่าเหมือนกับคิดอะไรออกว่า คำพูดที่ใช้ไปเมื่อกี้ มันเป็นคำพูดที่ไม่สมควรพูดกับเจ้านาย

"ขอโทษฉันค่ะ ฉันไม่ได้ตั้งใจที่จะพูดแบบนั้นกับเจ้านายนะคะ"

หลู่เฉียนซานรีบขอโทษซูข่านอย่างรวดเร็วด้วยใบหน้าที่อายเขิน

ซูข่านส่ายหน้าเล็กน้อยและอธิบายด้วยรอยยิ้ม

"วันก่อนที่จางหม่านได้ฝากข่าวไปบอกฉันที่อยู่เผิงเฉิง ฉันได้วิเคราะห์ถึงเหตุการณ์ที่เกี่ยวขึ้นกับธนาคารวิงออนแล้วก็ได้ข้อสรุปออกมา"

"ยังไงเหรอคะ?"

หลู่เฉียนซานก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าซูข่านรู้ได้ยังไงว่ามีการยักยอกเงินเกิดขึ้น

ซูข่านได้อธิบายต่อด้วยรอยยิ้มว่า

"ผู้บริหารของธนาคารวิงออนเขาได้ซื้อบ้านหลายหลังในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมานี้ แถมยังซื้อทั้งหมดเป็นเงินสดอีกด้วย มันทำให้ฉันรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย"

"จริงอยู่ที่ผู้บริหารเองก็มีเงินที่จะซื้อบ้านหลายหลัง แต่มันก็ไม่มีเหตุผลเลยที่ต้องใช้เงินสดซื้อ แถมยังซื้อหลายหลังอีกด้วยในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา"

เรื่องราวพวกนี้เป็นเรื่องราวที่สูเจิ้งเหมาได้เล่าให้กับซูข่านฟังก่อนที่ซูข่านจะเดินทางมาที่เซียงเจียงแห่งนี้

หลังจากที่สูเจิ้งเหมารู้ข่าวว่าธนาคารวิงออนได้กำลังหาคนมาซื้อกิจการของพวกเขาอยู่ สูเจิ้งเหมาจึงมีความคิดที่จะรวบรวมข้อมูลให้กับซูข่านมาให้ได้มากที่สุด

แต่แล้วเขาก็เห็นสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นกับธนาคารวิงออนแห่งนี้ เขารู้สึกว่ามันมีอะไรบางอย่างคลุมเคลืออย่างบอกไม่ถูกเกี่ยวกับบัญชีการเงินของธนาคาร

ราวกับว่ามันเป็นรูเล็กๆบนกระดาษขาวสะอาดที่มองเพลินๆก็เห็นแต่สีขาว แต่ถ้ามองดีๆก็จะเห็นรูตรงนี้อยู่

"ใช่ค่ะ"

หลู่เฉียนซานอุทานออกมาด้วยความประหลาดใจก่อนจะพูดต่อว่า

"มันไม่มีเหตุผลอะไรเลยในการใช้เงินสดมากมายขนาดนั้น นอกซะจากเงินสดที่ได้รับมานั้นจะเป็นเงินสดที่อยู่นอกเหนือจากบัญชีที่ตรวจสอบได้ ซึ่งมันสอดคล้องกับช่วงที่ตลาดอสังหาฯกำลังเฟื่องฟูอยู่พอดี"

"ใช่"

ซูข่านพยักหน้าเล็กน้อยและพูดด้วยรอยยิ้ม

"เขาต้องยักยอกเงินจากธนาคารเอาไปซื้ออสังหาฯพวกนั้นเพื่อเก็งกำไรในช่วงตลาดอสังหาฯกำลังเฟื่องฟูแน่ จากนั้นเขาก็ใช้โอกาสนี้ในการขายอสังหาฯพวกนั้นแล้วคืนเงินให้กับธนาคารเพื่อปิดปังตัวตน"

"เท่ากับว่าผู้บริหารคนนี้จะมีความผิดในฐานะผู้ที่ยักยอกเงินของธนาคารเพื่อไปทำการหาประโยชน์ของตัวเองใช่ไหมคะ?"

หลู่เฉียนซานพูดเสริมพร้อมกับดวงตาที่เบิกกว้างออกของเธอ หากเป็นจริงอย่างที่ว่ามาทุกอย่าง จะต้องตรวจสอบแล้วเห็นตัวเลขพวกนี้อย่างชัดเจนแน่ๆ

"ถูกต้อง"

ซูข่านพยักหน้าเล็กน้อย

นักเก็งกำไรอสังหาฯมักจะใช้กลไกนี้ในการซื้อบ้านที่ราคากำลังพุ่งสูงขึ้น แต่แล้วหลังจากตลาดอสังหาฯได้พังทลาย เงินที่พวกนักลงทุนลงไปกับการกู้ธนาคารมานั้นก็จะไม่สามารถหามาคืนธนาคารได้

พอธนาคารไม่สามารถได้เงินจากนักลงทุนที่กู้เงินไป สิ่งที่พวกเขาได้อย่างเดียวก็คือยึดเอาทรัพย์สินของผู้กู้เงินคืน หรือเรียกง่ายๆว่าได้อสังหาฯราคาต่ำกว่าที่ปล่อยเงินกู้ไป

นี่คือสาเหตุที่ธนาคารในเซียงเจียงถึงได้ประสบสภาวะการเงินในช่วงหลังจากตลาดอสังหาฯได้พังทลาย

"ได้ค่ะเจ้านาย ฉันจะรีบตั้งทีมตรวจสอบเรื่องนี้โดยเร็วที่สุด"

หลู่เฉียนซานพูดด้วยความมั่นใจละเตรียมตัวจะลุกเพื่อไปทำงานที่ซูข่านมอบให้โดยเร็วที่สุด

ซูข่านเอามือขึ้นมาส่งสัญญาณให้หลู่เฉียนซานหยุด จากนั้นเขาก็ได้พูดว่า

"ไม่ต้องรีบขนาดนั้น ยังมีเรื่องที่เธอต้องตรวจสอบเพิ่มอีก"

"เรื่องอะไรคะ?"

หลู่เฉียนซานถามด้วยความประหลาดใจ

ซูข่านจึงได้พูดด้วยรอยยิ้มว่า

"ตรวจสอบคณะกรรมการของธนาคารวิงออนทุกคนด้วยว่า พวกเขาเคยมีใครกู้เงินจากธนาคารวิงออนรึเปล่า? เพราะถ้าเป็นคณะกรรมการกู้เอง พวกเขาจะได้อัตราดอกเบี้ยที่ต่ำเป็นพิเศษ และยังสามารถค้างชำระได้ระยะเวลาประมาณหนึ่งด้วย"

เรื่องการกู้เงินกับธนาคารนั้นนับเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นได้ทั่วไป แต่ถ้ามีการเล่นตุกติกกับกลไกการกู้เงินของธนาคารตัวเองละก็…

การทำธุรกิจเองก็เหมือนกับการไปทำสงคราม ซูข่านจะไม่ยอมอ่อนข้อให้ศัตรูของเขาอยู่แล้ว และยิ่งเป็นศัตรูที่ทำผิดต่อกฏหมายอีก

ขนาดเป็นคณะกรรมการของธนาคารยังทำตัวแบบนี้ ต่อให้จะเป็นคนที่มีความสามารถแค่ไหน ก็ไม่สมควรจะอยู่ต่อที่ธนาคารวิงออนแห่งนี้

"ค่ะเจ้านาย"

หลู่เฉียนซานตอบรับด้วยความมั่นใจ หากตรวจสอบแล้วเจอสิ่งปกติกับการกู้เงินอย่างที่เจ้านายบอก เท่านี้ก็จะเป็นแต้มต่อในการเจรจาเข้าซื้อกิจการของธนาคารวิงออนแล้ว

ต่อให้คู่แข่งจะเป็นธนาคารฮั่งเส็งกับธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดก็ตาม

"ตอนแรกฉันคิดว่าโอกาสที่จะเข้าซื้อธนาคารวิงออนได้มีแค่ 30% เท่านั้น แต่ตอนนี้โอกาสได้เพิ่มขึ้นแล้วอีกประมาณ 10%"

ซูข่านได้ยินคำพูดของหลู่เฉียนซานก็หรี่ตาลงเล็กน้อย

"สิ่งที่ฉันต้องการไม่ใช่โอกาสแค่ 30% หรือ 10% ฉันต้องการโอกาสสำเร็จเท่ากับ 100% เท่านั้น"

"อึ้ก"

หลู่เฉียนซานเผลอหยุดหายใจไปชั่วขณะทันทีที่ได้ยินคำพูดของซูข่าน เธออ้าปากค้างเล็กน้อยด้วยความตกใจ