ตอนที่ 223

เมื่อเห็นว่าเฒ่าจางกำลังหน้าซีดด้วยความตกใจ ซูข่านก็ตะลึง

นี่แค่บ้าน 2 หลังเองนะ ตกใจอะไรขนาดนั้น ถ้าบอกว่าจะให้บ้านทั้งหมด 5 หลังไม่หัวใจวายตายเลยเหรอ?

นอกจากบ้านสองหลังที่ซูข่านทำเป็นร้านอาหารวังหลวงแล้ว จางเฉียงได้ซื้อบ้านหลังข้างๆ 5 หลังอีกด้วย และที่สำคัญคือเป็น 5 หลังติด รวมกับร้านวังหลวงด้วยก็เป็นบ้าน 7 หลังพอดี

ซูข่านต้องการจะทำถนนคนเดินตรงที่แห่งนี้ เขาต้องการให้สถานที่นี่เป็นแลนด์มาร์คของเมืองหนานจิง โดยจะใช้ร้านอาหารวังหลวงนี่แหละเป็นจุดศูนย์กลางของถนนคนเดินที่นี่

ดังนั้นซูข่านจึงสั่งให้จางเฉียงซื้อบ้านที่อยู่บริเวณนี้ทั้งหมด ถึงแม้ว่าพวกเขาจะไม่อยากขายก็ตาม แต่จางเฉียงก็ได้เสนอราคาที่ยากจะปฏิเสธได้ ส่วนใหญ่แล้วก็ยอมขายให้จางเฉียงทั้งหมด

พูดสั้นๆง่ายได้คำเดียว เงิน

เงินนี่แหละคือทุกสิ่งทุกอย่างของโลกใบนี้ ถ้าเสนอราคาปกติแล้วไม่ขายก็เสนอราคาสูงกว่าเดิม 2 เท่า ถ้ายังไม่ขายอีกก็เสนอไปอีก 2.5 เท่า

จางเฉียงจึงซื้อบ้านที่อยู่บริเวณนี้มาได้ ถึงแม้ว่ามันจะสูงกว่ามูลค่าตลาดก็เถอะ ถึงไม่เปิดเป็นร้านอาหารที่มีลูกค้าเข้า แต่สถานที่ตรงนี้อีกหน่อยก็จะมีมูลค่าเป็นหลายร้อยล้านอยู่ดี

ดังนั้นซูข่านจึงได้ให้จางเฉียงซื้อบ้านที่อยู่ในระแวกนี้ทั้งหมด

"ฝืมือทำอาหารและการจัดการร้านของเฒ่าจางดีมาก ฉันไม่คิดว่าเฒ่าจางจะมีปัญหากับการจัดการร้านที่ใหญ่กว่านี้ได้หรอกนะ"

ซูข่านชื่นชมเฒ่าจาง

"ในเมื่อมันสามารถขยายร้านให้ใหญ่กว่าเดิมได้ มันก็ไม่สำคัญหรอกว่าร้านมันจะใหญ่ขนาดไหน"

ชูเฟิงสูดหายใจเอาเต็มปอดของเขา ดวงตาของเขาเบิกกว้างและมองไปที่ซูข่านด้วยความตกใจ

ชูเฟิงคิดว่าพี่สามจะพาเขามาเพื่อทำงานที่นี่อย่างเดียว แต่ไหงถึงได้ยกบ้านให้กับตาเฒ่าคนนี้ด้วย?

"ขอบคุณครับคุณซู"

เฒ่าจางก้มหัวลงและขอบคุณซูข่าน

"ขอบคุณคุณซูจริงๆที่ทำเพื่อเฒ่าแก่ๆคนนี้ครับ"

"พอแล้ว"

ซูข่านรีบเอามือขึ้นมาห้ามเฒ่าจาง เขาได้พูดต่อว่า

"ฉันวางแผนจะขยายร้านนี้ให้ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆอยู่แล้ว เฒ่าจางแค่จัดการร้านที่ใหญ่ขึ้นตามแผนของฉันก็พอ บ้านอีก 2 หลังที่ฉันจะยกให้มาขยายร้าน เฒ่าจางรับผิดชอบทำให้เหมือนกับที่นี่ด้วยล่ะ"

"ฉันมีเรื่องเดียวที่จะขอ"

ซูข่านพูดเบาๆ

"โปรดบอกผมด้วยคุณซู"

เฒ่าจางอยากจะก้มตัวลงต่ำมาก เขาอ่อนน้อมถ่อมตนต่อหน้าซูข่านสุดๆ แต่ก็ไม่ถึงขนาดลงไปคุกเข่ากับพื้น เฒ่าจางรู้ว่าซูข่านไม่ชอบอะไรแบบนี้

ซูข่านพูดด้วยรอยยิ้ม

"เฒ่าจางจะต้องตกแต่งบ้านอีกสองลังให้มีบรรยากาศเหมือนกับร้านวังหลวงแห่งนี้ ต่อให้ต้องใช้เงินมากแค่ไหนก็ไม่ต้องสน"

ยอดขายของเดือนนี้เฒ่าจางยังไม่ได้มอบมันให้กับซูข่านเลย เงินทั้งหมดยังอยู่ในร้านแห่งนี้

เงินที่ได้รับจากการเปิดร้านอาหารวังหลวงมีมากกว่าหมื่นหยวนอีก ซึ่งมันเยอะมากๆ

หนึ่งหมื่นหยวนต่อเดือน แถมยังเป็นกำไรที่หักจากค่าวัตถุดิบ ค่าแรง ค่าน้ำ ค่าไฟแล้วด้วย

จะมีสักกี่คนที่หาเงินได้เดือนละหมื่นหยวน ต้องใช้กี่ครอบครัวถึงจะหาเงินได้เยอะขนาดนี้

ด้วยเงินจำนวนนี้มันน่าจะเพียงพอต่อการตกแต่งบ้านหลังข้างๆให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของร้านอาหารวังหลวง ทุกวันนี้ค่าของค่าตกแต่งยังไม่สูงมาก หากตีเป็นกลมๆก็ได้ค่าตกแต่งบ้านละ 5,000 หยวน

ซูข่านได้หันไปมองเด็กข้างๆ ซึ่งตอนนี้กำลังกินอาหารด้วยความเอร็ดอร่อยอยู่ จากนั้นก็หันมาคุยกับเฒ่าจางต่อ

"ฉันมีเด็กคนหนึ่งมาฝากทำงานกับเฒ่าจางหน่อย"

"เด็ก?"

เฒ่าจางทำหน้างุนงงและมองไปที่เด็กแปลกหน้า ส่วนอีกคนหนึ่งก็เป็นซงหมิงเจียงที่เขารู้จักอยู่แล้ว

ซงหมิงเจียงเป็นคนที่ติดตามคุณซูไปด้วยทุกที่ เหมือนกับองครักษ์ประจำตัวของคุณซูไปแล้ว คนคุ้มกันของคุณซูดูเหมือนจะน้อยไปหน่อยถ้าเทียบกับความยอดเยี่ยมของเขา แต่มันก็เรื่องของคุณซู

เด็กที่จะมาฝากทำงาน แสดงว่าเป็นเด็กน้อยที่ชื่อชูเฟิงคนนี้เหรอ?

เฒ่าจางคิดว่าชูเฟิงต้องเป็นญาติที่เกี่ยวข้องอะไรบางอย่างกับซูข่าน ไม่อย่างงั้นซูข่านจะไม่เอ่ยปากพูดด้วยตัวเองแบบนี้

ถ้าเป็นญาติของคุณซูแล้ว จะมาเป็นเด็กทำงานให้กับร้านแห่งนี้เหรอ? เขาจะยอมมารับคำสั่งของเราไหม?

ถึงเฒ่าจางจะแก่แล้ว แต่จิตใจของเขาไม่ได้แก่ตามไปเลย เขาได้ครุ่นคิดเกี่ยวกับตัวตนของชูเฟิงกับคำพูดของซูข่าน

"ชูเฟิง"

ซูข่านโบกมือเรียกชูเฟิง

"ครับพี่สาม"

ชูเฟิงรีบลุกจากเก้าอี้และเดินไปข้างซูข่าน

"เด็กคนนี้เป็นเด็กที่หัวดีมาก ถ้าเฒ่าจางยังไม่มีลูกศิษย์ ลองให้เขาเรียนรู้วิธีการทำอาหารกับเฒ่าจางดู แล้วเฒ่าจางค่อยประเมินเด็กคนนี้อีกที"

ซูข่านพูดพร้อมเอามือไปโอบที่ไหล่ของชูเฟิง

"เอ่อ!!"

เฒ่าจางแปลกใจมาก เด็กคนนี้เป็นใครมาจากไหน?

ทำไมเขาถึงได้ให้คุณซูออกปากพูดให้มากขนาดนั้น? เด็กคนนี้โชคดีอย่างน่าเหลือเชื่อ

"เข้าใจแล้วครับ"

เฒ่าจางพูดด้วยรอยยิ้ม

"แต่"

ซูข่านส่ายหัวและพูดเสียงต่ำ

"เด็กคนเป็นเด็กที่หัวดีก็จริง แต่นิสัยเขาก็ดื้อรั้นพอสมควร หากว่าเขาทำอะไรผิดไปก็อย่าได้สงสาร สั่งสอนเขาได้เต็มที่เลย"

"อึ้ก"

ชูเฟิงได้ยินก็กลืนน้ำลายอึ้กใหญ่ ตัวของชูเฟิงค่อยๆขยับเขาไปใกล้ซูขานเรื่อยๆ

"อะไร? กลัวอย่างงั้นเหรอ?"

เมื่อเห็นชูเฟิงเริ่มหายใจถี่ขึ้น ซูข่านได้ก็พูดออกมาด้วยรอยยิ้ม เด็กที่ดื้อต้องโดนอะไรแบบนี้แหละ ไม่อย่างงั้นเขาก็จะทำตามใจตัวเองจนติดเป็นนิสัย

ชูเฟิงส่ายหัวและพูดเสียงแข็ง

"ผมจะพิสูจน์ให้พี่สามเห็นด้วยตัวตาของพี่สามเองเลย พี่สามจะต้องไม่ผิดหวังในตัวผม"

เฒ่าจางเห็นท่าทางที่มุ่งมั่นของชูเฟิง เขาก็พยักหน้าด้วยความพึงพอใจ

เขาค่อนข้างจะชอบความคิดของชูเฟิง มันดูมุ่งมั่นและร้อนแรงดี

"ผมขอฝากตัวด้วยครับอาจารย์"

ชูเฟิงหันไปพูดเสียงดังกับเฒ่าจาง

เฒ่าจางส่ายหัวและพูดอย่างรวดเร็ว

"ตอนนี้ข้าไม่ใช่อาจารย์ของเจ้า เจ้าจะต้องพิสูจน์ว่าเจ้าเองสามารถทำงานในร้านของข้าได้ จากนั้นข้าจะคิดอีกทีว่าจะรีบเจ้าเป็นลูกศิษย์หรือไม่"

สำหรับเรื่องการทำอาหารถือเป็นสิ่งที่เฒ่าจางจะไม่มีข้อยกเว้นให้ ถ้าคนไหนไม่มีพรสรรค์ พวกเขาก็ไม่คู่ควรได้รับการยอมรับจากเฒ่าจาง

หากว่ายกเว้นให้กับสักคนเดียว หากว่าคนๆนั้นไปทำอาหารที่รสชาติไม่ดีหรือไม่มีคุณภาพ ชื่อเสียงของร้านอาหารวังหลวงแห่งนี้ก็จะเสื่อมเสียลงไปด้วย ถึงตอนนั้นเฒ่าจางจะมีหน้าไปพบกับซูข่านได้ยังไง