"เท่าไหร่?"
จางหม่านถามเสียงเข้มทันที
หลู่เฉียนซานมองดูจางหม่านที่มีท่าทางเคร่งขรึมขึ้นเลยพูดเสริม
"ตอนนี้อสังหาฯในตลาดลงลงจากเดิมถึงประมาณ 30% และจะยังคงลดลงเรื่อยๆ"
หลังจากที่ทั้งสองคนพูดจบก็มองไปยังหญิงสาวทั้งสองคน
"เอ่อ"
หญิงสาวทั้งสองต่างมองหน้ากัน
พวกเธอทั้งสองรู้สึกว่าได้เจอกับคนที่เชี่ยวชาญด้านอสังหาฯซะแล้ว ดูเหมือนว่าลูกค้ารายนี้จะเป็นคนที่เชี่ยวชาญด้านอสังหาฯพอสมควร
จากนั้นหญิงสาวคนหนึ่งก็ได้หันหน้ามามองยังซูข่านที่ยืนรอฟังคำตอบอยู่
ชายหนุ่มคนนี้น่าจะเป็นคนตัดสินใจที่จะซื้อบ้านหลังนี้แน่นอน ดูจากคำพูดและการปฏิบัติของผู้ติดตามเขาแล้ว สองสาวที่ติดตามน่าจะเป็นผู้เชี่ยวชาญ ส่วนหนุ่มอีกคนก็น่าจะเป็นบอดี้การ์ดส่วนตัว
"ทางเจ้าของบ้านเองก็ได้แจ้งราคากับฉันมาแล้วค่ะ"
หญิงสาวคนหนึ่งพูดด้วยรอยยิ้ม
"เนื่องจากเจ้าของบ้านต้องการจะใช้เงินอย่างเร่งด่วน ฉะนั้นบ้านหลังนี้เขาเลยต้องการขายที่ราคา 105 ล้านค่ะ"
"โดยราคานี้คือราคาที่ลดไป 30% แล้ว เรียกได้ว่าจะไม่มีบ้านหลังไหนขายถูกเท่าที่นี่แล้วค่ะ"
หญิงสาวอีกคนพูดเสริม
"ใช่ค่ะ ถ้าครึ่งปีที่แล้วบ้านหลังนี้จะมีราคาสูงกว่า 140 ล้านเลย แต่เนื่องด้วยสภาวะตลาดกับเจ้าของต้องการใช้เงิน เขาเลยขายเพียง 105 ล้านเท่านั้นค่ะ"
ซูข่านได้ยินก็พยักหน้าเล็กน้อย บ้านบนภูเขาด้วยราคา 105 ล้านนั้นมันฟังดูเหมือนเยอะก็จริงแต่มันราคาถูกมากๆเลยถ้าเทียบกับชาติที่แล้วของเขา
ในยุคหลังปี 2000 นั้นขนาดบ้านที่อยู่ในตัวเมืองที่มีขนาดสัก 200 ตาราเมตร รู้สึกราคาของมันก็เริ่มต้นที่ 100 ล้านแล้ว แต่นี้ 100 ล้านในตอนนี้ได้บ้านบนภูเขาไทปิงที่มีขนาดใหญ่กว่า 1,000 ตารางเมตร
แถมยังมีสระว่ายน้ำ บ้านพักแม่บ้านหรือคนขับรถอีก ที่จอดรถก็กว้างขวาง สวนก็ใหญ่
มันคุ้มยิ่งกว่าคุ้มจริงๆราคานี้
ต่อให้ราคาของบ้านหลังนี้จะสูงกว่านี้สัก 200 ล้าน ซูข่านเองก็ยินดีที่จะจ่ายด้วยราคานั้น
หากได้ยืนอยู่บนชั้น 3 ของบ้านหลังนี้ มันจะต้องมองเห็นวิวที่สวยงามของทั้งเมืองเซียงเจียงได้แน่
และถ้าเป็นตอนกลางคืนละก็… ไม่อยากจะคิดเลยว่าถ้าคู่รักได้มาจิบไวน์ภายใต้แสงจันทร์ขณะชมวิวยามค่ำคืนของเมืองเซียงเจียงจะโรแมนติกแค่ไหน
ซูข่านเองรู้สึกชื่นชอบที่นี่มาก
จางหม่านและหลู่เฉียนซานมองไปที่ซูข่านเพื่อดูว่าเขาจะพึงพอใจกับบ้านหลังนี้หรือไม่ และพวกเธอก็รอคำตอบจากซูข่านเช่นกัน
เขาดูนิ่งกว่าปกติมาก พวกเธอไม่สามารถคาดเดาอะไรได้เลย
หญิงสาวทั้งสองที่บอกราคาเสร็จก็ชะงักไปชั่วขณะ
ทั้งสองคนคิดในใจเหมือนกันทันทีว่า
ดูเหมือนว่าชายคนนี้จะไม่พอใจเรื่องราคาของบ้านหลังนี้
ทั้งสองคนมองหน้ากันหนึ่งทีก่อนที่หญิงสาวคนหนึ่งจะขยับแว่นหนึ่งทีและพูดขึ้นว่า
"ถ้าราคามันยังเกินงบที่พวกคุณตั้งไว้อยู่ เดี่ยวทางฉันจะลองติดต่อกับเจ้าของบ้านให้ลดราคาเป็นพิเศษให้นะคะ"
"100 ล้าน!!"
จางหม่านพูดขึ้นมาหลังหญิงสาวพูดจบ
ซูข่านเลยส่ายหัวและโบกมือให้จางหม่านหยุดพูด
"เอาล่ะมาคุยเรื่องราคาของบ้านหลังนี้กันใหม่ดีกว่า"
ซูข่านพูดอย่างช้าๆ
เมื่อได้ยินซูข่านพูดหญิงสาวทั้งสองก็มีสายตาที่ตื่นเต้นขึ้นทันที เป็นเรื่องที่ยากมากกว่าจะหาคนสนใจซื้อบ้านหลังนี้ในสภาวะที่ตลาดอสังหาฯเป็นอย่างนี้ได้
ถ้าอีกฝ่ายไม่อยากจะซื้อบ้านเพราะราคามันสูงเกินไปละก็ มันจะเป็นอะไรที่น่าเสียดายเอามากๆ ไม่อย่างงั้นอาจจะต้องรอลูกค้าคนใหม่อีกหลายเดือนเลย
"ถ้า 100 ล้านเดี๋ยวทางฉันต้องลองถามกับเจ้าของดูก่อนค่ะ ทางเจ้าของบ้านแจ้งไว้แต่แรกแล้วว่าต้องการขายที่ 105 ล้าน"
หญิงสาวพูดอย่างรวดเร็วด้วยความตื่นเต้น
"ใช่ค่ะ กรุณารอสักครู่นะคะ"
หญิงสาวสวมแว่นพูดจบก็พยายามจะหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา
ถ้าบ้านหลังนี้ขายได้ละก็ พวกเธอทั้งสองจะได้รับค่านายหน้ามหาศาลเช่นเดียวกัน ยุคนี้ยิ่งขายบ้านได้ยากๆอยู่ พวกเธอทั้งสองจะต้องพยายามทุกวิถีทางให้ขายบ้านให้ได้
"ไม่ต้อง"
ซูข่านมองดูหญิงสาวทั้งสองที่แสดงท่าทางกังวลออกมา แล้วก็พูดด้วยรอยยิ้มอย่างช่วยไม่ได้
"ฉันต้องการซื้อบ้านหลังนี้"
ทั้งสองสาวได้ยินคำพูดของซูข่านก็รู้สึกสับสนขึ้นมาทันที ตอนแรกพวกเธอทั้งสองก็รู้สึกกลัวว่าราคาบ้านหลังนี้จะสูงไป แต่สักพักพวกเธอกลับรู้สึกยินดีที่จะขายบ้านหลังนี้ออกเฉย
พวกเธออยากจะกรี๊ดออกมาให้ลั่นบ้านแต่ก็ต้องพยายามกลั้นเอาไว้
"ที่ฉันบอกว่ามาคุยเรื่องราคากันใหม่เนี่ย ฉันอยากรู้ว่าถ้าฉันต้องการซื้อวันนี้เลย พวกเธอจะจัดการเรื่องเอกสารให้ฉันได้เลยไหม? ถ้าพวกเธอทำได้ฉันจะซื้อทันที"
ซูข่านพูดด้วยรอยยิ้ม
ในสายตาของหญิงสาวทั้งสอง รอยยิ้มของซูข่านครั้งนี้มันช่างสดใสราวและอบอุ่นราวกับกับเป็นรอยยิ้มจากพระเจ้าเลย
มันไม่มีอะไรที่จะสดใสไปมากกว่านี้อีกแล้ว
"ดะ..ได้ค่ะ ถ้าคุณผู้ชายยืนยันว่าต้องการซื้อบ้านหลังนี้ ทางเราจะดำเนินการให้เสร็จภายในวันนี้เลยค่ะ"
หญิงสาวที่สวมแว่นตาพูดอย่างตื่นเต้น
ถ้าอีกฝ่ายต้องการซื้อบ้านหลังนี้จริงๆ ก็แค่แจ้งไปทางเจ้าของบ้านเท่านั้น เขาต้องการที่จะขายบ้านหลังนี้อยู่แล้ว
ทางเอกสารเองก็เป็นเรื่องถนัดของพวกเธออยู่ การดำเนินการต่างตามขั้นตอนก็ใช้เวลาเพียงไม่นานเท่านั้น จะเหลือก็แค่เรื่องกู้เงินกับทางธนาคารที่ต้องใช้เวลาหน่อย
"ถ้าอย่างงั้นมาทำสัญญากันก่อนดีไหมคะ?"
จางหม่านพูดขึ้นมาด้วยรอยยิ้ม
"ในฐานะที่ฉันเป็นทนายที่มีใบอนุญาติ การซื้อขายที่ดินผ่านทางนายหน้าแบบนี้จะต้องทำการลงนามในสัญญามอบสิทธิก่อน จะเป็นอะไรไหมถ้าฉันจะขอให้ทำสัญญาฉบับนี้ก่อนการซื้อขาย?"
"ไม่มีปัญหาค่ะ"
ทั้งสองสาวได้พูดพร้อมกันทันที
"ไม่ต้องก็ได้"
ซูข่านส่ายหัวและพูดด้วยรอยยิ้ม
เขารู้ว่าหญิงสาวทั้งสองคนนี้เป็นแค่นายหน้าที่เจ้าของบ้านจ้างมาเพื่อขายบ้านหลังนี้เท่านั้น ซูข่านไม่อยากทำให้พวกเธอทั้งคู่อึดอัดใจในการทำงาน
นอกจากนี้แล้วพวกเธอเองก็อยากจะขายบ้านหลังนี้เต็มแก่แล้วเหมือนกัน พวกเธอคงไม่มีลูกเล่นอะไรตุกติกหรอก
"ถ้าพวกเธอยืนยันว่าเอกสารจะเสร็จในวันนี้ เรื่องเงินก็ไม่ใช่ปัญหาเช่นกัน"
ซูข่านพูดต่อด้วยรอยยิ้ม
"ขอโทษนะคะคุณผู้ชาย ไม่ทราบว่าทางคุณผู้ชายได้ทำสัญญากู้ยืมเงินกับธนาคารไหนมาก่อนหรือเปล่าคะ? ถ้ายังไม่มีทางบริษัทเราเป็นพาร์ทเนอร์กับธนาคาร HSBC ค่ะ"
"แม้ว่าตอนนี้ตลาดอสังหาฯจะไม่ค่อยดี แต่ทางเราก็สามารถเดินเรื่องกู้เงินให้ผ่านได้นะคะ"
หญิงสาวใส่แว่มพูดอย่างอ่อนหวาน
"กู้เงิน?"
ซูข่านทวนคำพูดด้วยความตะลึง ดูเหมือนว่าพวกเธอทั้งสองจะไม่รู้สถานะทางการเงินของเขาซะแล้ว
"ไม่จำเป็นต้องกงต้องกู้อะไรทั้งนั้น ถ้าพวกเธอทำเอกสารเสร็จสามารถมาเอาเงินสดที่ฉันได้เลย 100 ล้าน"
"ถ้าพวกเธอไม่เชื่อก็ลองโทรไปถามทางธนาคาร HSBC ดูก็ได้ แล้วถามว่าสถานะทางการเงินของบริษัทว่านเซี่ยงกับทางธนาคารเป็นยังไง? สามารถซื้อบ้านราคา 100 ล้านได้ไหม?"
ซูข่านพูดช้าๆ น้ำเสียงของเขาฟังดูธรรมดาแต่กลับมีพลังงานบางอย่างที่ทำให้ทั้งห้องเงียบสงัด
"จ่ายเงินสด!!"
หญิงสาวทั้งสองพูดพร้อมกันด้วยความตกใจ ดูเหมือนว่าเรื่องนี้จะเป็นเรื่องที่น่าตกใจที่สุดของวันนี้แล้ว
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved