"มันจะเพิ่มขึ้นอีกเหรอคะ?"
หลู่เฉียนซานมองไปที่ซูข่านอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง ตอนนี้ดัชนีหุ้นก็เพิ่มมากกว่า 70% แล้ว มันจะยังเพิ่มมากกว่านี้อีกงั้นเหรอ?
ซูข่านมองไปที่หลู่เฉียนซานแล้วพูดด้วยรอยยิ้ม
"ใช่ มันจะยังเพิ่มขึ้นมากกว่านี้ได้อีก ตราบใดที่เศรษฐกิจของประเทศญี่ปุ่นยังคงเติบโตแบบนี้อยู่ ดัชนีหุ้นก็จะยังคงเพิ่มขึ้นเหมือนเดิม แถมครั้งนี้จะพุ่งทะยานสูงกว่าเก่าอีกด้วย"
"สถานการณ์จะเป็นเหมือนกับปีที่แล้วอีกประมาณ 2-3 ปี จากนั้นอัตราการเติบโตก็จะเริ่มหยุดนิ่ง"
"อึ้ก"
เมื่อได้ยินคำพูดของซูข่าน หลู่เฉียนซานก็กลืนน้ำลายของคออย่างยากลำบาก
แค่เวลา 1 ปี จากเงิน 3,000 ล้านก็ได้เติบโตมาเป็น 5,000 ล้านแล้ว ถ้าสถานการณ์จะเป็นแบบนี้อีก 2-3 ปีจะเกิดอะไรขึ้น?
10,000 ล้านอย่างงั้นเหรอ? หรือมากกว่านี้?
หลู่เฉียนซานเดาไม่ออกเลยว่าตัวเลขมันจะไปจบลงที่ตรงไหน
แค่ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา อัตราเติบโตเองก็สูงกว่า 6 เดือนของปีที่แล้วอย่างลิบลับ ดังนั้นในอีก 3 ปีข้างหน้า มูลค่าของมันจะต้องเยอะกว่าเดิมอย่างน้อยก็ 2-3 เท่า
อาจะกลายเป็น 10,000 ล้าน? 20,000 ล้าน?
หลู่เฉียนซานไม่คิดมาก่อนเลยว่าเงิน 3,000 ล้านจะเติบโตกลายจนกลายเป็นหมื่นๆล้านได้ โดยรวมแล้วอย่างต่ำๆก็ 2-3 เท่าเห็นจะได้
แถมเป็นการเพิ่มขึ้น 2-3 เท่าจากเงินทุนมหาศาลอีก นี่เป็นเรื่องที่บริษัทอื่นไม่สามารถทำได้อย่างแน่นอน อาจจะมีแต่ก็คงเป็นเพียงแค่จำนวนหยิบมือเดียวเท่านั้นในโลกใบนี้
หลู่เฉียนซานพยายามระงับความตื่นเต้นในใจของเธอก่อนจะพูดกับซูข่านช้าๆ
"เจ้านายคิดว่าเศรษฐกิจของประเทศญี่ปุ่นจะดีขนาดนั้นเลยเหรอคะ?"
"ใช่"
ซูข่านพยักหน้าพร้อมกับยิ้มด้วยความมั่นใจ
"เธอจำธนาคารซอร์ฟแบงค์ในประเทศญี่ปุ่นที่เราลงทุนไปได้ไหมล่ะ?"
"จำได้ค่ะ"
หลู่เฉียนซานพยักหน้า
แน่นอนว่าเธอจำได้ ตอนนั้นซุนเจิ้งยี่ได้มาที่เซียงเจียงเพื่อมองหานักลงทุนไปร่วมลงทุนกับเขาด้วยเงินจำนวน 5 ล้านดอลล่าห์
มันเป็นข้อเสนอไม่มีนักลงทุนคนไหนกล้าที่จะเอาเงินของพวกเราไปเสี่ยงเลยสักคน บริษัทของซุนเจิ้งยี่เองก็ก่อตั้งได้ไม่นานแถมตีมูลค่าของบริษัทตัวเองสูงกว่าปกติถึง 10 เท่าอีก
ตอนนั้นหลู่เฉียนซานได้แค่เพียงทำคำสั่งที่ได้รับในการจัดการเงินไปให้ยังซุนเจิ้งยี่ เธอไม่เข้าใจเลยว่าเงิน 5 ล้านดอลล่าห์มันจะคุ้มไหม กับหุ้นแค่ 30% ของบริษัทซอร์ฟแบงค์
เนื่องด้วยในระยะที่ผ่านมาบริษัทซอร์ฟแบงค์เองก็ยังไม่สามารถทำกำไรได้เลยจากตลาด
หากว่าซอร์ฟแบงค์ยังคงเป็นแบบนี้ต่อ เงิน 5 ล้านดอลล่าห์จะต้องเสียเปล่าไปแน่ๆ
แต่แค่เวลาเพียงไม่กี่ปีหลังจากที่ซอร์ฟแบงค์ได้เงินลงทุนจากว่านเซี่ยงกรุ๊ป ตอนนี้มูลค่าของบริษัทของพวกเขาก็ได้พุ่งไปอยู่ที่ประมาณ 15 ล้านดอลล่าห์แล้ว
เท่ากับเงินทุนที่ได้ลงให้กับซอร์ฟแบงค์ก็ได้รับคืนแล้ว นี่ก็นับเป็นหนึ่งในการลงทุนที่ได้รับทุนคืนในระยะเวลาเพียงไม่กี่ปี
"ที่ซอร์ฟแบงค์เติบโตได้อย่างรวดเร็วนั้น ไม่ใช่เพราะเงินทุน 5 ล้านดอลล่าห์ที่ได้จากพวกเราหรอก"
ซูข่านได้อธิบายต่อเล็กน้อย
หลู่เฉียนซานขมวดคิ้วด้วยความสงสัย เงิน 5 ล้านที่ลงมันจะไม่สำคัญได้ยังไงกัน?
ซูข่านเห็นหลู่เฉียนซานขมวดคิ้ว เขาก็รู้ได้เลยว่าเธอไม่เชื่อว่าที่ซอร์ฟแบงค์เติบโตได้มันไม่ใช่เพราะเงิน 5 ล้านดอลล่าหื
แต่ที่ซอร์ฟแบงค์เติบโตได้นั้นมันเป็นเพราะชายที่ชื่อซุนเจิ้งยี่ต่างหาก เขาเป็นคนที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกลและยังเป็นนักลงทุนที่ฉลาดอีกด้วย เรียกได้ว่าเป็นอัจฉริยะในด้านนี้ก็ว่าได้
มีเพียงแค่ไม่กี่คนในโลกใบนี้ที่สามารถทำได้แบบเขา
ประวัติของซุนเจิ้งยี่เองก็ไม่ธรรมดาเหมือนกัน รู้ไหมว่าเงินที่เขาเริ่มต้นในการทำธุรกิจคือเงินแค่ 100,000 เยนเท่านั้น และยังเป็นเงินที่ตัวของเขานั้นยืมมาจากภรรยาอีกด้วย
แม้ว่าอัตราการเติบโตของซอร์ฟแบงค์นั้นจะไม่ได้รวดเร็วเหมือนกับบริษัทยักษ์ใหญ่อื่นๆ แต่ในอนาคตทางซอร์ฟแบงค์เองก็จะกลายเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่เหมือนกัน
ซูข่านเพียงแค่ต้องการลงทุนกับพวกเขาในตอนที่ยังมีโอกาสอยู่ จากนั้นก็รับผลตอบแทนจากการกำไรของซอร์ฟแบงค์
ซูข่านได้พูดต่อว่า
"ที่ทางซอร์ฟแบงค์เติบโตได้อย่างรวดเร็วนั้น เป็นเพราะการเติบโตอย่างรวดเร็วของเศรษฐกิจภายในประเทศญี่ปุ่นต่างหาก เห็นได้ชัดจากมีบริษัทจำนวนมากได้เข้าสู่ตลาดนี้ในช่วงเวลาที่ผ่านมานี้"
"บริษัทที่เปิดส่วนใหญ่ก็มักจะมีคู่แข่งที่ทำธุรกิจประเภทเดียวกัน ทำให้บริษัทของพวกเราต้องเร่งพัฒนาธุรกิจมาเพื่อสู้กับคู่แข่งจนทำให้เศรษฐกิจของประเทศโตได้"
เช่นเดียวกันกับที่จะเกิดขึ้นในประเทศจีน การที่เศรษฐกิจจะเติบโตอย่างรวดเร็วได้ จำเป็นต้องมีคู่แข่งธุรกิจอยู่ มันจะเป็นการสร้างแรงผลักดันในการทำธุรกิจให้ดีแข่งกับธุรกิจของคู่แข่ง
และยิ่งมีการเปลี่ยนแปลงมากมายเท่าไหร่ ธุรกิจเองก็จะเริ่มมีหลากหลายมากเท่านั้น ส่งผลให้เกิดสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่แตกต่างกัน ซึ่งมันจะสร้างโอกาสใหม่ๆให้กับคนที่มองเห็น
แน่นอนว่าซุนเจิ้งยี่เป็นคนที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกลอยู่แล้ว เรื่องพวกนี้ไม่พ้นสายตาอันเฉียบแหลมของเขาได้หรอก
"เจ้านายจะให้เอากำไรที่ได้จากตอนแรกไปลงดัชนีหุ้นเพิ่มด้วยไหมคะ?"
หลู่เฉียนซานถามด้วยความสงสย เธอเองก็ไม่เข้าใจสิ่งที่ซูข่านต้องการสักเท่าไหร่ เธอรู้สึกว่ามันเป็นกับการเสี่ยงดวงครั้งใหญ่เลยกับเศรษฐกิจในประเทศญี่ปุ่น
แถมยังเป็นเงินอีกตั้ง 5,000 ล้านอีกด้วย จะใช้ทั้งหมดในการลงทุนอย่างงั้นเหรอ?
"ใช่"
ซูข่านพยักหน้าและพูดด้วยรอยยิ้ม
"มันจะพุ่งสูงขึ้นกว่าเดิมอย่างแน่นอน"
"เอ่อ."
หลู่เฉียนซานรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย เธอไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเศรษฐกิจของประเทศญี่ปุ่นจะเติบโตไปมากกว่านี้อีก
ตัวของหลู่เฉียนซานนั้นไม่รู้หรอกว่าประเทญี่ปุ่นนั้นได้เผชิญกับเศรษฐกิจอันเลวร้ายมานานแค่ไหน เมื่อมีโอกาสมีเหรอที่พวกเขาจะไม่คว้าเอาไว้
แล้วมันก็ยังเป็นโอกาสที่ซูข่านจะสร้างรายได้จากจุดนี้อีกด้วย
จากเงิน 3,000 ล้านได้กลายมาเป็น 5,000 ล้านได้ แล้วถ้าผ่านไปอีก 3 ปีมันจะกลายมาเป็นกี่หมื่นล้านกันล่ะ?
ซูข่านเองก็ไม่สามารถเดาตัวเลขที่แน่นอนได้เหมือนกัน
แต่เขาก็รู้ว่ามันจะต้องเป็นเงินไม่ต่ำกว่าหมื่นล้านแน่นอน
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved