ตอนที่ 271

"คุณปู่รอหลานนานแล้ว รีบไปหาเขาเถอะ"

ซูเจียงจุนพูดด้วยรอยยิ้มอย่างใจดีกับซูข่าน

"ครับคุณลุง"

ซูข่านตอบด้วยรอยยิ้มเช่นกันและเดินไปหาชายชราที่นั่งอยู่

"ขอโทษด้วยครับที่ผมมาสาย ทุกคนน่าจะรอผมอยู่คนเดียวเลย"

"ฮ่าๆ เจ้าลิงน้อย"

ชายชราหัวเราะด้วยความพึงพอใจ เขาไม่ดุเลยที่ซูข่านมาสายหรือมาเป็นคนสุดท้าย เขาได้เอื้อมมือออกมาแล้วตบที่หลังของซูข่านเบาๆด้วยความเอ็นดู

ซูข่านได้กระซิบพูดกับชายชราเบาๆ

"หากตระกูลซูเป็นอย่างวันนี้ได้ทุกวันคงจะดีไม่ใช่น้อยนะครับคุณปู่"

"ตระกูลซูของเราก็ดูรักใคร่ปรองดองกันอยู่แล้วไม่ใช่รึไง"

ชายชรากระซิบตอบกับซูข่าน

ก่อนหน้านั้นตาเฒ่าคิดมาตลอดว่าซูข่านเป็นคนที่ไร้พรสรรค์และความสามารถที่สุดในตระกูลซู แต่ความคิดนั้นของตาเฒ่าแห่งตระกูลซูต้องเปลี่ยนไป

เขาได้ทำทุกอย่างให้ตาเฒ่าประทับใจนับไม่ถ้วน นอกจากนี้เขายังทำเพียงตัวคนเดียวโดยไม่พึ่งชื่อเสียงของตระกูลซูเลยแม้แต่น้อย มันช่างน่าอัศจรรย์ซะเหลือเกิน

"ในเมื่อทุกคนมาพร้อมกันแล้ว เราเริ่มงานเลี้ยงกันดีกว่า"

ที่น่าแปลกสุดของวันนี้ก็คือมื้ออาหารเนี่ยแหละ ซูข่านเห็นว่าอาหารกินเลี้ยงนั้นมีเยอะจนผิดสังเกต ชายชราได้มองมาที่ซูข่านพร้อมกับพูดด้วยรอยยิ้ม

"วันนี้เป็นวันที่ดีสำหรับครอบครัว เพราะฉะนั้นอาหารจะต้องพิเศษกว่าทุกวันยังไงล่ะ"

ซูข่านยิ้มตอบเล็กน้อย ในเมื่อตาเฒ่าเองก็ได้เปลี่ยนไปขนาดนี้ ไม่แปลกหรอกที่ซูเหวินกับลุงของเขาจะเปลี่ยนไปเช่นเดียวกัน ทั้งสองคนนั้นรักและเทิดทูนตาเฒ่าซะยิ่งกว่าอะไรเสียอีก

เป็นเรื่องที่ไม่คิดมาก่อนเหมือนกันว่าจะได้เจอในชาตินี้ ที่ทั้งพ่อลูกคู่นั้นอยู่ๆก็ไม่มีความเกลียดชังออกมาจากสายตา

มันทำให้รู้สึกเหมือนว่าเป็นครอบครัวเดียวกันหน่อย

"ซูข่านกินนี่สิ"

ซูเหวินตักอาหารแล้วยกมาวางในจานของซูข่าน

"ขอบคุณมากครับพี่ซูเหวิน จริงๆแล้วหน้าที่นี้ควรจะเป็นผมต้องทำให้พี่ด้วยซ้ำ"

"พี่ซูเหวินครับ"

ซูข่านหยิบหยิบแก้วไวน์ขึ้นมาและชูไปทางซูเหวิน

ซูเหวินหยิบแก้วไวน์แล้วก็นำมาชนกับแก้วของซูข่าน จากนั้นทั้งสองก็จิบไวน์เล็กน้อย

ซูข่านเหลือบมองเห็นลุงซูเจียงจุนหยิบแก้วไวน์ขึ้นมาดื่มเช่นกัน ซูข่านเลยรีบพูดอย่างรวดเร็ว

"คุณลุงครับ ทานขนมปังไหมครับ เดี๋ยวผมทาเนยให้"

ซูเจียงจุนไม่ทันได้ตอบซูข่านก็หยิบขนมปังขึ้นมาพร้อมกับมีดปาดเนย จากนั้นก็เริ่มทาเนยลงไปที่ขนมปังทีละนิดจนทั่ว จากนั้นก็ยื่นขนมปังให้กับซูเจียงจุน

"ขอบใจมาก"

เมื่อเห็นว่าซูข่านได้ทำขนมปังทาเนยให้กับซูเจียงจุน ทางซูเหวินเองก็เอาขนมปังขึ้นมาและทาเนยก่อนจะส่งให้กับพ่อของซูข่านเช่นเดียวกัน

บรรยากาศบนโต๊ะอาหารนี่เต็มไปด้วยความอบอุ่นที่แท้จริง ซูข่านอยากเห็นภาพนี้มากๆในชาติที่แล้ว พ่อของซูข่านเองก็ดูมีความมั่นใจมากกว่าแต่ก่อน

งานเลี้ยงฉลองครั้งนี้ได้กินเวลาไปนานกว่า 2 ชั่วโมง

ในตอนที่ทั้ง 4 คนกำลังจะกลับ ชายชราก็ได้ขอให้ทางหลานๆทั้งสองคนอยู่พักกับเขาก่อน

ทางด้านซูเจียงจุนและซูเจียงกัวเองก็ไม่ได้โกรธหรือว่าน้อยใจแต่อย่างใด แต่พวกเขาทั้งสองกลับมีความสุขมากกว่า

ในคืนนั้นซูข่าน ซูเหวิน และชายชราก็ได้พูดคุยกันต่อเล็กน้อยก่อนจะแยกย้ายกันไปพักผ่อน

เช้าวันต่อมาซูข่านและซูเหวินได้ออกมาจุดประทัดเพื่อขับไล่เรื่องไม่ดีในปีเก่าให้หมดสิ้นไป พร้อมกับเริ่มต้นปีใหม่

จากนั้นซูข่านก็ได้เดินทางกลับมาที่บ้านของเขา

ทันทีที่เข้าไปในบ้านซูข่านก็เห็นซงหมิงเจียงกำลังออกกำลังกายอยู่ที่สวนหน้าบ้าน

"อ้าว!!"

"ทำไมนายกลับมาเร็วจัง? ฉันบอกให้นายอยู่กับครอบครัวในช่วงเวลานี้ไม่ใช่เหรอ?"

ซูข่านขมวดคิ้วเล็กน้อยขณะมองไปที่ซงหมิงเจียง

"พอดีมีเรื่องนิดหน่อยอะครับพี่สาม ผมเลยต้องกลับมาก่อน"

ซงหมิงเจียงตอบด้วยความเขินอาย

ซูข่านเองก็รู้สึกได้ถึงความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับซงหมิงเจียง จากนั้นก็มีรอยยิ้มอันชั่วร้ายปรากฏที่ใบหน้าของซูข่านพร้อมกับพูดว่า

"อย่าบอกนะว่าครอบครัวของนายจะให้นายแต่งงาน?"

"เอ่อ…ไม่ครับ"

ซงหมิงเจียงตกตะลึงเขาตอบไรไม่ถูก

"ฮ่าๆๆ"

ซูข่านหัวเราะเสียงดัง

ไม่แปลกหรอกที่ครอบครัวของซงหมิงเจียงจะนัดดูตัวผู้หญิงให้กับซงหมิงเจียง ตอนนี้เขาก็มีอายุพอสมควรที่จะสร้างครอบครัวได้แล้วด้วย

แต่เรื่องที่ซูข่านคิดเล่นๆกับเป็นเรื่องจริง

ก่อนหน้านี้ซงหมิงเจียงเองก็ไปเป็นทหารต้องออกไปรบที่แนวหน้า พอกับมาเขาก็ไม่มีงานทำอีก จะมีผู้หญิงที่ไหนสนใจผู้ชายที่ไม่มีงานทำ แต่หลังจากที่ซงหมิงเจียงได้งานทำตัวของซงหมิงเจียงก็ได้เปลี่ยนไป

เขาตั้งใจทำงานอย่างขยันขันแข็ง เขาค่อยๆเก็บเงินทีละนิดส่งไปที่บ้านจนสามารถซื้อบ้านให้กับครอบครัวเขาได้ ไม่เพียงเท่านั้นซงหมิงเจียงละซื้อเสื้อผ้าและของใช้ใหม่ๆให้กับน้องๆที่บ้านอีกด้วย

นอกจากนี้แล้วหลายคนในหมู่บ้านนั้นได้กลิ่นอาหารลอยออกมาจากบ้านของซงหมิงเจียง กลิ่นอาหารธรรมดาก็ยังพอเข้าใจได้อยู่ แต่กลิ่นที่ลอยออกมาจากบ้านของซงหมิงเจียงนั้นเป็นกลิ่นของเนื้อสัตว์

ทุกวันนี้กว่าที่ครอบครัวหนึ่งจะได้กินเนื้อสัตว์อาจจะต้องรอถึงหนึ่งเดือนจะได้กินครึ่งหนึ่ง บางครอบครัวก็จะได้กินเนื้อสัตว์ช่วงวันเทศกาลเท่านั้น

แต่บ้านของซงหมิงเจียงเองได้กินเนื้อสัตว์เป็นประจำเลย ถึงไม่ทุกวันก็เถอะแต่ก็มากกว่าครอบครัวแถวนั้น

ทุกคนในหมู่บ้านเลยฟันธงว่าซงหมิงเจียงไปทำงานและส่งเงินกลับบ้านมาเป็นจำนวนมาก เขาเป็นคนที่ขยันขันแข็งและรักครอบครัวมาก

ตัวของซงหมิงเจียงเองก็ยังเป็นหนุ่มอยู่ ถึงแม้ว่าเขาจะได้รับบาดเจ็บจนนิ้วมือเหลือไม่กี่นิ้วก็เถอะ

ด้วยเหตุผลที่ว่ามาข้างต้นนั้น เหล่าเพื่อนบ้านเองหรือพวกสมาคมแม่บ้านทั้งหลายในหมู่บ้าน พวกเธอจึงอยากจะแนะนำหรือว่านัดดูตัวซงหมิงเจียงให้กับลูกสาวพวกเธอ

ซงหมิงเจียงเองรู้ข่าวพวกนั้นก็รู้สึกทำตัวไม่ถูก เขาจึงได้รีบกลับมาที่บ้านของซูข่านเร็วกว่ากำหนดเล็กน้อย

ระหว่างที่เดินทางกลับมาที่บ้านของซูข่าน ซงหมิงเจียงเองก็ยังจำเสียงของพวกคนในหมู่บ้านได้อยู่เลย

"นั่นซงหมิงเจียงไม่ใช่เหรอ? ไม่ได้เจอตั้งนานหล่อขึ้นเยอะเลยนะ ดูหุ่นของเขาสิมันดูแข็งแรงมากๆเลย มารู้จักกับหลานสาวฉันหน่อยไหมล่ะ? ปีนี่เธออายุ 22 แล้ว"

"หมิงเจียงไม่ใช่เหรอ? เย็นนี้มากินข้าวที่บ้านของป้าหน่อยได้ไหม? พอดีป้าอยากแนะนำลูกสาวให้รู้จักสักหน่อยน่ะ"

ฯลฯ เกี่ยวกับการนัดซงหมิงเจียงมาดูตัวลูกสาวที่บ้านของเขาทั้งนั้น

ซงหมิงเจียงรู้สึกเหนื่อยกับเรื่องแบบนี้ที่หมู่บ้านมาก พอมีโอกาสซงหมิงเจียงเลยรีบบอกลาคนที่บ้านและขับรถออกมาอย่างรวดเร็ว

สำหรับเขาแล้ว เขายอมกลับไปอยู่ในสงครามดีกว่า อย่างน้อยพวกศัตรูมันก็ยังรับมือง่ายพวกป้าๆพวกนี้เยอะ

ซูข่านเดินต่อเข้าไปในบ้าน ทันทีที่เข้ามาในบ้านเขาก็เห็นเฒ่าจางและคนอื่นๆกำลังทำอะไรวุ่นวายบางอย่างอยู่

"คุณซูกลับมาแล้วเหรอครับ?"

เสียงของเฒ่าจางดังขึ้น