"คุณปู่รอหลานนานแล้ว รีบไปหาเขาเถอะ"
ซูเจียงจุนพูดด้วยรอยยิ้มอย่างใจดีกับซูข่าน
"ครับคุณลุง"
ซูข่านตอบด้วยรอยยิ้มเช่นกันและเดินไปหาชายชราที่นั่งอยู่
"ขอโทษด้วยครับที่ผมมาสาย ทุกคนน่าจะรอผมอยู่คนเดียวเลย"
"ฮ่าๆ เจ้าลิงน้อย"
ชายชราหัวเราะด้วยความพึงพอใจ เขาไม่ดุเลยที่ซูข่านมาสายหรือมาเป็นคนสุดท้าย เขาได้เอื้อมมือออกมาแล้วตบที่หลังของซูข่านเบาๆด้วยความเอ็นดู
ซูข่านได้กระซิบพูดกับชายชราเบาๆ
"หากตระกูลซูเป็นอย่างวันนี้ได้ทุกวันคงจะดีไม่ใช่น้อยนะครับคุณปู่"
"ตระกูลซูของเราก็ดูรักใคร่ปรองดองกันอยู่แล้วไม่ใช่รึไง"
ชายชรากระซิบตอบกับซูข่าน
ก่อนหน้านั้นตาเฒ่าคิดมาตลอดว่าซูข่านเป็นคนที่ไร้พรสรรค์และความสามารถที่สุดในตระกูลซู แต่ความคิดนั้นของตาเฒ่าแห่งตระกูลซูต้องเปลี่ยนไป
เขาได้ทำทุกอย่างให้ตาเฒ่าประทับใจนับไม่ถ้วน นอกจากนี้เขายังทำเพียงตัวคนเดียวโดยไม่พึ่งชื่อเสียงของตระกูลซูเลยแม้แต่น้อย มันช่างน่าอัศจรรย์ซะเหลือเกิน
"ในเมื่อทุกคนมาพร้อมกันแล้ว เราเริ่มงานเลี้ยงกันดีกว่า"
ที่น่าแปลกสุดของวันนี้ก็คือมื้ออาหารเนี่ยแหละ ซูข่านเห็นว่าอาหารกินเลี้ยงนั้นมีเยอะจนผิดสังเกต ชายชราได้มองมาที่ซูข่านพร้อมกับพูดด้วยรอยยิ้ม
"วันนี้เป็นวันที่ดีสำหรับครอบครัว เพราะฉะนั้นอาหารจะต้องพิเศษกว่าทุกวันยังไงล่ะ"
ซูข่านยิ้มตอบเล็กน้อย ในเมื่อตาเฒ่าเองก็ได้เปลี่ยนไปขนาดนี้ ไม่แปลกหรอกที่ซูเหวินกับลุงของเขาจะเปลี่ยนไปเช่นเดียวกัน ทั้งสองคนนั้นรักและเทิดทูนตาเฒ่าซะยิ่งกว่าอะไรเสียอีก
เป็นเรื่องที่ไม่คิดมาก่อนเหมือนกันว่าจะได้เจอในชาตินี้ ที่ทั้งพ่อลูกคู่นั้นอยู่ๆก็ไม่มีความเกลียดชังออกมาจากสายตา
มันทำให้รู้สึกเหมือนว่าเป็นครอบครัวเดียวกันหน่อย
"ซูข่านกินนี่สิ"
ซูเหวินตักอาหารแล้วยกมาวางในจานของซูข่าน
"ขอบคุณมากครับพี่ซูเหวิน จริงๆแล้วหน้าที่นี้ควรจะเป็นผมต้องทำให้พี่ด้วยซ้ำ"
"พี่ซูเหวินครับ"
ซูข่านหยิบหยิบแก้วไวน์ขึ้นมาและชูไปทางซูเหวิน
ซูเหวินหยิบแก้วไวน์แล้วก็นำมาชนกับแก้วของซูข่าน จากนั้นทั้งสองก็จิบไวน์เล็กน้อย
ซูข่านเหลือบมองเห็นลุงซูเจียงจุนหยิบแก้วไวน์ขึ้นมาดื่มเช่นกัน ซูข่านเลยรีบพูดอย่างรวดเร็ว
"คุณลุงครับ ทานขนมปังไหมครับ เดี๋ยวผมทาเนยให้"
ซูเจียงจุนไม่ทันได้ตอบซูข่านก็หยิบขนมปังขึ้นมาพร้อมกับมีดปาดเนย จากนั้นก็เริ่มทาเนยลงไปที่ขนมปังทีละนิดจนทั่ว จากนั้นก็ยื่นขนมปังให้กับซูเจียงจุน
"ขอบใจมาก"
เมื่อเห็นว่าซูข่านได้ทำขนมปังทาเนยให้กับซูเจียงจุน ทางซูเหวินเองก็เอาขนมปังขึ้นมาและทาเนยก่อนจะส่งให้กับพ่อของซูข่านเช่นเดียวกัน
บรรยากาศบนโต๊ะอาหารนี่เต็มไปด้วยความอบอุ่นที่แท้จริง ซูข่านอยากเห็นภาพนี้มากๆในชาติที่แล้ว พ่อของซูข่านเองก็ดูมีความมั่นใจมากกว่าแต่ก่อน
งานเลี้ยงฉลองครั้งนี้ได้กินเวลาไปนานกว่า 2 ชั่วโมง
ในตอนที่ทั้ง 4 คนกำลังจะกลับ ชายชราก็ได้ขอให้ทางหลานๆทั้งสองคนอยู่พักกับเขาก่อน
ทางด้านซูเจียงจุนและซูเจียงกัวเองก็ไม่ได้โกรธหรือว่าน้อยใจแต่อย่างใด แต่พวกเขาทั้งสองกลับมีความสุขมากกว่า
ในคืนนั้นซูข่าน ซูเหวิน และชายชราก็ได้พูดคุยกันต่อเล็กน้อยก่อนจะแยกย้ายกันไปพักผ่อน
เช้าวันต่อมาซูข่านและซูเหวินได้ออกมาจุดประทัดเพื่อขับไล่เรื่องไม่ดีในปีเก่าให้หมดสิ้นไป พร้อมกับเริ่มต้นปีใหม่
จากนั้นซูข่านก็ได้เดินทางกลับมาที่บ้านของเขา
ทันทีที่เข้าไปในบ้านซูข่านก็เห็นซงหมิงเจียงกำลังออกกำลังกายอยู่ที่สวนหน้าบ้าน
"อ้าว!!"
"ทำไมนายกลับมาเร็วจัง? ฉันบอกให้นายอยู่กับครอบครัวในช่วงเวลานี้ไม่ใช่เหรอ?"
ซูข่านขมวดคิ้วเล็กน้อยขณะมองไปที่ซงหมิงเจียง
"พอดีมีเรื่องนิดหน่อยอะครับพี่สาม ผมเลยต้องกลับมาก่อน"
ซงหมิงเจียงตอบด้วยความเขินอาย
ซูข่านเองก็รู้สึกได้ถึงความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับซงหมิงเจียง จากนั้นก็มีรอยยิ้มอันชั่วร้ายปรากฏที่ใบหน้าของซูข่านพร้อมกับพูดว่า
"อย่าบอกนะว่าครอบครัวของนายจะให้นายแต่งงาน?"
"เอ่อ…ไม่ครับ"
ซงหมิงเจียงตกตะลึงเขาตอบไรไม่ถูก
"ฮ่าๆๆ"
ซูข่านหัวเราะเสียงดัง
ไม่แปลกหรอกที่ครอบครัวของซงหมิงเจียงจะนัดดูตัวผู้หญิงให้กับซงหมิงเจียง ตอนนี้เขาก็มีอายุพอสมควรที่จะสร้างครอบครัวได้แล้วด้วย
แต่เรื่องที่ซูข่านคิดเล่นๆกับเป็นเรื่องจริง
ก่อนหน้านี้ซงหมิงเจียงเองก็ไปเป็นทหารต้องออกไปรบที่แนวหน้า พอกับมาเขาก็ไม่มีงานทำอีก จะมีผู้หญิงที่ไหนสนใจผู้ชายที่ไม่มีงานทำ แต่หลังจากที่ซงหมิงเจียงได้งานทำตัวของซงหมิงเจียงก็ได้เปลี่ยนไป
เขาตั้งใจทำงานอย่างขยันขันแข็ง เขาค่อยๆเก็บเงินทีละนิดส่งไปที่บ้านจนสามารถซื้อบ้านให้กับครอบครัวเขาได้ ไม่เพียงเท่านั้นซงหมิงเจียงละซื้อเสื้อผ้าและของใช้ใหม่ๆให้กับน้องๆที่บ้านอีกด้วย
นอกจากนี้แล้วหลายคนในหมู่บ้านนั้นได้กลิ่นอาหารลอยออกมาจากบ้านของซงหมิงเจียง กลิ่นอาหารธรรมดาก็ยังพอเข้าใจได้อยู่ แต่กลิ่นที่ลอยออกมาจากบ้านของซงหมิงเจียงนั้นเป็นกลิ่นของเนื้อสัตว์
ทุกวันนี้กว่าที่ครอบครัวหนึ่งจะได้กินเนื้อสัตว์อาจจะต้องรอถึงหนึ่งเดือนจะได้กินครึ่งหนึ่ง บางครอบครัวก็จะได้กินเนื้อสัตว์ช่วงวันเทศกาลเท่านั้น
แต่บ้านของซงหมิงเจียงเองได้กินเนื้อสัตว์เป็นประจำเลย ถึงไม่ทุกวันก็เถอะแต่ก็มากกว่าครอบครัวแถวนั้น
ทุกคนในหมู่บ้านเลยฟันธงว่าซงหมิงเจียงไปทำงานและส่งเงินกลับบ้านมาเป็นจำนวนมาก เขาเป็นคนที่ขยันขันแข็งและรักครอบครัวมาก
ตัวของซงหมิงเจียงเองก็ยังเป็นหนุ่มอยู่ ถึงแม้ว่าเขาจะได้รับบาดเจ็บจนนิ้วมือเหลือไม่กี่นิ้วก็เถอะ
ด้วยเหตุผลที่ว่ามาข้างต้นนั้น เหล่าเพื่อนบ้านเองหรือพวกสมาคมแม่บ้านทั้งหลายในหมู่บ้าน พวกเธอจึงอยากจะแนะนำหรือว่านัดดูตัวซงหมิงเจียงให้กับลูกสาวพวกเธอ
ซงหมิงเจียงเองรู้ข่าวพวกนั้นก็รู้สึกทำตัวไม่ถูก เขาจึงได้รีบกลับมาที่บ้านของซูข่านเร็วกว่ากำหนดเล็กน้อย
ระหว่างที่เดินทางกลับมาที่บ้านของซูข่าน ซงหมิงเจียงเองก็ยังจำเสียงของพวกคนในหมู่บ้านได้อยู่เลย
"นั่นซงหมิงเจียงไม่ใช่เหรอ? ไม่ได้เจอตั้งนานหล่อขึ้นเยอะเลยนะ ดูหุ่นของเขาสิมันดูแข็งแรงมากๆเลย มารู้จักกับหลานสาวฉันหน่อยไหมล่ะ? ปีนี่เธออายุ 22 แล้ว"
"หมิงเจียงไม่ใช่เหรอ? เย็นนี้มากินข้าวที่บ้านของป้าหน่อยได้ไหม? พอดีป้าอยากแนะนำลูกสาวให้รู้จักสักหน่อยน่ะ"
ฯลฯ เกี่ยวกับการนัดซงหมิงเจียงมาดูตัวลูกสาวที่บ้านของเขาทั้งนั้น
ซงหมิงเจียงรู้สึกเหนื่อยกับเรื่องแบบนี้ที่หมู่บ้านมาก พอมีโอกาสซงหมิงเจียงเลยรีบบอกลาคนที่บ้านและขับรถออกมาอย่างรวดเร็ว
สำหรับเขาแล้ว เขายอมกลับไปอยู่ในสงครามดีกว่า อย่างน้อยพวกศัตรูมันก็ยังรับมือง่ายพวกป้าๆพวกนี้เยอะ
ซูข่านเดินต่อเข้าไปในบ้าน ทันทีที่เข้ามาในบ้านเขาก็เห็นเฒ่าจางและคนอื่นๆกำลังทำอะไรวุ่นวายบางอย่างอยู่
"คุณซูกลับมาแล้วเหรอครับ?"
เสียงของเฒ่าจางดังขึ้น
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved