"คุณผู้ชายพูดจริงเหรอคะ?"
หญิงสาวสวมแว่นถามด้วยความตกใจ
จ่ายเงินสดมูลค่า 100 ล้าน ในยุคที่ตลาดอสังหาฯยังหาจุดยืนไม่ได้เนี่ยนะ?
ขนาดปีที่แล้วยังไม่มีใครรวยพอที่จะซื้อบ้านด้วยเงินสดเลย แม้ว่าครอบครัวหรือตระกูลของพวกเขาจะรวยขนาดไหนก็ตาม ส่วนใหญ่แล้วก็จะแบ่งจ่ายกันทั้งนั้น
คนธรรมดาส่วนใหญ่ก็ต้องกู้เงินเพื่อมาซื้อบ้าน แต่การที่ซื้อบ้านด้วยเงินสด 100 ล้านแบบเนี่ย
ตั้งแต่ทำงานเป็นนายหน้าขายบ้านมานี่เป็นครั้งแรกเลยที่เธอเคยเห็น
แววของสาวที่สวมแว่นเป็นประกายและมองไปที่ซูข่านราวกับเขาเป็นพระเจ้า จากนั้นเธอก็รีบพูดขึ้นมาด้วยความตื่นเต้น
"ถ้าคุณผู้ชายจ่ายเงินสดละก็ ไม่จำเป็นต้องใช้ระยะเวลาดำเนินการเป็นวันเลยค่ะ ไม่กี่ชั่วโมงก็เสร็จได้เลย ฉันขอรับประกันด้วยหัวของฉันเลย"
"ใช่ค่ะ"
หญิงสาวอีกคนพูดเสริมอย่างตื่นเต้น
ซูข่านพยักหน้าและพูดช้าๆ
"งั้นพวกเธอก็รีบไปดำเนินการเลย ฉันต้องการซื้อบ้านหลังนี้ภายในวันนี้เท่านั้น"
"ได้ค่ะคุณผู้ชาย"
หญิงสาวทั้งสองพูดพร้อมกันเสียงดัง จากนั้นพวกเธอทั้งสองก็รีบขอตัวออกไปดำเนินการเดินเอกสารก่อน
ซูข่านได้มองรอบๆบ้านก่อนจะพูดกับจางหม่านด้วยรอยยิ้ม
"บ้านของเธอไว้ค่อยเป็นโอกาสหน้าละกันนะ"
"ค่ะเจ้านาย"
จางหม่านพยักหน้าให้กับซูข่าน
จางหม่านหลังจากได้มาดูบ้านก็รู้สึกว่าบ้านหลังนี้มันใหญ่เกินกว่าที่ตัวเธอกับแม่จะมาอาศัยอยู่เหมือนกัน ถึงแม้ว่าทุกอย่างจะดูดีไปหมด แต่จะให้ผู้หญิงสองคนมาอยู่ในบ้านหลังนี้มันก็ยังไงๆอยู่
เธออยากได้ก็แค่บ้านจัดสรรหรือว่าบ้านเดี่ยวธรรมดาเท่านั้นเอง
"งั้นเดี๋ยวฉันจะกลับไปที่โรงแรมก่อน พวกเธอจัดการเรื่องบ้านหลังนี้ให้เรียบร้อยด้วย อีกสัก 2 วันเดี๋ยวฉันจะย้ายจากโรงแรมมาอยู่ที่บ้านหลังนี้"
"ได้ค่ะเจ้านาย"
จางหม่านพยักหน้า
เธอเดินไปส่งซูข่านที่ร้านเบนท์ลีย์ ซึ่งซงหมิงเจียงก็ได้นั่งรถคันนี้กลับไปที่โรงแรมพร้อมกับซูข่านด้วย ส่วนจางหม่านกับหลู่เฉียนซานจะรอดำเนินการเรื่องบ้านแล้วจะกลับด้วยรถเบนซ์เช่นเดียวกัน
พวกเธอทั้งสองต้องรีบจัดการทุกอย่างให้เสร็จภายในวันนี้
เจ้านายของพวกเธอได้บอกแล้วว่าจะย้ายมาอยู่ที่นี่ในอีกสองวัน
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความสะอาด แม่บ้าน คนสวน ทุกอย่างต้องพร้อมในอีกสองวัน ซึ่งพวกเธอเองก็มีเวลาไม่มากในการจัดการเรื่องนี้
ทุกอย่างจะต้องเสร็จภายในสองวัน ถึงแม้ว่ามันจะฟังดูยากแต่พวกเธอก็ต้องทำให้ได้
เหมือนกับตอนที่พวกเธอทำงานส่งอาจารย์ตอนเรียนมหาวิทยาลัย กรุงโรมไม่ได้สร้างเสร็จภายในวันเดียว แต่ถ้าอาจารย์ต้องการกรุงโรมพรุ่งนี้ คืนนี้กรุงโรมจะต้องสร้างให้เสร็จ
…
เวลาสองวันได้ผ่านไปอย่างรวดเร็ว
"ก็อกๆๆ"
เสียงเคาะประตูดังขึ้นในห้องของซูข่าน
ซูข่านที่กำลังนั่งหลับตาอยู่บนโซฟาก็ได้ลืมตาขึ้น
100 ล้านสำหรับบ้านบนภูเขาไทปิงที่มีเนื้อที่กว่า 1,000 ตารางเมตร จะมีใครฟุ่มเฟือยเท่ากับซูข่านในตอนนี้อีก
หากว่าคนอื่นรู้ว่าซูข่านได้ซื้อบ้านหลังนี้ด้วยเงินสดทั้งหมด พวกเขาจะต้องคิดว่าซูข่านเป็นคนโง่แน่ๆ ราคาของอสังหาฯเองก็อยู่สภาวะที่ย่ำแย่สุดๆ ไม่มีใครกล้าซื้อบ้านเลยสักคน
หัวเราะที่หลังมักจะดังกว่าเสมอ พวกคนที่ไม่กล้าซื้ออสังหาฯตอนนี้แล้วด่าคนอื่น พวกเขาไม่รู้เลยว่าราคาที่ดินในเซียงเจียงรวมไปถึงฮ่องกงจะเพิ่มมากขึ้นแค่ไหนในปี 2010-2015
เมื่อถึงตอนนั้นบ้านของซูข่านที่มีเนื้อที่กว่า 1,000 ตารางเมตร น่าจะเพิ่มขึ้นจากเดิมจนอาจจะถึง 5-6 พันล้านเห็นจะได้
ซูข่านลุกเดินไปที่ประตูที่มีเสียงเคาะและเปิดประตูทันที
ที่ด้านนอกของประตูมีจางหม่าน หลู่เฉียนซาน และซงหมิงเจียงยืนอยู่ ดูเหมือนว่าทั้งสามคนจะมารับซูข่านถึงที่หน้าห้องเลยวันนี้
"เจ้านายพร้อมรึยังคะ?"
จางหม่านมองไปที่ซูข่านและพูดอย่างตื่นเต้น
"ตอนนี้รถได้มาอยู่แล้วที่ชั้นล่างค่ะ ส่วนเรื่องโรงแรมฉันก็จัดการให้เรียบร้อยแล้วค่ะ"
หลู่เฉียนซานพูดด้วยรอยยิ้มเล็กน้อย
"พี่สามครับ พวกคนที่มาฝึกที่เซียงเจียงตอนนี้พวกเขาฝึกกันเสร็จแล้วครับ ผมเลยให้พวกเขาไปรออยู่ที่บ้านของพี่สามแล้ว"
ซงหมิงเจียงพูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเคารพ
"อืม"
ซูข่านพยักหน้าด้วยความพึงพอใจก่อนจะเดินนำออกไป ซงหมิงเจียงก็ได้เดินเข้าไปในห้องของซูข่านแล้วหยิบกระเป๋าสัมภาระ
ไม่นานทั้ง 4 คนก็ได้ลงลิฟต์มายังชั้นล่าง ที่หน้าโรงแรมเพนนินซูล่าก็มีรถยุโรปสุดหรูมาจอดรอพวกเขาอยู่
ทั้ง 4 คนก็ได้ขึ้นรถที่ตำแหน่งเดิมของพวกเขา ไม่นานรถก็ได้ขับออกจากโรงแรมมุ่งหน้าสู่ภูเขาไทปิง
ผ่านไปประมาณครึ่งชั่วโมงก็มาถึงยังภูเขาไทปิง รถได้ขับเข้าไปยังเขตภูเขาเรื่อยๆจนมาถึงบ้านหลังหนึ่ง ที่หน้าบ้านหลังนี้มีแผ่นป้ายสลักไว้อยู่ชัดเจน
"คฤหาสน์ซู"
เมื่ออ่านแผ่นฝ้ายจบซูข่านก็หันไปมองที่จางหม่านทันที
จางหม่านก็ยิ้มและพูดขึ้นมาว่า
"เจ้านายคะ บนภูเขาไทปิงบ้านทุกหลังจะต้องมีแผ่นป้ายชื่อเจ้าของติดที่หน้าบ้านหมดค่ะ ถ้าเจ้านายไม่ชอบป้ายธรรมดาเดี๋ยวฉันเปลี่ยนเป็นแผ่นป้ายทองได้นะคะ"
"ไม่ต้องเลย ไปจัดการเอาออกด้วย"
ซูข่านส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้
เมื่อเห็นแผ่นป้ายที่เขียนชื่อติดหน้าบ้านแบบนี้ มันทำให้ซูข่านรู้สึกถึงชาติเก่าของเขาเลย มันเป็นการโอ้อวดฐานะกันอย่างหนึ่งในสังคมคนรวย
ในอนาคตเองคนรวยก็มักจะอวดของที่ตัวเองมีกันเยอะขึ้น มันเหมือนกับเป็นธรรมเนียมปฏิบัติของคนรวยไปแล้ว ยิ่งในยุคของอินเตอร์เน็ตนี่ จะมีคลิปคนอวดรวยเต็มอินเตอร์เน็ตไปหมด
แต่บอกได้เลยว่าการอวดรวยพวกนี้มันก็เหมือนกับดาบสองคม ยิ่งอวดรวยมากก็ยิ่งทำให้คนรู้จักมากขึ้น ยิ่งมีคนรู้จักมากขึ้นเวลาไปที่ไหนก็มักจะมีโทรศัพท์ถ่ายตลอดเวลา
หากว่าทำอะไรไม่ดีในที่สาธารณะละก็ มันก็จะส่งผลไปยังภาพลักษณ์ของตระกูลด้วย ซึ่งสามารถทำให้มูลค่าของหุ้นหรือยอดขายตกหรือไม่ดีได้ด้วยแค่เพียงการกระทำโง่ๆเพียงครั้งเดียว
ซูข่านเห็นภาพเหล่านี้มานักต่อนักแล้ว เขาเองก็ไม่อยากจะเป็นหนึ่งในนั้น
ดังนั้นเขาจึงพยายามปกปิดตัวตนให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เขาชอบที่จะเป็นคนที่ไม่มีชื่อเสียงมากกว่าคนที่มีชื่อเสียงอีก
จางหม่านขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความสงสัยก่อนจะพยักหน้าและพูดออกมา
"เข้าใจแล้วค่ะ เดี๋ยวฉันจะรีบให้คนเอาออกให้เร็วที่สุด"
"อืม"
ซูข่านตอบเบาๆ
หลู่เฉียนซานเห็นซูข่านมองไปยังแผ่นป้ายแล้ว เธอก็เห็นเหมือนว่าซูข่านดูเศร้าหมองเล็กน้อยขณะที่มอง เธอไม่แน่ใจว่าตาของเธอฝาดไหมที่เห็นแบบนั้น แต่ใบหน้าของเขายังคงแน่นิ่งเหมือนเดิม
ซูข่านถอนหายใจด้วยความโล่งอก
จากนั้นก็มีคนมาเปิดประตูรถให้กับซูข่าน
เขาจึงลงจากรถเป็นคนแรก ทันทีที่ซูข่านเอาขาก้าวลงมาสู่พื้นและออกมาจากรถ อยู่ๆก็มีลมกระโชกแรงพัดมา จากนั้นลมก็ค่อยๆลดความแรงลงเหลือเพียงสายลมอ่อนๆและค่อยๆหายไป.
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved