ตอนที่ 252

"เจ้านายครับ ให้ผมกลับไปที่เซียงเจียงเพื่อร่วมมือกับบริษัทสิทธิบัตรในนั้นก่อนไหมครับ"

หยางไท่เฉียนถาม

"ไม่ต้องรีบก็ได้"

ซูข่านส่ายหัว

"เอ่อ…ครับ"

หยางไท่เฉียนตะลึงเล็กน้อย ก็เจ้านายดูเหมือนจะอยากได้สิทธิบัตรมาครอบครองให้เร็วที่สุด แต่ทำไมถึงห้ามไม่ให้เขาไปเซียงเจียง?

ซูข่านถามกับหยางไท่เฉียนว่า

"บริษัทสิทธิบัตรฮั่วถงมีเงินอยู่เท่าไหร่ตอนนี้?"

"บริษัทว่านเซี่ยงได้ให้ทุนมาจดทะเบียนอยู่ที่ 10 ล้านหยวน ตอนนี้ได้นำเงินกว่า 5 ล้านมาซื้อสิทธิบัตรแล้ว และถ้าหลังจากหักเงินหมุนเวียนจะเหลืออยู่ประมาณ 4 ล้านหยวนครับ"

หยางไท่เฉียนตอบซูข่านอย่างรวดเร็ว

ซูข่านขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะพูดว่า

"เงินมันยังน้อยเกินไป… ไม่เป็นไร เดี๋ยวฉันโทรบอกจางหม่านให้จัดการโอนเงินมาบริษัทฮั่วถงอีก 50 ล้านละกัน"

"50 ล้าน!!"

หยางไท่เฉียนตกใจกับความใจกว้างของซูข่านมาก

สำหรับซูข่านแล้ว เงินลงทุนในบริษัทสิทธิบัตร 50 ล้านหยวนนั้น ถือว่าเป็นจำนวนเงินลงทุนที่น้อยมากๆ

เงินจำนวนนี้จะแลกสิทธิบัตรได้มากมายมหาศาล และสุดท้ายบริษัทสิทธิบัตรฮั่วถงก็จะได้เงินคืนจากสิทธิบัตรพวกนี้อีกไม่รู้กี่พันล้าน

แล้วหยางไท่เฉียนก็จะกลายเป็นประธานบริษัทที่มีมูลค่าของบริษัทมากกว่าพันล้าน

ซูข่านได้พูดต่ออีกว่า

"เงินนี้เอาไว้สำหรับค่าใช้จ่ายรายวันที่ต้องเดินทางอีกด้วย นายจะต้องเดินทางไปยังยุโรปและอเมริกาอีก ถ้าเงินมันยังไม่พอ เดี่ยวบริษัทว่านเซี่ยงก็ยังสามารถอัดฉีดเพิ่มได้"

หยางไท่เฉียนพยักหน้า เขาเชื่อจางหม่านแล้วว่าเจ้านายคนนี้ใจกว้างและใช้เงินเร็วสุดๆ

"ก่อนที่นายจะไปทำงาน ฉันอยากให้นายทำอะไรให้ฉันก่อนอย่างหนึ่ง"

"ครับผม"

หยางไท่เฉียนพูดด้วยความเคารพ

ซูข่านได้ทำสัญญาณบอกให้ไท่เฉียนซานนั่งลงที่เก้าอี้ข้างๆเขา แต่หยางไท่เฉียนไม่กล้านั่ง เขาไม่กล้าที่จะนั่งเทียบกับเจ้านายของเขา

ซูข่านเองก็ส่ายหัวและพูดด้วยรอยยิ้ม

"ฉันอยากให้นายแบ่งเงินจากในบริษัทฮั่วถงออกมา 1 ล้านหยวน"

"เอ๊ะ!!"

หยางไท่เฉียนอุทานออกมาด้วยความตกใจ

ซูข่านจึงรีบพูดต่อ

"ไม่ใช่เอาไว้ทำอย่างอื่นหรอก แต่ฉันอยากให้นายเอาเงิน 1 ล้านนี้ไปร่วมมือกับทางมหาวิทยาลัยชิงหวาซะ"

หลังจากที่ได้ยินหยางไท่เฉียนก็รู้ได้ทันที หลายองค์กรหรือบริษัทในเซียงเจียงก็มีการทำแบบนี้เช่นเดียวกัน เป็นกิจกรรมเพื่อสาธารณะประโยชน์ต่อส่วนรวม

"เราจะนำเงิน 1 ล้านหยวนตรงนี้ไปมาสร้างโรงเรียนประถมรอบๆหนานจิงให้หมด เด็กๆที่ไม่สามารถเดินทางมาเรียนในเมืองได้จะได้มีโรงเรียนให้พวกเขา"

ด้วยปัญหาเศรษฐกิจที่ประเทศต้องเผชิญอยู่ในขณะนี้ ทำให้ประเทศจีนมีโรงเรียนประถมน้อยมากๆ เด็กน้อยหลายต่อหลายคนต้องเดินทางหลายสิบกี่โลเพื่อไปโรงเรียน

สิ่งเดียวที่จะทำให้ประเทศก้าวไปข้างหน้าได้ก็คือการศึกษา นี่เป็นความหวังของประเทศในยุคต่อจากนี้ไป การศึกษาและฝึกทักษะความสามารถจากโรงเรียนนี่แหละ จะผลิตทรัพยากรบุคคลให้มีคุณภาพได้

ซูข่านเองก็อยากจะลงมือทำด้วยตัวของเขาเองเหมือนกัน แต่ชื่อเสียงที่ได้รับมามันจะทำให้ชีวิตที่แสนสงบสุขของเขาต้องวุ่นวายทันที

ดังนั้นการดำเนินการผ่านบริษัทสิทธิบัตรฮั่วถงนี่แหละเป็นเรื่องที่ง่ายกวา

ในเขตรอบๆของหนานจิงนั้นเป็นเขตของหุบเขาซะเยอะ และที่นั่นก็เป็นที่อยู่ของคนจนมากมาย การเริ่มต้นจากที่นี่ทำให้ซูข่านสามารถเห็นผลลัพธ์ของเงินที่ลงไปได้

เงินจำนวน 1 ล้านนั้นจะสามารถสร้างอะไรต่อมิอะไรได้มากมายมหาศาลในยุคนี้ แต่ถ้าเป็นยุคอินเตอร์เน็ตละก็ เงิน 1 ล้านอาจจะได้แค่รถรับส่งเล็กๆหนึ่งคันเท่านั้น

การสร้างอาคารในยุคนี้เต็มที่ก็ใช้เงินแค่ 10,000 หยวนเท่านั้น ด้วยเงิน 1 ล้านหยวนก็สามารถซื้ออาคารอย่างดีได้อย่างน้อย 20 แห่ง

ไหนๆจะสร้างแล้วก็ต้องเอาที่มีคุณภาพหน่อย ไหนจะสนามเด็กเล่นต่างๆ ไหนจะอุปกรณ์ที่เสริมพัฒนาการของเด็ก ไหนจะโรงอาหารที่จะต้องมีนักโภชนาการมาควบคุมอีก นอกจากนี้ยังสามารถสร้างหอพักได้อีกด้วย

จริงๆซูข่านเองก็อยากจะให้ทุนการศึกษาอาหารกลางวันฟรีเหมือนกัน เด็กๆในยุคนี้มักได้สารอาหารไม่ครบเท่าที่วัยตัวเองต้องการสักเท่าไหร่ ดูอย่างชูเฟิงก็ได้

"เจ้านายครับ ทำไมต้องมหาวิทยาลัยชิงหวาด้วย"

หยางไท่เฉียนรู้สึกประหลาดใจจึงถามซูข่านด้วยความสงสัย

ซูข่านตอบด้วยรอยยิ้ม

"มหาวิทยาลัยชิงหวานั้นเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำในประเทศจีน การร่วมมือกับมหาวิทยาลัยชิงหวาจะทำให้เด็กๆที่อยู่ในโรงเรียนประถมอยากจะเข้ามาศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยนี้"

"ส่วนทางมหาวิทยาลัยเองก็จะได้รับเด็กที่มีคุณภาพเข้ามาศึกษาด้วย และในช่วงเวลาปิดเทอมฤดูร้อนก็สามารถมีครูอาสาไปสอนที่โรงเรียนประถมได้อีก"

"ถึงแม้ว่าจะใช้เงินเยอะแค่ไหนก็ตาม แต่บริษัทฮั่วถงเองก็ไม่สามารถจัดการเรื่องพวกนี้ได้ทั้งหมด การร่วมมือกับมหาวิทยาลัยนั้นจะช่วยแบ่งเบาไปได้เยอะ"

"เด็กที่โรงเรียนประถมเองก็จะได้รับการยกระดับการสอนที่มีคุณภาพยิ่งขึ้น เช่นเดียวกันกับทางมหาวิทยาลัยชิงหวา นักศึกษาของพวกเขาก็จะได้รับประสบการณ์ที่ไม่มีสอนในห้องเรียนอีก"

"เข้าใจแล้วคัรบ"

หยางไท่เฉียนมองไปยังซูข่าน เขาเข้าใจแล้วว่าทำไมชายคนนี้ถึงสามารถเป็นเจ้าของบริษัทที่มีเม็ดเงินหมุนเวียนเป็นพันๆล้านได้

"ผมจะจัดการเรื่องนี้ให้เจ้านายเองครับ"

"ไม่ต้อง"

ซูข่านส่ายหัว

"หลังจากที่นายประกาศเรื่องนี้ออกไป นายแค่ส่งคนทำบัญชีมาก็พอแล้ว"

"นายมีงานอื่นต้องทำไม่ใช่เหรอ?"

ในเมืองหนานจิงหรือรอบๆนั้น ซูข่านยังมีหวางเอ๋อและจางเฉียงอยู่ พวกเขาสามารถดูแลโครงการนี้ได้อีกด้วย

"หมิงเฉียง!!"

ซูข่านได้หันไปเรียกซงหมิงเจียงที่อยู่ข้างๆเขา สีหน้าของเขาเองก็ไม่ได้ต่างอะไรไปจากหลี่เจียงเฝิงเลย ตัวของซงหมิงเจียงก็ได้เงินเพิ่มเพราะต้องทำงานส่วนของหลี่เจียงเฝิงด้วย

"ครับพี่สาม"

ซงหมิงเจียงเดินเข้ามาใกล้ซูข่านและตอบรับอย่างเข้มแข็ง

"นายไปตามจ้าวชิงชิงที่มหาวิทยาลัยชิงหวาให้หน่อย วันนี้ไม่ใช่วันหยุด เธอน่าจะยังมีเรียนที่มหาวิทยาลัยวันนี้"

"ครับพี่สาม"

ซงหมิงเจียงพยักหน้า