ตอนที่ 288

ซูข่านมองดูเอกสารในมืออย่างระมัดระวัง นี่เป็นสิทธิบัตรจำนวนมากที่โดนซื้อในนามของบริษัทสิทธิบัตรฮั่วถง

เท่าที่ดูน่าจะมีมากกว่าร้อยสิทธิบัตร โดยบางสิทธิบัตรก็มีมูลค่าหลายล้านหยวน บางสิทธิบัตรก็มีค่าแค่ไม่กี่พันหยวนเท่านั้น ส่วนที่แพงส่วนใหญ่ก็มักจะเป็นสิทธิบัตรในยุโรปซะส่วนมาก

แต่เท่านั้นก็คือว่าซื้อมาได้ในราคาถูกสุดๆแล้ว ในอนาคตพวกนี้จะทำเงินคืนให้ไม่รู้ตั้งกี่เท่า

ระหว่างที่เปิดดูสิทธิบัตรไปเรื่อยๆ ซูข่านก็เบิกตากว้างออกมาเมื่อเห็นสิทธิบัตรใบหนึ่ง ซึ่งเป็นชื่อที่คุ้นเคยอย่างมาก

"สิทธิบัตรอุปกรณ์สื่อสาร"

ซูข่านรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยที่เห็นปกติแล้วสิทธิบัตรนี้น่าจะต้องเป็นของอีริคสัน(Ericsson)สิ

ปัจจุบันอีริคสันเป็นผู้นำในวงการสื่อสารโดยไร้สารทั่วโลก เทคโนโลยีในการพัฒนาอุปกรณ์ของเขานั้นยิ่งใหญ่มากๆ

และหลังจากนั้นไม่นานบริษัทอีริคสันก็จะกลายเป็นบริษัทที่ผลิตอุปกรณ์สื่อสารที่มีคนใช้มากที่สุดในโลก

แม้ว่าตอนนี้อุปกรณ์สื่อสารของพวกเขาจะยังไม่ได้ออกมาขายอย่างเป็นทางการ แต่พวกเขาก็เป็นหนึ่งในบริษัทเทคโนโลยีบริษัทแรกๆเลยที่บุกเบิกวงการนี้

"ใช่ครับเจ้านาย"

หยางไท่เฉียนยอมด้วยความภาคภูมิใจและพูดอธิบาย

"เจ้าของสิทธิบัตรตอนแรกกะจะไม่ขายให้ผมแล้ว เขาบอกว่านี่เป็นเทคโนโลยีเพ้อฝันกลางวันของเขา มันยังสมบูรณ์แบบ เขายังต้องการเวลาและเงินอีกมากในการทำให้มันสมบูรณ์"

"แต่จากการพูดคุยกับเขาแล้ว สุดท้ายเขาก็ยอมขายให้กับผมครับ"

"ทำได้ดีมาก"

ซูข่านชมเชยหยางไท่เฉียน

ซูข่านรู้ดีว่านี่เป็นสิทธิบัตรอะไร มันคือสิทธิบัตรที่เกี่ยวข้องกับโทรศัพท์มือถือในอนาคต นี่เป็นเทคโนโลยีที่สำคัญมากๆ ไม่คิดเลยว่าอีริคสันจะไปซื้อสิทธิบัตรนี้ต่อจากคนอื่นเช่นกัน

ในโทรศัพท์มือถือนั้นจะขาดเทคโนโลยีนี้ไปไม่ได้เลย นี่เป็นส่วนสำคัญของการพัฒนาการสื่อสารแบบไร้สาย

ทางอีริคสันเองก็น่าจะต้องการสิทธิบัตรนี้เช่นกัน ในช่วงนี้พวกเขาน่าจะพัฒนาการสื่อสารไร้สายอยู่

ต่อให้สิทธิบัตรนี้ขายเป็นร้อนล้าน ซูข่านก็พร้อมที่จะจ่ายเพื่อครอบครองมัน

"นายซื้อสิทธิบัตรใบนี้มาเท่าไหร๋?"

หยางไท่เฉียนตอบด้วยเสียงที่สั่นเล็กน้อย

"6,000 หยวนครับ"

"สิทบัตรนี้ 6,000 หยวนเองงั้นเหรอ? ทำไมเขาถึงยอมขายให้นายถูกขนาดนี้ ต่อให้ขายฉันเป็นร้อยล้านฉันก็พร้อมที่จะซื้อเหมือนกัน"

หยางไท่เฉียนตกใจมากที่ยิน สิทธิบัตรนี้สมควรมีราคาถึงร้อยล้านเลยอย่างง้้นเหรอ?

เขาเองก็ทำงานเกี่ยวข้องกับสิทธิบัตรมาไม่ใช่น้อย แต่ทำไมสิทธิบัตรถึงจะได้มีมูลค่ามากขนาดนั้น

ซูข่านถามต่อทันที

"หลังจากนายซื้อสิทธิบัตรนี้ได้ มีใครติดต่ออะไรนายมาบ้างไหม?"

"ทางบริษัทอีริคสันติดต่อมาครับ แต่ผมก็ได้ปฏิเสธไปโดยบอกว่าผมไม่มีอำนาจตัดสินใจในการขายครับ"

"ดีมาก"

ซูข่านได้ยินก็ยิ้มออกมาที่มุมปาก

ดูจากท่าทีของอีกฝ่ายแล้ว ยืนยันได้เลยว่าทางอีริคสันต้องการสิทธิบัตรนี้อย่างมากแน่ๆ

ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับการสื่อสารไร้สายทุกชนิดจะต้องเกี่ยวข้องกับสิทธิบัตร หากว่าใครก็ตามที่ออกแบบผลิตภัณฑ์ประเภทนี้มาต้องจ่ายเงินให้กับสิทธิบัตรนี้

นี่แหละคือเหตุผลที่ซูข่านก่อตั้งบริษัทสิทธิบัตรฮั่วถงขึ้นมา ไม่ว่าบริษัทของคุณจะใหญ่ จะมีอำนาจ จะมีเงินแค่ไหน แต่สุดท้ายก็ต้องมาจ่ายค่าสิทธิบัตรอยู่ดี

"เจ้านายครับ ผมควรจะขายสิทธิบัตรให้บริษัทอีริคสันไหมครับ?"

หยางไท่เฉียนมองไปทางซูข่านด้วยความคาดหวัง หลังจากที่รู้ราคาของสิทธิบัตรนี้แล้ว ทางอีริคสันเองก็น่าจะยอมจ่ายเงินเพื่อซื้อสิทธิบัตรนี้แน่ๆ

"ถ้าอีกฝ่ายต้องการใช้สิทธิบัตรนี้จริงๆ แสดงว่านายก็สามารถเสนอเงื่อนไขที่เป็นเอาเปรียบได้ นายลองเสนอเงื่อนไขให้พวกเขาใช้สิทธิบัตรได้โดยไม่เสียเงินดูสิ"

หยางไท่เฉียนตกตะลึง

ถ้าอีกฝ่ายยอมทุ่มเงินเพื่อซื้อสิทธิบัตรนี้แล้ว ทำไมต้องเอาสิทธิบัตรไปให้เขาใช้ด้วยฟรีๆด้วย?

ทำไมเจ้านายต้องทำแบบนี้ให้กับบริษัทอีริคสัน?

หยางไท่เฉียนสับสันอย่างมาก

"เอาจริงเหรอครับเจ้านาย?"

หยางไท่เฉียนสูดหายเข้าลึกๆก่อนจะถามซูข่านด้วยความยากลำบาก

"ฮ่าๆ"

เมื่อเห็นท่าทางของหยางไท่เฉียนซูข่านก็หัวเราะออกมา

หยางไท่เฉียนยิ่งสับสนมากขึ้นไปอีก ซูข่านเลยอธิบายช้าๆ

"ที่บอกให้อีริคสันใช้สิทธิบัตรพวกนี้ฟรีๆน่ะ แต่พวกเขาต้องยอมร่วมมือกับเราในการจัดตั้งห้องวิจัยก่อน จากนั้นจะต้องวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีนี้ด้วยกัน"

"โดยเทคโนโลยีต่อไปที่พัฒนาจากห้องวิจัยนี้จะต้องแบ่งปันให้กับทางว่ายเซี่ยงกรุ๊ปด้วย"

"หรือไม่ก็แบ่งให้กับทางเรา 60% แล้วทางอีริคสันเอาไป 40% ก็พอ ถ้าไม่ยอมรับเงื่อนไขพวกนี้ก็อย่าคิดมาใช้สิทธิบัตรของเรา"

ตอนนี้ซูข่านกำลังทำให้บริษัทสิทธิบัตรฮั่วถงทำตัวเหมือนกับเป็นนักเลงที่รีดไถ่เงินชาวบ้าน

หากว่าอยากใช้ของฟรีก็ต้องมีอะไรมาแลกหน่อย ไม่อย่างงั้นก็ต้องจ่ายเงินค่าสิทธิบัตรมา

อย่างลืมสิว่าทางอีริคสันไม่ใช่บริษัทเดียวซะหน่อยที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับอุปกรณ์สื่อสาร ในโลกใบนี้ยังคงมีบริษัทโนเกีย(Nokia)ที่จะมาเป็นคู่แข่งเขาอีกด้วย

ไหนจะยังโมโตโรล่า(Motorola)ที่เป็นบริษัทแรกในการคิดค้นโทรศัพท์มือถืออีกด้วย

หากว่าอีริคสันไม่ต้องการ ซูข่านก็ยังมีตัวเลือกที่สามารถขายให้บริษัทดังกล่าวได้อีก

"ทางอีริคสันจะยอมเหรอครับ?"

หยางไท่เฉียนรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย

"ถ้าอีกฝ่ายไม่ยอมรับเงื่อนไขนี้ นายก็เอาเงื่อนไขนี้ไปเสนอให้กับบริษัทโนเกียก็ได้"

ซูข่านพูดพร้อมยิ้มที่มุมปาก

เมื่อได้ยินคำว่าบริษัทโนเกีย ดวงตาของหยางไท่เฉียนก็เปล่งประกายขึ้นมาทันที

จริงด้วย

นอกจากอีริคสันแล้วยังมีบริษัทโนเกียที่พัฒนาเทคโนโลยีนี้อยู่นี่น่า พวกเขาจะต้องยอมรับเงื่อนไขของพวกเราแน่

ถ้านี่เป็นหมากรุก ซูข่านก็ได้ใช้หมากของเขาในการขู่กินหมากอีริคสัน 2 ตัว อีริคสันจะต้องเลือกว่าจะยอมเสียหมากตัวไหน

หยางไท่เฉียนมองไปยังซูข่านด้วยสามารถที่ชื่นชม อีริคสันเองจะยอมรับเงื่อนไขนี้ไหม? หรือพวกเขาจะยอมปล่อยเทคโนโลยีนี้ไป?

หากว่าคู่แข่งของเขาได้ไปมันจะเป็นยังไงกัน?