ตอนที่ 296

วันรุ่งขึ้นจางหม่านก็ได้จัดแถลงข่าวเพิ่มเติม

หลังจากที่แถลงข่าวคนธรรมดาทั่วไปที่ไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับกลไกธุรกิจก็ตกตะลึงอย่างมากกับแผนการต่อไปของทางว่านเซี่ยงกรุ๊ป

นักข่าวต่างก็พากันเขียนข่าวกันอย่างเมามัน

"ข่าวด่วน!! ทางว่านเซี่ยงกรุ๊ปได้ประกาศเพิ่มเติมเกี่ยวกับแผนการช่วยเหลือตลาดอสังหาฯ โดยประธานจางหม่านจะนำเงินส่วนแรกมาลงทุนอสังหาฯกว่า 1,000 ล้านค่ะ"

"เราต้องติดตามกันต่อว่าแผนการช่วยเหลือตลาดอสังหาฯของว่านเซี่ยงกรุ๊ปจะได้ผลไหม"

"ทางด้านบริษัทอื่นๆหรือตระกูลต่างๆในเซียงเจียงยังไม่มีการเคลื่อนไหวอะไรเพิ่มเติม ต้องรอติดตามสถานการณ์นี้ต่อไปค่ะ"

ทันทีที่ข่าวนี้แพร่กระจายออกไปก็เกิดความโกลาหลทั่วทั้งเมืองเซียงเจียง ทุกคนในเมืองต่างมุ่งความสนใจไปยังตระกูลที่ร่ำรายและบริษัทยักษ์ใหญ่ พวกเขาต้องการรู้ว่าคนเหล่านี้จะมีแผนการยังไงบ้าง?

เริ่มมีคนพูดคุยเรื่องไม่ดีเกี่ยวกับตระกูลที่ร่ำรวยและบริษัทยักษ์ใหญ่บ้างแล้ว หุ้นบางตัวของบริษัทก็เริ่มมีทีท่าที่แปลกๆ

ไม่นานทางหลี่กรุ๊ปก็ได้แถลงข่าวขึ้นมาเช่นกัน

"ทางหลี่กรุ๊ปจะลงทุน 2,000 ล้านภายในระยะเวลา 3 ปีข้างหน้า เพื่อดำเนินการช่วยเหลือตลาดอสังหาฯเซียงเจียง…"

เมื่อซูข่านได้ยินเขาก็อดที่จะหัวเราะไม่ได้ ดูเหมือนว่าบริษัทยักษ์ใหญ่อย่างหลี่กรุ๊ปจะทนแรงดันจากสังคมไม่ไหวเหมือนกัน

งานแถลงข่าวของหลี่กรุ๊ปเหมือนกับเป็นชนวนในตอนต้น ไม่นานเดี๋ยวคนอื่นๆก็จะต้องทำตามหลี่กรุ๊ปแน่นอน

ซูข่านคิดว่าหลังจากที่หลี่กรุ๊ปแถลงข่าว ภายในวันเดียวกันอาจจะมีตระกูลไหนสักตระกูลจัดแถลงข่าวเช่นกัน

และก็เป็นไปตามที่ซูข่านคาดไว้ ตระกูลร่ำรวยต่างๆก็จัดแถลงข่าวขึ้นในวันนั้นทันที

"ตระกูลเป่าจะดำเนินการลงทุน 3,000 ล้านเพื่อดำเนินการช่วยเหลือ…"

"ตระกูลฮั่วของเราจะแบ่งการลงทุนครั้งนี้ออกเป็นส่วนๆ โดยแผนการทั้งหมดจะใช้เงินจำนวน 2,000 ล้าน ในการช่วยเหลือครั้งนี้..."

นอกจากสองตระกูลที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว ยังมีตระกูลอื่นๆอีกมากมายในเซียงเจียงที่ได้มีการแถลงข่าวว่าจะช่วยเหลือตลาดอสังหาฯเซียงเจียง

เกือบทุกตระกูลรวมถึงบริษัทที่ได้ประกาศว่าจะช่วยเหลือได้วางแผนว่าจะดำเนินการในระหว่าง 2-3 ปีข้างหน้า ซึ่งก็มีจำนวนเงินตั้งแต่หลักร้อยล้านไปจนถึงหลักพันล้าน

ทั้งนี้แสดงว่านอกจากว่านเซี่ยงกรุ๊ปแล้วยังมีคนอื่นอีกมากในการช่วยเหลือตลาดอสังหาฯในครั้งนี้

เดี๋ยวหลังจากนี้อีกไม่นาน ตลาดอสังหาฯในเซียงเจียงก็น่าจะเริ่มอยู่ตัว เนื่องจากผู้คนจำนวนมากประกาศว่าจะเหลือเหลือตลาดนี้

แม้ว่าตลาดอสังหาฯจะยังคงลดลงอยู่ แต่การลดลงของอสังหาฯก็ไม่เหมือนกับช่วงแรกอีกแล้ว เท่ากับว่าการแถลงข่าวของจางหม่านทำให้หยุดราคาที่จะตกต่ำลงได้

และก็ได้มีข่าวจากอสังหาฯจงฮงว่ามีการร่วมมือกับนักลงทุนบางกลุ่มในเซี่ยงไฮ้ในการสร้างตึกสูงเฉียดฟ้าอีกหนึ่งตึก โดยอสังหาฯจงฮงได้เปิดเผยว่าลงทุนไปกับโครงนี้สูงถึง 1,000 ล้าน

ทันทีที่ข่าวนี้ได้แพร่กระจายไปทั่วเซียงเจียง ตลาดอสังหาฯก็เริ่มกลับมีชีวิตชีวาอีกครั้ง เริ่มมีผู้คนสนใจในอสังหาฯมากขึ้นเรื่อยๆ

เป็นเวลาหลายวันติดต่อกันที่ราคาของอสังหาฯไม่ได้ตกต่ำลงไปกว่าเดิม และดูเหมือนจะมีแนวโน้มสูงขึ้น

"ขอบคุณว่านเซี่ยงกรุ๊ป"

"พวกเรารอดแล้ว เราเป็นหนี้ชีวิตว่านเซี่ยงกรุ๊ป"

"ขอบคุณ ขอบคุณ"

ผู้คนมากมายที่ต้องเผชิญกับวิกฤตอสังหาฯตกต่ำในครั้งนี้ต่างซาบซึ้งในการกระทำของว่านเซี่ยงกรุ๊ปอย่างมาก พวกเขาเป็นเหมือนกับพระเจ้าที่ได้ลงมาช่วยเหลือมนุษย์ตัวน้อยๆให้รอดจากวิกฤตนี้

หลายต่อหลายคนก็ได้จบชีวิตของตัวเองลงไปเพื่อหนีหนี้สินที่มากมายมหาศาล แต่ก็มีอีกหลายต่อหลายที่ได้อยู่รอดจนฟังข่าวดีทันเวลา

ชื่อเสียงและความนิยมของว่านเซี่ยงกรุ๊ปเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในหมู่ชาวเซียงเจียง

โดยเฉพาะชื่อเสียงของจางหม่าน ประธานบริษัทสาวแสนสวยที่มีจิตใจงดงาม หลายต่อหลายคนได้เปรียบจางหม่านเป็นเหมือนเทพธิดาที่ได้ลงมาประทานพรแก่พวกเขา

ความนิยมในตัวของจางหม่านเพิ่มขึ้นเรื่อยๆไม่เว้นแต่ละวัน ยิ่งมีคนพูดถึงเรื่องนี้ก็ยิ่งมีคนชื่นชอบเธอมากขึ้นเรื่อยๆ

ความนิยมของจางหม่านในตอนนี้ดีกว่าดาราระดับท๊อปของวงการซะอีก ขนาดชื่อพระเอกละครผู้คนยังรู้จักน้อยกว่าประธานจางหม่านแห่งว่านเซี่ยงกรุ๊ปเลย

เมื่ออ่านบทความสุดท้ายของหนังสือพิมพ์หมด ซูข่านก็วางหนังสือพิมพ์ไว้บนโต๊ะข้างหน้าพร้อมกับสูดหายใจเข้าเต็มปอดของเขา

จากนั้นซูข่า่นก็ยิ้มที่มุมปากก่อนจะพูดกับตัวเองเบาๆ

"ดูเหมือนว่าแผนการช่วยเหลือครั้งนี้จะดีกว่าที่คิดไว้มากเลย"

ว่านเซี่ยงกรุ๊ปได้ซื้อห้างสรรพสินค้าหลายแห่งนอกเหนือซะจากอสังหาฯทั่วไปอีกด้วย ถึงตลาดอสังหาฯจะเริ่มดีแล้วก็จริงแต่ก็มีหลายคนที่ขาดทุนไปกับอสังหาฯพวกนี้อยู่ บางคนก็ได้กู้เงินมาเพื่อซื้อเกร็งกำไร แต่พวกเขาก็ขายไม่ทัน

บริษัทอสังหาฯที่ขาดทุนก็ได้ขายอสังหาฯในมือของพวกเขามากมายเพื่อใช้หนี้สิน หลายอสังหาฯได้ถูกขายให้กับบริษัทอสังหาฯจงฮงในราคาที่ต่ำกว่าตลาด

ด้วยการสนับสนุนจากกองทุนที่แข็งแกร่งของซูข่าน ทำให้บริษัทอสังหาฯจงฮงเติบโตเยอะสุดในช่วงที่ตลาดอสังหาฯเป็นอย่างนี้

ถ้าบริษัทอสังหาฯจงฮงครอบครองอสังหาฯเยอะขึ้นเรื่อยๆ

ในอนาคตบริษัทนี้จะต้องกลายเป็น 5 บริษัทอสังหาฯชั้นนำในเซียงเจียงได้แน่ๆ แถมมีโอกาสจะอยู่ใน 3 อันดับริษัทชั้นนำของฮ่องกงอีกด้วย

แต่ยังไงก็ไม่สามารถเป็นบริษัทอสังหาฯอันดับหนึ่งของโลกได้ ถ้าหากไม่ได้ไปทำธุรกิจบนฝั่งแผ่นดินใหญ่ด้วย

ทางอสังหาฯจงฮงก็มีแผนที่จะเข้าสู่ตลาดแผ่นดินใหญ่อยู่เหมือนกัน น่าจะเป็นบริษัทอสังหาฯแห่งแรกจากเซียงเจียงเลยมั้งที่เข้าสู่แผ่นดินใหญ่

ค่าครองชีพต่างๆในประเทศจีนฝั่งแผ่นดินใหญ่ยังคงต่ำกว่าเซียงเจียงอยู่มาก การสร้างตึก 50-100 ชั้นเองก็ใช้เงินไม่ได้สูงเท่ากับที่เซียงเจียง

ช่วงเวลานี้แหละเหมาะสมที่สุดแล้วที่จะเริ่มตีตลาดในฝั่งแผ่นดินใหญ่ ซูข่านรู้จักดีเลยว่าตลาดอสังหาฯในประเทศนั้นยิ่งใหญ่แค่ไหน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในย่านธุรกิจหรือพวกตัวเมืองต่างๆ

ตราบใดที่ทางบริษัทอสังหาฯจงฮงเดินตามแผนที่ซูข่านได้วางเอาไว้ การเติบโตเป็นบริษัทอสังหาฯอันดับหนึ่งก็ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่างไป

แต่ซูข่านก็ไม่ได้คาดหวังที่จะเป็นอันดับหนึ่งเหมือนกัน เขาก็แค่อยากจะบริหารด้วยความสบายใจเท่านั้นเอง

"พี่สามครับ"

เสียงของซงหมิงเจียงดังขึ้น

"ว่าไง"

ซูข่านเงยหน้าไปมองซงหมิงเจียงที่เดินเข้ามา

"หยางไท่เฉียนมาหาครับ ตอนนี้เขารอพี่สามอยู่ที่ด้านนอกครับ"

ซงหมิงเจียงชี้ที่ประตูและพูดรายงานช้าๆ

"ให้เขาเข้ามา"

ซูข่านพยักหน้าและพูดเบาๆ

ไม่นานหยางไท่เฉียนก็เดินเข้ามาในห้อง ครั้งล่าสุดที่คุยกับกันก็เกือบ 2 เดือนก่อน

สีหน้าของหยางไท่เฉียนยิ้มแย้มแจ่มใส ใบหน้าของเขานั้นสดใสมากๆ

ดูจากสีหน้าแล้ว ซูข่านก็คิดไว้ว่าหยางไท่เฉียนจะต้องมาบอกข่าวดีกับเขาแน่ๆ

"สวัสดีครับเจ้านาย"

หยางไท่เฉียนทักทายซูข่าน จากนั้นก็กระชับเสื้อผ้าของเขาและพูดต่อด้วยรอยยิ้ม

"สำเร็จแล้วครับเจ้านาย"

"ทางอีริคสันตกลงร่วมมือกับทางบริษัทเราแล้วครับ และพวกเขายอมที่จะสร้างห้องวิจัยตามเงื่อนไขอีกด้วย"

"ผมบอกกับพวกเขาว่าอยากจะตั้งห้องวิจัยที่เซียงเจียงแห่งนี้ หากไปทางยุโรปมันจะติดต่อกับบริษัทฮั่วถงลำบาก แล้วพวกเขาก็ยอมผมครับ พวกเขายอมตั้งห้องวิจัยที่เซียงเจียงแห่งนี้"

"ดีมาก"

ซูข่านชมหยางไท่เฉียน

การก่อตั้งห้องวิจัยร่วมกับอีริคสันแบบนี้ มันสำคัญพอๆกับแผนการช่วยตลาดอสังหาฯเซียงเจียงเลย