ซูข่านเดินลงมาจากชั้นสองแล้วก็นั่งพักที่โซฟาในห้องรับแขก เขาเอนหลังพิงกับโซฟาแล้วก็ถอนหายใจออกมาเบาๆ
จากนั้นไม่นานซูข่านก็ได้กลิ่นของพริกเสฉวนหายอบอวลไปทั่วทั้งบ้าน กลิ่นแบบนี้จะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกซะจากอาหารเสฉวน
ในชีวิตก่อนหน้านี้ซูข่านชื่นชอบอาหารเสฉวนและอาหารหูหนานมาก หลังจากที่ประเทศจีนได้มีการเปิดประเทศให้นักลงทุนจากต่างประเทศเข้ามาจนทำให้เศรษฐกิจเติบโต
ตอนนั้นร้านอาหารที่เปิดเยอะมากที่สุดก็หนีไม่พ้นร้านอาหารเสฉวนหรือร้านอาหารหูหนาน เกือบทุกเมืองจะต้องมีร้านอาหารประเภทนี้อยู่อย่างน้อย 1 ร้าน
ผู้คนจากเสฉวนและหูหนานเองก็เดินทางไปทั่วประเทศเพื่อเปิดร้านอาหารดังกล่าวด้วยเช่นกัน
อาจจะเรียกได้ว่าอาหารขึ้นชื่อของประเทศจีนเลยทีเดียวหรือจะเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าเป็นอาหารฟาสต์ฟู้ดสไตล์ประเทศจีนเลยก็ว่าได้
แม้ว่าจะไม่ได้ชื่อดังเหมือนอย่างฟาสต์ฟู้ดของที่อื่น แต่นี่ก็เป็นสิ่งที่หากินได้ทั่วไปในเกือบทุกเมืองในปรเทศจีน
ประมาณครึ่งชั่วโมงต่อมา ลี่ซีก็ได้เดินลงบรรไดมายังชั้นล่าง
ผมของเธอดูยุ่งเหยิงเล็กน้อย ลี่ซีได้มองมาที่ซูข่านและพูดด้วยรอยยิ้ม
"ขอโทษที่ช้านะคะพี่ซูข่าน หนูสระผมเลยใช้เวลานานไปหน่อย"
"ไม่เป็นไร"
ซูข่านพยักหน้าเล็กน้อยและหันไปทางซงหมิงเจียง
"นายไปถามเฒ่าหลี่หน่อยว่าเขาจะลงมากินข้าวด้วยกันไหม?"
หลังจากที่มีคนนำเครื่องมือสำหรับแกะสลักมาให้ ในช่วงไม่กี่วันก่อนหน้านี้ เฒ่าหลี่ก็ง่วนง่ามเกี่ยวกับการแกะสลักหยกจักรพรรดิทั้งวัน
ซูข่านจะเห็นเฒ่าหลี่ได้แต่ตอนกินข้าวเท่านั้น และบางมื้อเฒ่าหลี่ก็ไม่ได้ลงมากินอีกด้วย
"อ้าว!! อาตารย์หลี่มาที่เซียงเจียงด้วยเหรอ?"
ลี่ซีแสดงท่าทาทางประหลาดใจและถามด้วยความสงสัย
ก่อนหน้านี้เธอเคยอาศัยอยู่ที่บ้านของูซข่านในหนานจิงเหมือนกัน จึงไม่แปลกที่เธอจะรู้จักกับเฒ่าหลี่ และความสัมพันธ์ของเธอกับเฒ่าหลี่ก็ค่อนข้างดี บางครั้งเธอเองก็ไปนั่งกับจ้าวชิงชิงที่กำลังเรียนอีกด้วย
"ใช่"
ซูข่านพยักหน้าอีกครั้ง
"คุณผู้ชายคะ"
ไม่นานสาวใช้ก็ได้เดินเข้ามาในห้องรับแขกและเรียกซูข่าน
"อาหารพร้อมแล้วค่ะ คุณผู้ชายต้องการให้เสิร์ฟเลยไหมคะ?"
"เสิร์ฟเลย"
ซูข่านหันไปมองสาวใช้และตอบเบาๆ
จากนั้นซูข่านและลี่ซีก็ลุกออกจากห้องรับแขกไปยังห้องรับประทานอาหาร เมื่อมาถึงพวกเขาทั้งสองก็เห็นอาหารที่วางอยู่เต็มโต๊ะมีทั้งไก่ผัดเผ็ด หัวปลาตุ๋นพริก กุ้งผัดซอสสไตล์เสฉวน และก็…
"ว้าว! มีหม่าโผโต้วฟู่ด้วย!!"
เมื่อเห็นอาหารเสฉวนอยู่ตรงหน้าโดยเฉพาะหม่าโผโต้วฟู่ ทำให้ลี่ซีแทบจะกลั้นน้ำลายเอาไว้ไม่อยู่แล้ว
แค่ได้กลิ่นเธอก็รู้ได้เลยว่ารสชาติของอาหารพวกนี้ จะต้องเป็นรสชาติสไตล์เสฉวนดั้งเดิมแน่
"อ้าวคุณลี่ซี คุณกลับมาแล้วเหรอ?"
จากนั้นก็มีเสียงของเฒ่าหลี่ดังขึ้น ลี่ซีหันกลับไปมองยังต้นเสียงก็เห็นเฒ่าหลี่เดินเข้ามา
"อาจารย์!!"
ก่อนหน้านี้เฒ่าหลี่ได้บอกให้ลี่ซีเรียกเขาว่าเฒ่าหลี่เหมือนกับคนอื่นเรียกกัน แต่ลี่ซีไม่ยอมและจะเรียกเฒ่าหลี่ว่าอาจารย์เหมือนกับจ้าวชิงชิง เฒ่าหลี่เองก็ไม่ได้ว่าอะไรเพราะยังไงเขาก็คุ้นเคยกับทั้งสองชื่ออยู่แล้ว
"ฮ่าๆๆๆ ว่าแล้วเชียว"
เฒ่าหลี่หัวเราะออกมาเยอะเสียงและพูดต่อว่า
"ไม่แปลกใจเลยที่ทำไมถึงได้กลิ่นอาหารเสฉวน เพราะคุณลี่ซีกลับมานี่เอง"
"ฮี่ๆ"
ลี่ซีได้ยินก็ยิ้มหวานออกมา
"กินข้าวกันเถอะ"
ซูข่านมองดูลี่ซีและเฒ่าหลี่เสร็จก็นั่งลงที่โต๊ะอาหาร ไม่นานเฒ่าหลี่และลี่ซีก็เดินมานั่งตามเช่นเดียวกัน แต่ซงหมิงเจียงและคนอื่นๆไม่กล้าที่จะนั่งร่วมโต๊ะอาหารในครั้งนี้
พวกเขาอาศัยอยู่ในบ้านหลังเล็กๆถัดจากบ้านหลังนี้ของซูข่าน และก็มีคนทำอาหารให้พวกเขาเช่นเดียวกัน
"คุณกลับมาตอนไหน?"
เฒ่าหลี่นั่งลงและถามกับลี่ซี
"ตอนบ่ายนี้เองค่ะอาจารย์ พี่ซูข่านเป็นคนไปรับหนูด้วย"
ลี่ซีตอบเฒ่าหลี่อย่างเชื่อฟัง
เฒ่าหลี่ยิ้มให้ลี่ซีเล็กน้อยก่อนจะล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกงของตัวเองและหยิบอะไรบางอย่างออกมา ระหว่างที่ของที่เฒ่าหลี่หยิบนั้นซูข่านก็เห็นแสงสีเขียวอ่อนๆเข้าในดวงตาของเขา
ซูข่านหันไปมองก็เห็นว่าเป็นหยกจักรพรรดิจริงๆ และดูเหมือนจะเป็นเศษหยกจักรพรรดิอีกด้วย แสดงว่าเฒ่าหลี่ได้เริ่มทำการแกะสลักหยกจักรพรรดิจนได้เศษเหลืออย่างที่เขาบอกแล้ว
แต่จะเรียกว่าเป็นเศษหยกจักรพรรดิมันก็ไม่เชิง เพราะว่าที่เฒ่าหลี่หยิบออกมานั้นมันมีลวดลายที่สวยงามเกินกว่าจะเป็นแค่เศษ
"พระศรีอาริย์?"
ไม่ผิดแน่ นั่นคือหนึ่งในพระโพธิสัตว์ พระศรีอริยเมตไตรยหรือที่คนทั่วไปจะรู้จักกันในชื่อของพระศรีอาริย์ ถ้ามีเงินในกระเป๋าไม่ถึงล้านละก็อย่าหวังเลยว่าจะซื้องานแกะสลักแบบนี้ได้
และนี่เป็นยังหยกจักรพรรดิที่แกะสลักเป็นพระศรีอาริย์อีก
"มันคืออะไรเหรอ?"
ลี่ซีแสดงท่าทางอยากรู้อยากเห็น
"ก็แค่เครื่องประดับน่ะ ลองใส่ดูสิ"
เฒ่าหลี่ยิ้มอย่างใจดีและยื่นหยกจักรพรรดิให้กับลี่ซี
ลี่ซีหยิบขึ้นมาดูก็พบว่ามันเป็นแหวนวงเล็กๆ ที่ด้านบนของมันมีลวดลายที่แกะสลักอยู่
"นี่ใช่พระศรีอาริย์รึเปล่าคะอาจารย์?"
"ถูกต้อง ตาดีใช้ได้นิ"
เฒ่าหลี่พยักหน้าด้วยความพึงพอใจ
คนส่วนใหญ่มักจะไม่ค่อยรู้จักกับพระศรีอาริย์กันสักเท่าไหร่ ในบรรดาพระโพธิสัตว์นั้น เจ้าแม่กวนอินจะมีชื่อเสียงที่โด่งดังที่สุด
"อาจารย์หลี่ ทำไมถึงไม่แกะให้เป็นเจ้าแม่กวนอิมล่ะคะ? ทำไมต้องเป็นพระศรีอาริย์ด้วย?"
ลี่ซีถามด้วยความประหลาดใจ
"มันเหมาะกับเธอแล้ว"
ซูข่านอธิบายขึ้นมาช้าๆ
"มันเป็นธรรมเนียมกันตั้งแต่โบราณแล้ว ผู้ชายจะสวมเจ้าแม่กวนอิม ส่วนผู้หญิงจะสวมพระศรีอาริย์"
"สมัยโบราณเหรอ?"
ลี่ซีมีสีหน้าที่งุนงงหนักกว่าเดิม
"ถูกต้อง!!"
เฒ่าหลี่มองไปที่ซูข่านด้วยความประหลาดใจ เขาไม่คิดมาก่อนเลยว่าคนอายุเท่านี้จะรู้เรื่องแบบนั้นด้วย แล้วเฒ่าหลี่ก็ไดอธิบายต่อแบบสั้นๆ
"เป็นธรรมเนียมที่ปฏิบัติต่อกันมาตั้งแต่นมนานแล้ว สมัยก่อนนั้นจะมีแต่เพียงผู้ชายเท่านั้นที่อยู่ใกล้ชิดกับองค์จักรพรรดิ และคำว่าเจ้าแม่กวนอิมก็ดันพ้องเสียงด้วยกันพอดี ดังนั้นผู้ชายในราชการจึงมีสัญลักษณ์ติดตัวเป็นเจ้าแม่กวนอิม"
"ส่วนพระศรีอริยเมตไตรยนั้นจะเป็นการเล่นคำของพ้อง เรียกได้ว่าจะเป็นการนำเรื่องดีๆมาให้แก่ผู้หญิง"
"ไม่รู้มาก่อนเลยนะคะ"
ลี่ซีพูดขึ้นด้วยความประหลาดใจ
ซูข่านมองที่ลี่ซีและพูดช้าๆ
"แม้ว่าพระศรีอาริย์จะไม่ได้หาได้ยากเย็นอะไรในตลาด แต่ของที่นำมาสร้างนั้นเป็นของที่หายากมาก เธอควรเก็บรักษามันไว้ให้ดี ระวังอย่าให้ตกหรือมีความรุนแรงเกิดขึ้นกับมันล่ะ"
ซูข่านไม่ได้ขาดแคลนเงินแต่อย่างใด แต่หยกจักรพรรดิที่ถูกแกะสลักให้เป็นรูปพระศรีอาริย์นั้นหายากมากๆ มันไม่ใช่สิ่งที่สามารถกำเงินและเดินเข้าไปหาซื้อได้เลยในตลาด มันมีค่ามากกว่านั้นอีก
"ขอบคุณมากค่ะอาจารย์หลี่"
ลี่ซีพยักหน้าเชื่อฟังซูข่านและหันไปขอบคุณเฒ่าหลี่
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved