ตอนที่ 393

ชุ่นอี่อียังคงพูดต่อด้วยความมั่นใจ

ซูข่านได้แต่มองเธอด้วยสายตาที่เศร้าสร้อย ดูเหมือนว่าแม่สาวคนนี้จะไม่ยอมฟังอะไรแล้ว ซูข่านรู้สึกหมดหนทาง

"เดี๋ยวปีหน้าหนูก็จะเรียนจบจากมหาวิทยาลัยอิมพีเรียลแล้ว ถึงตอนนั้นหนูจะกลับมาที่จีนเพื่อดูแลธุรกิจของตระกูลชุ่นต่อ"

ชุ่นอี่อีพูดด้วยรอยยิ้มพร้อมกับส่งสายตาให้กับซูข่าน

"อะไรนะ? เรียนจบ?"

ซูข่านมองไปที่ชุ่นอี่อีด้วยความประหลาดใจ เขาจำได้ว่าชุ่นอี่อีนั้นอายุอ่อนกว่าเขาตั้งหลายปี แต่ทำไมเธอถึงสามารถเรียนจบมหาวิทยาลัยตั้งที่อายุยังน้อยได้ละ

แถมยังเป็นมหาวิทยาลัยอิมพีเรียลอีก มันเป็นมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงระดับโลกเลยนะ การที่เธอสามารถเรียนจบได้ก่อนอายุ 20 ปีเนี่ย แสดงว่าเธอต้องไม่ใช่เด็กธรรมดาแน่

"ใช่ค่ะ"

ชุ่นอี่อียิ้มอย่างภาคภูมิใจ

"หนูได้รับทุนการศึกษาจากมหาวิทยาลัยอิมพีเรียลโดยตรงด้วย หนูสามารถเรียนจบได้โดยไม่พึ่งเงินจากครอบครัวแม้แต่หยวนเดียวเลย"

"หนูนี่โชคดีจริงๆเลยที่มหาวิทยาลัยอิมพีเรียลได้รับหนูเข้าเรียน ถ้าหนูยังคงเรียนตามโรงเรียนปกติ ป่านนี้หนูก็คงอยู่แค่มัธยมปลายเท่านั้น"

"แล้วกว่าจะเรียนมหาวิทยาลัยจบก็คงอายุ 20 กว่าไปแล้ว ถึงตอนนั้นหนูก็คงจะเป็นเจ้าสาวให้พี่ซูข่านไม่ได้แน่"

ซูข่านมองไปที่ชุ่นอี่อีและพูดชมเชยเธอ

"ได้เรียนที่มหาวิทยาลัยระดับนั้นได้ก็เก่งแล้ว แถมยังเรียนจบก่อนอายุเฉลี่ยของคนทั่วไปอีก เก่งมากแล้วแหละ"

ชุ่นอี่อีนั่งตัวบิดเล็กน้อยและพูดด้วยรอยยิ้ม

"พี่ซูข่านก็.."

"เหอะๆๆ"

ซูข่านได้แต่หัวเราะแห้งๆ เขาไม่คิดมาก่อนเลยว่าเธอจะมีปฏิกิริยาแบบนี้เมื่อโดนชม

"งั้นหนูขอรางวัลเป็นพาหนูเที่ยวในเมืองหนานจิงได้ไหมคะ?"

"หนูได้ขออนุญาติกับคุณลุงคุณป้าแล้วด้วย ทั้งสองคนอนุญาติให้พี่ซูข่านพาหนูไปเที่ยวได้"

ซูข่านกลอกตามองบน ทำไมพ่อกับแม่ถึงได้ไปรับปากอะไรแบบนั้นด้วย นี่เท่ากับว่าโดนมัดมือชกชัดๆเลย

"ได้สิ"

ซูข่านพยักหน้าเล็กน้อย

"งั้นไปกันเลยไหมคะ?"

ชุ่นอี่อีพูดด้วยความตื่นเต้น

"เธอเอารถมาด้วยไหมล่ะ? ถ้าไม่มีไปรถพี่ก็ได้"

ซูข่านพูดเสร็จก็ชี้ไปยังรถตู้มือสองที่อยู่หน้าบ้าน

"ทำไมรถพี่ซูข่านดูเก่าจังเลย มีสนิมด้วย แต่หนูก็ไม่ได้ติดอะไรนะ"

ชุ่นอี่อีไม่ได้เรื่องมากอะไร เธอยังคงพูดกับซูข่านด้วยรอยยิ้ม ยังไงซะการได้นั่งรถกับซูข่านก็ถือเป็นความสุขอย่างหนึ่งของเธอแล้ว

ซูข่านได้ยินก็ประหลาดใจ เขาไม่คิดเลยว่าชุ่นอี่อีจะไม่รังเกียจอะไรพวกนี้ด้วย ตระกูลชุ่นไปอยู่ต่างประเทศเองก็น่าจะร่ำรวยเช่นกัน ปกติแล้วพวกคนรวยมักจะนิยมนั่งรถหรูๆ

แต่เมื่อได้เห็นสภาพของรถตู้มือสองแล้ว ชุ่นอี่อีกลับไม่ได้มีอาการเลยสักนิดเดียว

ไม่นานทั้งหมดก็เดินไปขึ้นรถตู้ของซูข่าน แน่นอนว่าคนขับก็ต้องเป็นซงหมิงเจียงอยู่แล้ว ส่วนคนติดตามของชุ่นอี่อีก็นั่งที่ด้านหน้าข้างซงหมิงเจียง

ชุ่นอี่อีกับซูข่านจึงได้นั่งที่ด้านหลังด้วยกัน

จากนั้นซูข่านก็ได้บอกให้ซงหมิงเจียงขับรถพาพวกเขาไปยังกำแพงเมืองจีน ที่นี่ถือเป็นสถานที่ที่มีชื่อเสียงที่สุดในเมืองหนานจิงแล้ว คนทั่วทั้งโลกต่างรู้จักกับกำแพงนี้

เมื่อขับรถได้ขับออกจากซอย ซูข่านก็เห็นรถคราวน์สีดำจอดอยู่ ในยุคนี้นั้นรถคราวน์ถือว่าเป็นรถที่หรูหราอยู่ในระดับหนึ่ง คนทั่วไปไม่มีปัญญาซื้อมาขับอยู่แล้ว

ซูข่านมองผ่านกระจกหลังของรถตู้แล้วก็เห็นรถคราวน์สีดำค่อยๆเล็กลงจนลับสายตาไปในที่สุด

ใช้เวลาไม่นานรถตู้ของซูข่านก็ได้ขับมาถึงยังกำแพงเมืองจีน เมื่อมาถึงซูข่านก็เห็นรถยนต์คันหนึ่งมีป้ายติดด้านข้างอันใหญ่

"ทัวร์ท่องเที่ยวชวี่หนาเอ๋อหวัน"

ดวงตาของซูข่านมองที่ป้ายชื่อของทัวร์นี้อยู่สักพักหนึ่ง

บริษัทท่องเที่ยวชวี่หนาเอ๋อหวันนั้นเป็นบริษัทที่เสี่ยวผิงได้มาเปิด ก่อนหน้านี้ซูข่านได้ให้เงินกับเธอในการมาทำบริษัทท่องเที่ยว

เสี่ยวผิงเองหลังจากได้รับเงินมาก็ค่อยๆเริ่มทำทุกอย่างให้เป็นระบบและครบวงจรมากขึ้น รถที่ซูข่านได้เห็นนั้นก็เป็นรถของบริษัทที่พานักท่องเที่ยวที่ซื้อทัวร์กับบริษัทมา

โดยปกติแล้วเสี่ยวผิงจะไปหาซูข่านทุก 1-2 เดือนเพื่อรายงานเกี่ยวกับตัวเลขหรือเรื่องเงินภายในบริษัท

นับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทมา ก็มีนักท่องเที่ยวจำนวนหลายพันคนแล้วที่ใช้บริการทัวร์ของเสี่ยวผิง

หากว่าเป็นแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ ตอนสิ้นปี บริษัทท่องเที่ยวชวี่หนาเอ๋อหวันอาจจะมีนักท่องเที่ยวใช้บริการสูงถึง 10,000 คนเลยทีเดียว

ซึ่งเป็นตัวเลขที่ซูข่านพอใจมาก

ซูข่านและคนอื่นๆก็ลงจากรถและมองไปที่กำแพงเมืองจีน ตัวของกำแพงเมืองจีนนั้นตั้งอยู่บนภูเขา การที่จะไปเดินเยี่ยมชมจำเป็นต้องปีนเขาขึ้นไปก่อน

แต่โชคดีที่มีคนทำทางขึ้นไว้อยู่แล้ว มันก็แค่เป็นการเดินขึ้นเขาเท่านั้น

จากนั้นทุกคนก็เดินขึ้นไปยังกำแพงเมืองจีน ประมาณ 20 นาทีพวกเขาก็ได้ขึ้นมาถึงบนตัวกำแพง

ภาพที่อยู่ตรงหน้าของพวกเขานั้นสวยงามมาก เป็นทิวทัศน์ที่สามารถมองเห็นเมืองหนานจิงและบริเวณรอบๆได้ทั้งหมด

"สวยจัง"

ชุ่นอี่อีมองไปที่ทิวทัศน์ตรงหน้า จากนั้นเธอก็หันมาพูดกับซูข่านด้วยใบหน้าที่แดงก่ำ

"พี่ซูข่านจำได้ไหม พี่เคยพาหนูมาที่นี่ตอนเด็กๆด้วย"

"จำได้สิ"

ซูข่านพยักหน้า

ถึงแม้ว่ามันจะผ่านมานานแล้วก็ตาม แต่ซูข่านยังพอจำมันได้อยู่

ตอนนั้นชุ่นอี่อีเอาแต่ร้องไห้ขอให้ซูข่านพาเธอมาที่นี่ ซูข่านไม่มีทางเลือกอื่นนอกซะจากพาเธอมา

ถ้าไม่นับช่วงชีวิตเก่าของซูข่าน จากวันที่เขาพาชุ่นอี่อีมาที่นี่ก็น่าจะเป็นเวลาเกือบ 10 ปีได้แล้ว

เวลาช่างผ่านไปรวดเร็วเหลือเกิน

"หลังจากที่เราแต่งงานกัน เราจะพาลูกๆมาที่ตรงนี้ด้วยเนอะ"

ชุ่นอี่อีพูดด้วยรอยยิ้มพร้อมกับมองไปที่ซูข่าน

ซูข่านได้ยินก็แทบจะหมดแรงยืนในทันที เขาตกใจกับคำพูดของชุ่นอี่อีมาก

"คริคริ"

ชุ่นอี่อีหัวเราะอย่างมีความสุข

ซูข่านได้แต่กลอกตามองบนอย่างช่วยไม่ได้

จากนั้นซูข่านก็ได้พาชุ่นอี่อีเดินเล่นบนกำแพงเมืองจีนจนถึงเวลาเย็น เมื่อพระอาทิตย์ตกซูข่านก็จะพาชุ่นอี่อีไปทานข้าวเย็นด้วยกันที่ร้านอาหารวังหลวง

แต่เธอก็ได้ปฏิเสธซูข่านไป เธอได้บอกว่าทางรัฐบาลได้จัดงานเลี้ยงต้อนรับพวกเธอไว้แล้ว ซูข่านจึงได้พาทุกคนกลับมาที่บ้านของเขา

เมื่อมาถึงซูข่านก็ได้เดินไปส่งชุ่นอี่อีที่รถคราวน์สีดำ จากนั้นก็เฝ้ามองรถคราวน์เคลื่อนออกไปช้าๆ

"เฮ้อ"

ซูข่านถอนหายใจออกมาก่อนจะพูดด้วยเสียงต่ำ

"หมิงเจียง!!"

"ครับพี่สาม"

ซงหมิงเจียงรีบตอนรับซูข่านอย่างรวดเร็ว

"ติดต่อหยางไท่เฉียน บอกให้เขาตรวจสอบธุรกิจที่มีเจ้าของเป็นคนจีนในประเทศอังกฤษหรือทวีปยุโรป ให้เขาหาว่าตระกูลชุ่นมีธุรกิจอะไรบ้าง"

"ครับ"

ซงหมิงเจียงพยักหน้าและไปทำงานให้ซูข่านทันที