ตอนที่ 447

"ฝากด้วยนะเสี่ยวเยว่!!"

ซูข่านได้สั่งเสี่ยวเยว่ราวกับว่าเสี่ยวเยว่เป็นลูกน้องคนหนึ่งของเขา

"ค่ะคุณผู้ชาย"

เสี่ยวเยว่รู้สึกมีความสุขมากๆที่ได้รับคำสั่ง เธอรีบพาลี่ซีไปช้อปปิ้งเสื้อผ้าทันที

ในร้านเสื้อผ้าร้านนี้ นอกจากเสื้อผ้าแบรนด์เนมผู้ชายแล้ว ยังมีเสื้อผ้าแบรนด์เนมของผู้หญิงอีก เรียกได้ว่าเป็นร้านเสื้อผ้าแบรนด์เนมที่ครบวงจรที่สุดร้านหนึ่ง

"คุณผู้ชายต้องการจะดื่มอะไรไหมคะ?"

พนักงานสาวมองเสี่ยวเยว่ด้วยความอิจฉา เธอจึงรีบเดินเข้ามาเพื่อประจบประแจงซูข่านทันที

"ไม่ต้อง!!"

ซูข่านส่ายหัวปฏิเสธอย่างไม่ใยดี

เมื่อเห็นการปฏิเสธอย่างรวดเร็วของซูข่านแล้ว พนักงานคนนั้นก็รู้สึกผิดหวังอย่างบอกไม่ถูก

ส่วนเสี่ยวเยว่ก็ได้พาลี่ซีเลือกเสื้อผ้าเรื่อยๆภายในร้าน ตามที่ซูข่านได้บอกว่าไม่ต้องสนใจเรื่องเงิน ในเวลาเพียงไม่นาน เสื้อผ้ามากมายในร้านก็ถูกจับมาให้ลี่ซีได้ลองสวมใส่

ขณะเดียวกันที่ลี่ซีได้ลองเสื้อผ้าอยู่นั้น เธอก็รู้สึกว่านี่เป็นครั้งแรกเลยในชีวิตที่ได้ใส่เสื้อผ้าที่ทั้งแพงและทั้งสวย

หากว่าอยู่ฝั่งแผ่นดินใหญ่ เสื้อผ้าพวกนี้แทบจะไม่มีใครสามารถซื้อมาใส่ได้เลย

กระโปรงตัวที่เพิ่งลองเมื่อสักครู่นี้ก็มีราคาไม่ต่ำกว่า 5,000 หยวนแล้ว แค่กระโปรงชิ้นเดียวก็ต้องเก็บเงินมากกว่า 10 ปีแล้วถึงจะสามารถซื้อได้

ขนาดครอบครัวของเธอที่พอจะมีเงินอยู่บ้าง ยังแทบไม่สามารถซื้อเสื้อผ้าพวกนี้ใส่ได้เลย และลูกพี่ลูกน้องของเธอยังบอกว่าจะซื้อให้เธอถึง 5-6 ชุดอีก

ถ้านี่เป็นความฝันละก็ มันจะต้องเป็นฝันดีที่สุดในชีวิตของลี่ซีเลย

แต่ความรู้สึกของการสวมเสื้อผ้านี่มันดันเป็นของจริงนี่สิ ฉะนั้นแล้วนี่ไม่ใช่ความฝันแน่นอน

ลี่ซีกำลังจะได้เสื้อผ้าราคาเป็นพันๆหยวน 5-6 ชุด!!

จากนั้นก็ใช้เวลาสักพักใหญ่เสื้อผ้า 5-6 ชุดก็ได้ถูกเลือกออกมา

"เรียบร้อยแล้วค่ะคุณผู้ชาย"

เสี่ยวเยว่ได้เดินมาพูดกับซูข่านเบาๆตามมาด้วยลี่ซีที่ได้สวมเสื้อผ้าตัวใหม่

เสื้อผ้าชุดนั้นเป็นชุดที่เรียบง่ายสบายๆ แต่ด้วยความสวยและความสูงของลี่ซี ทำให้ภาพลักษณ์ของเธอตอนนี้ดูดีแบบสุดๆ

"ไม่เลว"

ซูข่านมองไปที่ลี่ซีด้วยดวงตาที่เปล่งประกายเล็กน้อย

"ใส่ชุดนี้กลับเลยไม่ต้องเปลี่ยน เลือกเสื้อผ้าเป็นของฝากให้พ่อและแม่ของเธอด้วยสิ พี่ฝากเลือกเผื่อพ่อแม่ของพี่ด้วยนะ"

หลังจากพูดจบซูข่านก็ครุ่นคิดเล็กน้อยและพูดต่อว่า

"เลือกไปฝากพี่ชายเธอด้วย!!"

นอกจากลี่ซีแล้ว คุณลุงกับคุณป้าดูเหมือนจะยังมีลูกชายอีกคนหนึ่ง แต่เขาเป็นคนที่ไม่ค่อยมีอะไรมากเท่าไหร่ เป็นแค่ผู้ชายธรรมดาเท่านั้น

ถ้าเขาเห็นว่าน้องสาวมีเสื้อผ้ามาพ่อกับแม่แต่ไม่มีมาฝากเขา บางทีเขาอาจจะอิจฉาก็เป็นได้

"ค่ะพี่ซูข่าน"

ลี่ซีพยักหน้าอย่างเชื่อฟัง

เสื้อผ้าที่จะเลือกไปเป็นของฝากนั้นจำเป็นต้องเลือกสีสันให้เหมาะสมกับอายุให้ดี ไม่เช่นนั้นแล้วมันจะดูโดดเด่นเกินไปหากสวมในฝั่งแผ่นดินใหญ่

ไม่นานลี่ซีกับเสี่ยวเยว่ก็ได้ไปเลือกเสื้อผ้าด้วยกันต่อ แต่ครั้งนี้จะใช้เวลาเร็วกว่าในการเลือกเสื้อผ้าให้กับลี่ซี

จากนั้นลี่ซีก็ถือถุงกระดาษใบใหญ่เต็มมือเดินมาหาซูข่านและวางลงช้าๆ

"เสร็จแล้วค่ะพี่ซูข่าน"

ลี่ซีพูดกับซูข่านด้วยรอยยิ้ม

ซูข่านพยักหน้าเล็กน้อยและหันไปส่งสัญญาณให้ซงหมิงเจียงทันที

"ครับพี่สาม"

ซงหมิงเจียงรีบหยิบบัตรออกจากกระเป๋าของเขาทันที เป็นบัตรเครดิตของทางธนาคาร HSBC

บัตรเครดิตใบนี้เป็นบัตรที่ทางหวางหมันหยูได้มอบให้กับซูข่านเป็นพิเศษ จะสามารถใช้บัตรใบนี้ได้ต่อเมื่ออยู่ในเซียงเจียงเท่านั้น จึงไม่แปลกที่จะไม่เห็นซูข่านนำบัตรนี้มาใช้ในฝั่งแผ่นดินใหญ่

ซึ่งบัตรเครดิตที่ทางหวางหมันหยูมอบให้กับซูข่านนั้นเป็นบัตรแบล็คการ์ด

เนื่องจากการร่วมมือระหว่างซูข่านและ HSBC ก่อนหน้านี้ ทำให้ทาง HSBC ได้กำไรมหาศาล ไหนจะยังสัญญาระหว่างว่านเซี่ยงกรุ๊ปกับทางธนาคาร HSBC อีก

ทำให้ทาง HSBC ยอมรับถึงความยิ่งใหญ่ทางการเงินของว่านเซี่ยงกรุ๊ป พวกเขาจึงตัดสินใจที่จะมอบแบล็คการ์ดใบนี้ให้กับเจ้าของที่แท้จริงอย่างซูข่าน

ซึ่งวงเงินของบัตรแบล็คการ์ดใบนี้ก็มีสูงกว่า 1,000 ล้าน

เรียกได้ว่าเป็นวงเงินที่ไม่มีใครกล้าจินตนาการถึงเลย

"เชิญชำระเงินที่เคาน์เตอร์ค่ะ"

เสี่ยวเยว่เห็นซงหมิงเจียงถือบัตรเครดิตออกมา เธอจึงพาซงหมิงเจียงไปที่เคาน์เตอร์เพื่อชำระเงิน เมื่อถึงเคาน์เตอร์แล้วซงหมิงเจียงก็ได้ยื่นบัตรเครดิตแบล็คการ์ดให้กับเสี่ยวเยว่

ทันทีที่เสี่ยวเยว่รับบัตรเครดิตแบล็คการ์ดมา เธอก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย

ตั้งแต่เธอทำงานที่นี่มา 2 ปี นี่เป็นครั้งแรกที่เธอเห็นบัตรเครดิตของธนาคาร HSBC เป็นสีดำ เสี่ยวเยว่เองก็ขายเสื้อผ้าให้กับคนรวยๆมากมายในร้านแห่งนี้ ซึ่งเธอเองก็เห็นบัตรเครดิตมาหลายประเภท

ยังไงก็ตามบัตรเครดิตสีดำนี่เป็นบัตรที่เธอไม่เคยเห็นใครใช้มันมาก่อน

มันเป็นบัตรประเภทไหนกัน?

ถ้าเป็นลูกค้าเป็นคนอื่น เสี่ยวเยว่คงคิดว่าบัตรใบนี้เป็นบัตรเครดิตปลอมไปแล้ว แต่ด้วยคำพูดของซูข่านที่พูดกับเธอก่อนที่จะเลือกเสื้อผ้าให้กับลี่ซี ทำให้เสี่ยวเยว่ตัดสินใจรับบัตรเครดิตสีดำใบนี้และมอบให้กับพนักงานคิดเงิน

พนักงานคิดเงินที่รับบัตรเครดิตสีดำจากเสี่ยวเยว่ เธอเองก็มีสีหน้าที่งุนงงเช่นเดียวกัน

"ธนาคาร HSBC มีบัตรเครดิตแบบนี้ด้วยเหรอ?"

จากนั้นเสี่ยวเยว่ก็ส่งสายตามองที่พนักงานคิดเงินคนนั้นเล็กน้อย พนักงานคิดเงินจึงรีบทำหน้าที่ของเธออย่างรวดเร็ว

"ยอดทั้งหมดคือ 156,000 หยวนค่ะ"

พนักงานคิดเงินทวนยอดก่อนที่จะนำบัตรเครดิตสีดำรูดไปกับเครื่อง ทันทีที่เครื่องรูดบัตรส่งข้อมูลมายังเครื่องคิดเงิน พนักงานคิดเงินก็ตาเบิกกว้างออกด้วยความตกใจ

"พระเจ้า!!"

พนักงานคิดเงินเผลออ้าปากออกมาโดยที่ไม่รู้ตัว

นี่เธอนับตัวเลขนี่ผิดรึเปล่าเนี่ย?

พนักงานคิดเงินเอามือขึ้นมาขยี้ที่ตาของเธอและนับตัวเลขบนเครื่องคิดเงินใหม่

"5…6…7...8...9…10!!"

1,000 ล้าน!!

บัตรเครดิตสีดำใบนี้มีวงเงินอยู่ในบัตร 1,000 ล้าน!!!

พนักงานคิดเงินยืนนิ่งด้วยความตกใจหลังจากที่นับเลข 0 ในวงเงินของบัตรเครดิตเสร็จ

เธอตกอยู่ภายใต้อำนาจของบัตรเครดิตแบล็กการ์ดเรียบร้อยแล้ว จิตใจของเธอตอนนี้ไม่อยู่กับเนื้อกับตัวจนกระทั่งลืมชื่อของตัวเอง

"เกิดอะไรขึ้น?"

เสี่ยวเยว่ขมวดคิ้วเล็กน้อยและมองไปที่พนักงานคิดเงิน

"พะ…พี่เสี่ยวเยว่มันนน.!@#$"

พนักงานคิดเงินพยายามพูดออกมาด้วยความยากลำบาก

"อะไร?"

เสี่ยวเยว่ถามซ้ำเพราะว่าเธอฟังพนักงานคิดเงินพูดไม่รู้เรื่องเลย

"!#$!^#@!"

"ห้ะ!!"

เสี่ยวเยว่ขมวดคิ้วหนักกว่าเดิมและเดินเข้าไปที่แคชเชียร์ทันที เมื่อเข้ามาอยู่ในแคชเชียร์แล้วพนักงานคิดเงินก็ชี้นิ้วไปยังเครื่องคิดเงินที่แสดงรายการสรุปของบัตรเครดิตใบนี้อยู่

เสี่ยวเยว่มองไปที่หน้าจอแล้วก็หยุดหายใจไปชั่วขณะทันที เธอไม่รู้ตัวเองเลยว่าเธอนั้นเอามือขึ้นมาปิดที่ปากและมองไปที่ซูข่านด้วยความตกใจ

ตัวเลขบนหน้าจอสรุปยอดนั้นแสดงถึงวงเงินในบัตรที่สูงถึง 1,000 ล้าน

ผู้ชายคนนี้คือใครกันแน่?

ทำไมเขาถึงมีบัตรเครดิตที่มีวงเงินถึง 1,000 ล้าน?

เขาเป็นผู้ก่อตั้ง HSBC งั้นเหรอ?

เสี่ยวเยว่เข้าใจได้ในทันทีว่าทำไมพนักงานคิดเงินถึงได้พูดไม่รู้เรื่อง ขณะเธอเองที่เป็นผู้จัดการร้านได้มาเห็นวงเงินนี่ เธอยังรู้สึกเย็นวาบไปทั่วทั้งหลังของเธอเลย

แน่นอนว่าเธอกำลังกลัวตัวเลขของวงเงินในบัตรเครดิตอยู่เหมือนกัน